ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/380565

แฉยับเหตุ‘โครงการสานพลังประชารัฐ’อืด ‘กฤษฏา’เต้นไล่ไขลาน ขรก.
รมว.เกษตรฯไล่เช็คบิล 2 โครงการยักษ์ ดันข้าวโพดหลังนา 1 ล้านไร่ -สร้างถนนยางทุกตำบลกว่า7 หมื่นแห่ง จี้ให้เกิดผลงานจริง สั่งปลัดเกษตร ผู้ตรวจราชการ เร่งประสานผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลให้ได้ภายในวันที่ 10 ธ.ค.นี้
2 ธ.ค.61 นายกฤษฏา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์(กษ.) ส่งไลน์ด่วนที่สุดถึงผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ , ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เรื่องขอให้เร่งรัดการไปตรวจติดตามงานสำคัญในพื้นที่ โดยขอให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯเรียกประชุม หรือกำชับให้ผู้ตรวจราชการกระทรวง 12 ท่าน และผู้ตรวจราชการกรมในสังกัด กษ.ทุกกรม ลงพื้นที่ไปตรวจติดตามและรับฟังสถานการณ์แก้ไขปัญหาทางการเกษตร 2 เรื่องสำคัญ คือ
1.ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯไปพบผู้ว่าราชการจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ทุกจังหวัดเพื่อติดตามโครงการสานพลังประชารัฐ เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาว่าจังหวัดสามารถเชิญชวนให้เกษตรกรเข้าร่วมโครงการได้มากน้อยเพียงใด มีปัญหาอุปสรรคในเรื่องใดหรือประเด็นใดบ้าง ให้แก้ไขทันที หรือหากเกินขีดความสามารถให้รายงาน กษ.ส่วนกลางทราบด้วย
2.ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯทุกท่านไปพบผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อตรวจสอบว่าเกษตรจังหวัด และผู้อำนวยการการยางส่วนจังหวัด(ผอ.กยท.) ได้มาพบเพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ โดยให้ทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) นำยางพาราไปทำถนนทุกตำบลกว่า 7 หมื่นแห่ง และ กยท.พื้นที่มีการเริ่มต้นเตรียมการจ่ายเงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางไร่ ละ1,800 บาท ครอบครัวละไม่เกิน 15 ไร่แล้วหรือยัง มีปัญหาอุปสรรคในเรื่องใด ประเด็นใดบ้างให้รีบแก้ไขทันที หากเกินขีดความสามารถให้รายงาน กษ.ส่วนกลางดำเนินการด้วย
นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ ยังเน้นย้ำปลัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องวางระบบการรับรายงานผลการตรวจติดตามงานตามข้อ 1 และข้อ 2 ไว้ด้วย โดยให้รายงาน รมช.เกษตรฯ และรมว.เกษตรฯ ทราบทุกระยะๆโดยให้เริ่มรายงานทันทีที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ ได้ลงพื้นที่ไปพบ ผวจ.แล้วหรือไม่ประการใดภายในวันที่ 10 ธ.ค.61 ให้ได้
รายงานข่าว แจ้งว่า หน่วยงานเกี่ยวข้องและภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการสานพลังประชารัฐในพื้นที่เป้าหมายได้แจ้งปัญหาการขับเคลื่อนได้ล่าช้ากับ รมว.เกษตรฯ ให้แก้ไขปัญหาที่ทำให้โครงการไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร แต่ที่ผ่านมาระดับกรมกับปลัดกระทรวงเกษตรฯก็ยังแก้ไม่ได้ พร้อมกับเสนอทางออกให้จังหวัดเป้าหมายพื้นที่ปลูกข้าวโพดแทนการทำนาปรัง ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นแม่งานจะขับเคลื่อนได้ดี แต่ในส่วนจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ขับเคลื่อน โดยกระทรวงเกษตรฯ สหกรณ์การเกษตร ที่เข้มแข็ง มีแม่งานชัดเจนก็จะขับเคลื่อนได้ดี
อีกทั้งจังหวัดที่ 5 เสือกระทรวงเกษตรฯไปทำงาน ประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน แต่ไม่มีแม่งานนั้นขับเคลื่อนช้าเพราะหน่วยงานระดับจังหวัดใหญ่เท่ากัน จึงทำงานยาก สำหรับจังหวัดในเขตชลประทานซึ่งมีระบบน้ำดี แต่กลับไม่มีแม่งานที่เข้มแข็ง ทำให้การขยายพื้นที่ปลูกในเขตชลประทานน้อยกว่าที่ควรจะเป็น
นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์(ธ.ก.ส. )อนุมัติปล่อยกู้ให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร ยากมากเนื่องจากพิจารณาว่า เกษตรกรมีหนี้อยู่เดิม ไม่สนใจว่าเป็นงบประมาณที่ครม.อนุมัติพิเศษ อัตราการปล่อยกู้ต่ำ ขั้นตอนยุ่งยาก เกษตรกรหลายรายถอดใจถอนตัว ทั้งที่อยากทำเพราะมาตรการจูงใจดี รวมถึงปัญหาขั้นตอนการจัดหาปัจจัยการผลิตและการเตรียมแปลงยุ่งยากเนื่องจากต้องดำเนินการผ่านสหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์ที่เข้มแข็งดำเนินการได้ดี ส่วนสหกรณ์ที่ไม่เข้มแข็งทำให้ล่าช้า
ขณะนี้จำนวนพื้นที่เป้าหมาย 13 จังหวัด มีเกษตรกรสมัครเข้าโครงการ 7 แสนกว่าไร่ เหลือเวลาถึงวันที่ 15 ม. ค. 62 ถ้าแก้จุดอ่อนเหล่านี้ได้ คาดว่าถึง 1 ล้านไร่จะเห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม