ทั่วประเทศตอบรับ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ เกษตรกรพอใจมีส่วนร่วมคิด-ตัดสินใจโครงการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/376599

x

ทั่วประเทศตอบรับ‘ไทยนิยมยั่งยืน’ เกษตรกรพอใจมีส่วนร่วมคิด-ตัดสินใจโครงการ

วันพุธ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นายสำราญ สาราบรรณ์ รักษาราชการอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ เยี่ยมโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ภายใต้โครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล พบว่า พื้นที่ของ จ.พิษณุโลก ดำเนินโครงการฯ โดยแบ่งเป็นการอบรมเกษตรกรรายย่อย จำนวน 116 ชุมชน เกษตรกรเข้าร่วม 23,200 ราย และการพัฒนาอาชีพ ให้กลุ่มเกษตรกร จำนวน 330 โครงการย่อย ซึ่งจากนโยบายรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรกรรายย่อย เพื่อให้มีโอกาสในการพัฒนาแบบล่างขึ้นบน และเป็นความต้องการจากชุมชนเอง ทั้งการเรียนรู้และกิจกรรมการเกษตร เน้นกระบวนการมีส่วนร่วม ผ่านการจัดเวทีชุมชน และรวมกลุ่มเกษตรกรรายย่อยในชุมชน เพื่อดำเนินกิจกรรมทางการเกษตรเชิงธุรกิจ ทั้งการผลิต แปรรูปและจำหน่าย แบ่งรูปแบบการผลิต ออกเป็น 8 กิจกรรม เช่น ผลิตพืช ฟาร์มชุมชน ปศุสัตว์

สำหรับการลงพื้นที่ จ.พิษณุโลกในครั้งนี้ ได้เยี่ยมเกษตรกร ต.บ้านป่า อ.เมือง จ.พิษณุโลก ในโครงการฟาร์มเห็ดชุมชน เป็นโครงการที่ต่อยอดจาก ต้นทุนโครงการเกษตรยั่งยืน 1 (9101 เดิม) ซึ่งตั้งเป็น กลุ่มเกษตรกรทำนายั่งยืน แนวคิดหลักของกลุ่มต้องการที่จะสร้างอาชีพเพื่อให้มีรายได้นอกเหนือจากการทำนา จึงจัดทำฟาร์มเห็ด ตั้งแต่เริ่มโครงการ ถึงปัจจุบัน สามารถสร้างรายได้ กว่า 160,000 บาท แบ่งเป็น ขายก้อนเชื้อเห็ด ขายดอกเห็ด และบริหารจัดการในลักษณะระดมทุน และเข้าร่วมหุ้น โดยรายได้จากการขายจะหักเงินลงทุนและการระดมหุ้นออกก่อน ถึงจะจัดสรรให้กับสมาชิก ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกร ยังสามารถบริหารจัดการรายได้ที่ได้มาเป็นเงินทุนหมุนเวียน กว่า 33,000 บาท พร้อมทั้งเชื่อมโยงกลุ่มเกษตรกรในอำเภอเมือง แลกเปลี่ยน ซื้อขายสินค้ากัน โดยผ่านการขายสินค้าของชุมชน ผ่าน เฟซบุ๊ค “ฟาร์มเห็ดชุมชน ม.1 ต.บ้านป่า” และสามารถจัดส่งผลผลิตให้กับผู้สั่งซื้อสินค้าได้ทั่วประเทศ และได้เยี่ยมชม โครงการเลี้ยงไก่ไข่และเพาะขยายพันธุ์ไก่เพื่อบริโภคในชุมชน ของกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่บ้านคลองอ้ายกาบ หมู่ที่ 10 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก สมาชิก 48 คน สามารถจำหน่ายไข่ได้กว่า 7,600 ฟอง/เดือน นอกจากนี้ ยังลดต้นทุน ค่าอาหารไก่ โดยมีการพัฒนาสูตรอาหารไก่ และผสมอาหารไก่เอง โดยจำหน่ายให้กับชุมชน ซึ่งปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดในชุมชน

นายสำราญ ยังได้กล่าวถึงโครงการเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรรายย่อยว่า เสียงตอบรับจากเกษตรกรทุกพื้นที่ พอใจในโครงการฯ เพราะได้มีส่วนร่วมในการคิด และตัดสินใจจากชุมชนกันเอง มีเจ้าหน้าที่เกษตร มาคอยเป็นพี่เลี้ยงและให้คำแนะนำ ในการประกอบอาชีพเสริม ได้เป็นอย่างดี

Leave a comment