ChAMP เมนเทอร์ชิพ แห่งแรกของไทย เส้นทางลัดสำหรับนิสิต เริ่มต้นชีวิตทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/354433

ChAMP เมนเทอร์ชิพ แห่งแรกของไทย  เส้นทางลัดสำหรับนิสิต เริ่มต้นชีวิตทำงาน

ChAMP เมนเทอร์ชิพ แห่งแรกของไทย เส้นทางลัดสำหรับนิสิต เริ่มต้นชีวิตทำงาน

วันจันทร์ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์

เรียนจบแล้วไปไหน จะทำอะไรดีงานสายนี้ใช่เราหรือไม่ และอีกหลากหลายคำถามของนิสิตที่กำลังจบปริญญาตรีที่จะก้าวขึ้นอีกขั้นบันไดของชีวิต สู่โลกการทำงาน แล้วใครจะช่วยตอบคำถามได้ดี ถ้าไม่ใช่รุ่นพี่นิสิตเก่าที่ผ่านมาก่อนและยังสั่งสมบ่มเพาะประสบการณ์จนประสบความสำเร็จอย่างสูงในองค์กรที่มีชื่อเสียง หนึ่งในเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิด โครงการ ChAMP (Chulalongkorn Alumni Mentorship Program) โดย คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นโครงการ Mentorship แห่งแรกของไทย ปัจจุบันโครงการฯ ได้ผลิตนิสิตและบัณฑิตแล้ว 6 รุ่น 349 คน โดย Mentor (รุ่นพี่นิสิตเก่า) 2 คน จะดูแล Mentee (รุ่นน้องที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการฯ) 4 คน สามารถติดตามรายละเอียด ได้ที่ https://www.facebook.com/ChAMPChula/ โดยจะเปิดรับสมัครรุ่นที่ 7ในเดือนสิงหาคมนี้

รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า “สิ่งที่พัฒนานิสิตนอกเหนือจากความรู้ที่มหาวิทยาลัย คือ ทักษะต่างๆ ที่จะใช้ในการดำเนินชีวิตประกอบอาชีพในอนาคต โดย โครงการ ChAMP ได้เริ่มขึ้นจากรุ่นพี่นิสิตเก่าที่มีความเห็นร่วมกันที่อยากจะพัฒนาทักษะนี้ให้แก่นิสิต ซึ่งเป็นมุมมองของคนที่ลงมือปฏิบัติงานจริง ไม่ใช่มุมมองแบบนักวิชาการ โดยรุ่นพี่จะรวมตัวช่วยให้คำแนะนำแก่นิสิตรุ่นน้อง ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเพิ่มพูนทักษะและความรู้ให้นิสิตมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งนิสิตที่เข้าร่วมโครงการฯ นี้ จะค้นพบเป้าหมายชีวิติที่ชัดเจน ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ รวมถึงความสัมพันธ์ของรุ่นพี่และรุ่นน้องที่อาจไม่ได้ดูแลและจบลงเพียงระยะเวลา 1 ปี แต่ดูแลให้คำปรึกษากันไปตลอดชีวิต นี่คือข้อได้เปรียบของนิสิตที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ ChAMP”

พิณ-พัทธ์ธีรา อิศราประทีปรัตน์ นิสิตปี 4 คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 1 ChAMP รุ่น 6 เปิดเผยว่า “พิณเป็นเด็กต่างคณะที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมในโครงการฯ นี้ พิณรู้สึกโชคดีมาก เพราะหลังจากช่วงที่ฝึกงานเสร็จแล้ว พิณรู้สึกว่า เราทำได้ไม่ดี สายอาชีพที่เราเรียนมาอาจไม่ใช่ ทำให้เริ่มมองหาทางอื่นที่ตัวเองอาจจะถนัดมากกว่า แต่พี่ Mentor เป็นผู้ช่วยให้เราค้นพบตัวเองและทำให้รู้ว่า พิณเป็นคนเสพติดความสำเร็จ จะเลือกทำแต่สิ่งที่เราทำได้ดี ซึ่งไม่ได้หมายความว่า สิ่งนั้น คือ สิ่งที่ใช่ จึงทำให้พิณเปลี่ยนแนวคิด เพื่อให้บรรลุผล”

