ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/354615

ฟาร์มสุข โมเดล จัดการขยะสร้างสรรค์สไตล์ MBK
ในฐานะศูนย์การค้าชั้นนำที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์” เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคม ผนึกกำลังทุกภาคส่วนทั้งภายในองค์กรที่มีทีมพนักงานจิตอาสาMBK Spirit ร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคมและผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผักปลอดภัยนำโดย สำนักงานเขตปทุมวันมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) และปริ๊นซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร หรือเจ้าชายผักแห่งศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมืองจัดกิจกรรม MBK สร้าง…ฟาร์มสุขเพื่อชุมชน ชวนชาวชุมชนแฟลตการรถไฟปลูกผักสวนครัว เพื่อเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยสำหรับคนในชุมชนและต้นแบบในการสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนอื่นๆ ต่อไป
งานนี้ ศิรฐา สุขสว่าง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ มีแนวทางการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม ดูแลชุมชนในเขตปทุมวันทั้ง 12 ชุมชน และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม วางแผนทำกิจกรรมสร้างสรรค์ในชุมชนทุกไตรมาส เน้นเรื่องการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ขยะในชุมชน รวมถึงปัญหาด้านสุขอนามัย ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกัน เพราะหากมีขยะจำนวนมากก็จะนำมาซึ่งปัญหาด้านสุขภาพและอนามัย ทั้งนี้ ได้เน้นทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สำนักงานเขตปทุมวัน สภาวัฒนธรรมเขตปทุมวัน ภาคประชาสังคม และนำพนักงานจิตอาสา MBK Spirit มาช่วยปลูกผักชนิดต่างๆ เพื่อให้ชุมชนในเขตปทุมวันเป็นสังคมที่น่าอยู่ ล่าสุดได้จัดกิจกรรม MBK สร้าง…ฟาร์มสุขเพื่อชุมชน เป็นโครงการใหม่ที่คิดขึ้นมาสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม ในปี 2560ซึ่งได้จัดกิจกรรมเวิร์กช็อป Start Green : DIY สวนผักแนวตั้ง ดัดแปลงวัสดุเหลือใช้เป็นกระถางปี 2561 นี้จึงต้องการต่อยอดความรู้ในการลดปริมาณและจัดการขยะอย่างสร้างสรรค์ โดยนำร่องโครงการนี้ที่ชุมชนแฟลตการรถไฟ (วัดดวงแข) ซึ่งหากชาวชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกผักก็จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและช่วยกันดูแล อีกทั้งยังเป็นแหล่งอาหารปลอดภัยสำหรับคนในชุมชน ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว จึงกล่าวได้ว่าเป็นอีกโมเดลในการสร้างเสริมสุขภาวะของชุมชนในเขตเมืองและเป็นต้นแบบส่งต่อหรือนำไปใช้ในชุมชนอื่นๆ ในเขตปทุมวันต่อไป”
ด้านผู้เชี่ยวชาญการปลูกผักในเมือง ปริ๊นซ์-นคร ลิมปคุปตถาวร เจ้าของศูนย์เรียนรู้เกษตรในเมือง บ้านเจ้าชายผัก กล่าวว่า“การลงมือทำสวนผักด้วยตัวเองส่งผลต่อสภาพจิตใจ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ได้กินอาหารปลอดภัย ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและพื้นที่ชุมชนสะอาดขึ้น เพราะเศษใบไม้และขยะจำพวกเศษอาหารนำมาหมุนเวียนเป็นปุ๋ยได้ ผักที่ซื้อมาจากตลาดสามารถนำรากมาปลูกต่อได้ทั้งนี้กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวค่อนข้างน้อยหรือประมาณ 5 ตร.ม. ต่อคน ดังนั้น พื้นที่ผักสวนครัวจึงเป็นเครื่องฟอกอากาศให้ชุมชนเมืองได้อีกด้วย” ส่วนภาคประชาสังคม เสาวรัตน์ ประดาห์ เจ้าหน้าที่มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก(มพด.) กล่าวว่า “กิจกรรมในครั้งนี้ สะท้อนกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างภาคเอกชนและชาวบ้าน
ในการสร้างพื้นที่อาหารปลอดภัยในชุมชน สร้างการเห็นคุณค่าและศักยภาพของตัวเอง การบริหารจัดการพื้นที่ในเขตเมือง ซึ่งที่ดินหายากและมีขนาดเล็ก แต่สามารถนำมาทำประโยชน์ในรูปแบบของแปลงผักสวนครัวได้” และวิทยา มาเทียม ประธานชุมชนแฟลตการรถไฟ (วัดดวงแข) กล่าวว่า “ชุมชนแฟลตการรถไฟเป็นอาคาร 2 ตึก มีประชากร 176 ครัวเรือน รวมผู้อยู่อาศัย 215 คน มีความสนใจจะทำแปลงปลูกผักในพื้นที่ส่วนกลางของชุมชน เพราะส่วนใหญ่ทำอาหารกินเองและบางบ้านปลูกผักตามระเบียงห้องอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้ชาวชุมชนได้รับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญการปลูกผักในเมืองรวมทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจากปกติที่ต้องซื้อผักจากตลาดและยังได้รับประทานผักปลอดภัยจากสารเคมี”