รักษ์เกษตร : เกษตรธรรมชาติ ทางเลือกการปฏิบัติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/382104

รักษ์เกษตร : เกษตรธรรมชาติ ทางเลือกการปฏิบัติ

รักษ์เกษตร : เกษตรธรรมชาติ ทางเลือกการปฏิบัติ

วันอังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คำถาม ผมอยากทราบว่าเกษตรธรรมชาติ คืออะไร และผลผลิตที่ได้เป็นอย่างไรบ้างครับ

บุญส่ง จารุพาณิชย์

อ.เมือง จ.เลย

คำตอบ

เกษตรธรรมชาติเป็นวิธีการทำการเกษตรที่รบกวนทรัพยากรธรรมชาติน้อยที่สุด แต่ได้ผลกลับมาพอสมควร เป็นวิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม โดยมีวิธีการตั้งแต่เรื่องการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีพลังในการเพาะปลูกเหมือนกับดินในป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ มีการนำทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่เป็นอันตรายต่อเกษตรกรและผู้บริโภค สามารถให้ผลผลิตทั้งปริมาณและคุณภาพ เป็นระบบการเกษตรที่มีความยั่งยืนถาวร นำไปสู่การได้ผลผลิตจากเกษตรธรรมชาติ ได้ผักที่ผลิตโดยวิธีเกษตรธรรมชาติ เป็นการทำการเกษตรที่ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีทางการเกษตรทุกชนิด รวมทั้งไม่ใช้สิ่งขับถ่ายจากมนุษย์ในกระบวนการผลิต จึงปลอดภัยต่อผู้ผลิตและผู้บริโภคมากที่สุด

หลักการของเกษตรกรรมธรรมชาติซึ่งเป็นแนวทางเกษตรกรรมที่เผยแพร่โดย เกษตรกรชาวญี่ปุ่น ชื่อ นายมาซาโนบุ ฟูกุโอกะ ได้วางรากฐานของเกษตรธรรมชาติของเขาไว้ 4 ประการคือ

1.ไม่มีการไถพรวนดิน การไม่ไถพรวนดินเป็นบทแรกแห่งการเกษตรธรรมชาติ เนื่องจากในธรรมชาตินั้นพื้นดินมีการไถพรวนโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว โดยการชอนไชของรากพืช สัตว์ แมลงและสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในดิน กระบวนการเหล่านี้ดำเนินไปอย่างสัมพันธ์กัน พืชรากลึกจะช่วยไถพรวนดินชั้นล่าง พืชรากตื้นก็จะช่วยพรวนดินบริเวณดินชั้นบน การใส่ปุ๋ยจะทำให้รากพืชอยู่ตื้นและแผ่ขยายตามแนวนอนมากกว่าจะหยั่งลึกลงไป

2.งดเว้นการใส่ปุ๋ยเคมี การใส่ปุ๋ยเคมีเป็นการเร่งการเจริญเติบโตของพืชแบบชั่วคราวในขอบเขตจำกัดเท่านั้น ธาตุอาหารที่พืชได้รับไม่สมบูรณ์ พืชที่ใส่ปุ๋ยมักจะอ่อนแอส่งผลให้เกิดโรคและแมลงได้ง่าย ดินที่ใส่ปุ๋ยเคมีติดต่อกันนานๆจะมีสภาพเป็นกรดและเนื้อดินเหนียวไม่ร่วนซุย การใส่ปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยพืชสดมีความจำเป็นโดยเฉพาะในช่วงแรกๆ ที่ต้องมีการปรับสภาพสิ่งแวดล้อมที่เสียไปจากเกษตรเคมีให้ดีขึ้น

3.ไม่กำจัดวัชพืช การกำจัดวัชพืชเป็นงานหนักวิธีการต่างๆ ก็ไม่สามารถทำให้วัชพืชหมดสิ้นไปได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องยอมรับการดำรงอยู่ของวัชพืช เช่นเดียวกับที่ธรรมชาติมิได้ประกอบด้วยพันธุ์ไม้เดียว เกษตรธรรมชาติต้องคิดค้นกฎเกณฑ์ที่วัชพืชจะควบคุมกันเอง เช่น การปลูกพืชบางชนิด ช่วยคลุมหญ้าแล้วก็เป็นปุ๋ยอินทรีย์แก่พืชที่ปลูกด้วย

4.ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช สารเคมีไม่เคยกำจัดศัตรูพืชได้โดยเด็ดขาด เพียงแต่หยุดได้ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น และปัญหามลพิษที่เกิดจากสารเคมีประเภทต่างๆ ส่งผลกระทบต่อทั้งระบบนิเวศและมนุษย์ การใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เป็นการไปแทรกแซงธรรมชาติมากเกินไป และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศได้

ผลผลิตที่ได้จากเกษตรธรรมชาติก็คือ พืชที่ปลอดสารพิษ เป็นพืชที่มีสารพิษหรือสารเคมีทางการเกษตรที่ตกค้างอยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค พืชปลอดสารพิษ อาจแบ่งได้เป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มแรก เป็นพืชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือพืชที่ปลูกโดยวิธีธรรมชาติ ซึ่งไม่มีสารพิษตกค้างในผลผลิต กลุ่มที่สอง เป็นพืชที่ผลิตโดยวิธีทั่วไป มีการควบคุมการใช้สารเคมี และงดการใช้ เมื่อใกล้เก็บเกี่ยวผลผลิต เพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างในผลผลิต หรือถ้ามีสารพิษตกค้างอยู่ ก็ต้องไม่เกินระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภคเป็นสำคัญ

นาย รัตวิ

Leave a comment