โม-มาลีพรรณ ผาสุพงษ์ บัณฑิตคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ChAMP รุ่น 4 เผยว่า “โมเป็นรุ่นแรกที่ข้ามสายพันธุ์จากอักษรฯ มาอยู่ในโครงการฯ นี้ของบัญชีค่ะ เป็นรุ่นบุกเบิกเลย โมเป็นคนชอบเรียนรู้ ชอบทำกิจกรรมกว่าจะรู้ตัวก็อยู่ปี 4 แล้ว และเกิดคำถามว่า จบแล้วจะไปไหน พอรู้จักโครงการฯ เลยตัดสินใจมาสมัครและผ่านการคัดเลือก โครงการฯ นี้ตอบโจทย์โมมาก ทำให้โมได้เรียนรู้ตรรกะ แนวคิด ทัศนคติ วิธีแก้ปัญหาที่แตกต่างจากสายที่เราเรียนมา รู้ว่าอาชีพไหนที่เหมาะกับเราจริงๆ คำตอบจากพี่ๆ เป็นแหล่งข้อมูลที่ได้รับการบ่มเพาะมาอย่างดี เปรียบเสมือนไวน์ชั้นดีที่ส่งต่อจากขวดเก่าสู่ขวดใหม่ เป็นคำตอบจากประสบการณ์จริง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถกดหาได้จากอินเตอร์เนต โมรู้สึกเหมือนตัวเรา เป็นดินสอที่ได้รับการเหลาให้คมมากขึ้นในทุกๆ ครั้งที่เจอกัน เราสามารถวางภาพและเส้นทางในอนาคตแบบที่เป็นจริงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ พี่ๆ ยังเป็นแรงกระเพื่อมชั้นดีที่ทำให้โมอยากแบ่งปันและถ่ายทอด สิ่งที่โมได้รับจากโครงการ ChAMP ให้กับเพื่อนๆ ที่ไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมโครงการฯ นี้ และโมก็ได้ทำแล้วจริงๆ ในรุ่นของโม เช่น Career Round Table ง่าย 1 วัน Mentor แบ่งตามสายงานอาชีพและให้นิสิต แต่ละคนเข้ามาเรียนรู้หาคำตอบที่สงสัยกัน”

ซี-ปิยทัศน์ จันทสารวิวัฒน์ บัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ChAMP รุ่น 2 เผยว่า“ผมสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพราะอยากรู้จักพี่ๆ ในสายงานในบริษัทที่อยากทำ เมื่อเข้ามาร่วมกับโครงการฯ แล้ว ผมได้มุมมองใหม่ๆ ที่คิดไม่ถึง เป็นสิ่งที่กลั่นกรองออกมาจากผู้ที่ผ่านประสบการณ์มาแล้วจริงๆ การเรียนรู้เกิดได้จาก 2 ทาง คือ จากการพบด้วยตัวเองและเกิดจากการถ่ายทอดประสบการณ์จากคนอื่น ซึ่งพี่ๆ Mentor คืออย่างหลัง เมื่อโครงการฯ รุ่นผมจบลงและผมได้ลงสนามการทำงานผมก็เจอกับปัญหา ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับผม คำแนะนำที่ไม่สิ้นสุดไปตามโครงการฯ จากพี่ๆ Mentor ทำให้ผมเปลี่ยนระบบความคิด สามารถรับมือกับสิ่งที่เจอในตอนเริ่มต้นทำงานได้ดีขึ้น พี่ๆ เป็นเหมือน Mentor ของเราตลอดชีวิต ทุกวันนี้เรายังมีการนัดเจอกันเองและโครงการฯ ยังมีกิจกรรมให้พวกเราได้กลับมาเจอกันเสมอด้วยครับ”

ทั้งนี้ โครงการ ChAMP (Chulalongkorn Alumni Mentorship Program) ยังเป็นโครงการเดียวของไทยที่ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นหนึ่งสุดยอดโครงการ 2017 Innovations That Inspire โดย AACSB (Association to AdvanceCollegiate Schools of Business) สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจและการบัญชีทั่วโลกจากสหรัฐอเมริกาให้เป็นโครงการนวัตกรรมทางการศึกษาที่เชื่อมโยงภาคธุรกิจอย่างมีประสิทธิผล (Engagement with Business)

(ซ้าย)โม-มาลีพรรณ ผาสุพงษ์, ซี-ปิยทัศน์ จันทสารวิวัฒน์ และพิณ-พัทธ์ธีรา อิศราประทีปรัตน์

(ซ้าย)โม-มาลีพรรณ ผาสุพงษ์, ซี-ปิยทัศน์ จันทสารวิวัฒน์ และพิณ-พัทธ์ธีรา อิศราประทีปรัตน์

Leave a comment