เกษตรฯตั้งวอร์รูม รับฤดูฝน16จว.ใต้ ป้องจุดเสี่ยงน้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/376465

เกษตรฯตั้งวอร์รูม  รับฤดูฝน16จว.ใต้  ป้องจุดเสี่ยงน้ำท่วม

เกษตรฯตั้งวอร์รูม รับฤดูฝน16จว.ใต้ ป้องจุดเสี่ยงน้ำท่วม

วันอังคาร ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เกษตรฯตั้งวอร์รูม

รับฤดูฝน16จว.ใต้

ป้องจุดเสี่ยงน้ำท่วม

นายกฯเร่งช่วยปชช.

รมว.เกษตรฯสั่งตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์-เฝ้าระวังน้ำท่วมใต้ที่เข้าหน้าฝน กำชับบูรณาการกับผู้ว่าฯ 16 จว.เฝ้าระวังจุดเสี่ยงท่วมซ้ำซาก เผยนายกฯห่วงสั่งทุกหน่วยลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน ด้านปภ.สรุปอุทกภัยที่ประจวบฯเริ่มคลี่คลาย น้ำลดต่อเนื่อง 2.7 หมื่นคนเดือดร้อน สังเวย 1 เช่นเดียวกับ จ.ชุมพร 7 อ.อ่วม พื้นที่เกษตรเสียหาย 8 พันไร่

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ว่า ขณะนี้ภาคใต้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ดังนั้น ตนจึงได้สั่งการให้กระทรวงเกษตรฯตั้งศูนย์อำนวยการและบัญชาการสถานการณ์ เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณฝนและน้ำท่าที่จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งทุกพื้นที่ต้องประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด 16 จังหวัด เพื่อบูรณาการหน่วยงานแก้ปัญหาจุดเสี่ยงน้ำท่วมเป็นประจำ

ทั้งนี้ มอบให้รองปลัดกระทรวงเกษตรฯเป็นประธานศูนย์ฯ โดยมีสำนักแผนงานและโครงการพิเศษ เป็นฝ่ายเลขาฯประสานกับกรมต่างๆเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหาย และประสานความร่วมมือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) โดยให้ศูนย์อำนวยการฯสรุปสถานการณ์เป็นรายวันจนกว่าสถานการณ์กลับสู่ปกติ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรทันเหตุการณ์

รมว.เกษตรฯยังได้กำชับให้ทุกพื้นที่ทำตามที่สั่งการไว้ 8 ข้อให้ครบถ้วน ซึ่งจะบรรเทาความเดือดร้อนประชาชนได้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยสั่งย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งลงพื้นที่ดูแลช่วยเหลือประชาชนและเกษตรกรอย่างรวดเร็ว

น้ำท่วม’ประจวบฯเริ่มคลี่คลาย

ด้าน นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากสภาวะร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่วันที่ 7 – 12 พฤศจิกายน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และเพชรบุรี รวม 13 อำเภอ 82 ตำบล 675 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,694 ครัวเรือน 71,702 คน ผู้เสียชีวิต 3 ราย ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 1 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี

ส่วนอีก 2 จังหวัด ยังมีสถานการณ์อุทกภัยรวม 10 อำเภอ 79 ตำบล 673 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 30,694 ครัวเรือน 71,702 คน ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.บางสะพานน้อย อ.บางสะพาน และอ.ทับสะแก รวม 17 ตำบล 152 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 12,398 ครัวเรือน 27,961 คน เสียชีวิต 1 ราย จนถึงขณะนี้ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

จ.ชุมพร น้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ 7 อำเภอได้แก่ อ.ปะทิว สวี เมืองชุมพร หลังสวน ทุ่งตะโก ท่าแซะ และละแม รวม 62 ตำบล 521 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 18,296 ครัวเรือน 43,741 คน เสียชีวิต 2 ราย โรงเรียน 65 แห่ง ถนน 1,014 สาย สะพาน 57 แห่ง พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะได้รับผลกระทบ 8,991 ไร่ ปัจจุบันระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง

นายชยพลกล่าวต่อว่า ปภ.ร่วมกับจังหวัด ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัยสนับสนุนระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขังต่อเนื่อง เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติให้เร็วที่สุด รวมถึงแจกจ่ายถุงยังชีพและเครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น นอกจากนี้ ได้กำชับจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ ต่อไป

อู่ตะเภาน้ำสูงหลังฝนถล่มต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม ที่หมู่ที่ 6 ต.พังลา อ.สะเดา จ.สงขลา หลังมีฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่หลายวัน น้ำจากเขาน้ำค้าง และจากเทือกเขาแก้วไหลลงคลองอู่ตะเภา ตอนบน ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นหลายนิ้ว หากฝนยังตกต่อเนื่องอีก จะทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ และน้ำจากคลองอู่ตะเภาตอนบน ในช่วงกลางคืนก็จะไหลเข้าคลองอู่ตะเภาหาดใหญ่ แต่ถ้าฝนทิ้งช่วงหยุดตก ระดับน้ำในคลองอู่ตะเภาจะลดลงทันที เนื่องจากช่วงกลางคืนน้ำในคลองอู่ตะเภาตอนบนไหลเข้าสู่คลองอู่ตะเภา ที่อ.หาดใหญ่แล้ว แต่คลองอู่ตะเภาตอนบน ยังสามารถรับปริมาณน้ำฝนได้อีกจำนวนมาก

Leave a comment