รายงานพิเศษ : เกาะติดแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง2561/62 กรมชลประทานมั่นใจ..เอาอยู่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/376191

รายงานพิเศษ : เกาะติดแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง2561/62  กรมชลประทานมั่นใจ..เอาอยู่

รายงานพิเศษ : เกาะติดแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง2561/62 กรมชลประทานมั่นใจ..เอาอยู่

วันจันทร์ ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม ทำให้ปริมาณและการกระจายของฝนบริเวณตอนบนของประเทศ ลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่และกลางค่อนข้างดี โดยเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำเฉลี่ยกว่าร้อยละ 81 ของปริมาณการกักเก็บ และไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่ไหนเลยที่มีปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 30

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ณ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเริ่มแผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งปี 2561/2562 เขื่อนขนาดใหญ่มีปริมาณน้ำ รวมกัน 57,743 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 81 โดยเป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 34,201 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 72 ใกล้เคียงกับปี 2560/2561

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคใต้ขณะนี้ยังคงมีฝนตกกระจายทั่วพื้นที่ ทำมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานพื้นที่ภาคใต้ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและให้พิจารณาบริหารจัดการน้ำในเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์เก็บกักหรือต่ำกว่าร้อยละ 80 ของความจุ เพื่อรองรับปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำ พร้อมกำหนดจุดเฝ้าระวังเสี่ยงภัยน้ำท่วมตั้งแต่ จ.เพชรบุรี ลงไป 75 จุด โดยมีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ประจำพื้นที่ไว้แล้ว

 

ส่วนในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และตะวันออกเฉียงเหนือ ขณะนี้เริ่มใช้แผนการจัดสรรน้ำในฤดูแล้งแล้ว กรมชลประทาน ได้วางแผนให้เขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาณน้ำเก็บกักน้อยกว่าร้อยละ 30 ให้พิจารณาจัดสรรน้ำ เฉพาะเพื่อการอุปโภค–บริโภค รักษาระบบนิเวศ และสำรองน้ำไว้ใช้สำหรับต้นฤดูฝนปี 2562 เป็นสำคัญ ขณะนี้มีเขื่อนขนาดกลางที่ที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 จำนวน 30 แห่ง ส่วนเขื่อนขนาดใหญ่ไม่มีปริมาณน้ำต่ำกว่าร้อยละ 30 แม้แต่แห่งเดียว มีเฉพาะเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำระหว่างร้อยละ 30-60 ของความจุจำนวน 9 แห่ง คือ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เขื่อนแม่มอก เขื่อนห้วยหลวง เขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำนางรอง เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียว

สำหรับเขื่อนขนาดใหญ่ที่มีน้ำค่อนข้างดี มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ 80 มี 16 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 4 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแม่งัด เขื่อนกิ่วลม และ เขื่อนกิ่วคอหมา ภาคอีสาน 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง และ เขื่อนน้ำอูน ภาคตะวันตก 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนศรีนครินทร์ และ เขื่อนวชิราลงกรณ ภาคตะวันออก 5 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนหนองปลาไหล เขื่อนคลองสียัด เขื่อนขุนด่านปราการชล เขื่อนประแสร์ และ เขื่อนนฤบดินทรจินดา ภาคใต้ 3 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนปราณบุรี และ เขื่อนรัชชประภา

ทั้งนี้เขื่อนที่จะสามารถจัดสรรน้ำเพื่อปลูกพืชฤดูแล้ง โดยเฉพาะการทำนาปรังได้ จะต้องมีปริมาณน้ำตั้งแต่ร้อยละ 50
ขึ้นไป แต่จะไม่มีการจัดสรรน้ำเพื่อทำนาปรังรอบที่ 2 อย่างเด็ดขาด ส่วนเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 50 งดทำนาปรัง

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ในการบริหารจัดการเขื่อนที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่าร้อยละ 50 กรมชลประทาน จะใช้แนวทางเขื่อนกระเสียวโมเดล ที่เคยประสบผลสำเร็จมาแล้วในการบริหารจัดการน้ำฤดูกาลปี 2558/59 ที่มีน้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยเช่นเดียวกับปีนี้ แต่ กรมชลประทาน ร่วมกับ คณะกรรมการ JMC เขื่อนกระเสียว ใช้แนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชน มาร่วมกันวางแผนแก้ปัญหา จนสามารถบริหารจัดการน้ำให้รอดพ้นวิกฤติขาดแคลนน้ำในครั้งนั้นมาได้

“แผนการจัดสรรน้ำดังกล่าว คณะกรรมการ JMC ของเขื่อนกระเสียว จะพิจารณาตามความเหมาะสมและสถานการณ์จริง ซึ่งจะมีการควบคุมการใช้น้ำอย่างรัดกุมเคร่งครัดตามแผนที่วางไว้ ไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอสำหรับใช้ในการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ ซึ่งกรมชลประทานจะขยายผลการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนกระเสียว ไปใช้ในการบริหารจัดการน้ำในเขื่อน 6 แห่ง ที่มีปริมาณน้ำน้อย ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤติขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งปีนี้
และมีน้ำสำรองสำหรับการทำการเกษตรในช่วงต้นฤดูฝนปีหน้า” รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าว

 

สำหรับสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำต้นทุนจาก 4 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมกันถึง 12,420 ล้าน ลบ.ม. ส่วนลุ่มน้ำแม่กลอง 2 เขื่อนหลัก คือ เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ มีน้ำใช้การได้ 10,958 ล้าน ลบ.ม. สามารถจัดสรรเพื่อน้ำอุปโภค บริโภค รักษาระบบนิเวศ การเกษตรต่อเนื่อง รวมทั้งมีเหลือสำรองไว้ใช้ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูกปี 2562

นอกจากนี้กรมชลประทานยังได้วางมาตรการช่วยเหลือพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่นอกเขตชลประทานไว้แล้ว โดยได้เตรียมเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่จำนวน 1,851 เครื่อง อยู่ในพื้นที่ 1,151 เครื่อง และ ส่วนกลางอีก 700 เครื่อง พร้อมทั้งรถบรรทุกน้ำจำนวน 200 คัน กระจายอยู่ตามโครงการชลประทานต่างๆ 150 คัน อีก 50 คัน สำรองไว้ที่ส่วนกลาง ไว้เรียบร้อยแล้ว ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดน้ำสามารถร้องขอความช่วยเหลือมายังหน่วยงานของกรมชลประทานในพื้นที่ได้ทันทีตลอดเวลา

ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝนนั้น กรมชลประทาน ได้มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ โดยได้กำหนดจุดเฝ้าระวังเสี่ยงภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรี ลงไป 75 จุด ได้มีการเตรียมพร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือต่างๆ ประจำไว้ในพื้นที่แล้ว

Leave a comment