ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/356927

‘ฌอห์ณ จินดาโชติ’ชวนน้องๆ ปลูกฝังการอ่านหนังสือวันละ 15 นาที
โครงการ “ส่งความรู้ สร้างความสุข”เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ของความร่วมมือระหว่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อมรินทร์ พริ๊นติ้ง แอนพับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐ คือกระทรวงศึกษาธิการ และ สำนักงานคณะการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เล็งเห็นความสำคัญของการอ่าน เพราะการอ่าน ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะของเด็ก ล่าสุด พระเอกมากความสามารถ ผู้มีนิสัยรักการอ่านอย่าง ฌอห์ณ จินดาโชติ ลงพื้นที่ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และประโยชน์ของการอ่าน เพื่อจุดประกายให้น้อง ๆ เยาวชน โรงเรียนวัดจุฬามณี (ชุณหะจันทนประชาสรรค์) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านหนังสือ ทั้งนี้ โรงเรียนวัดจุฬามณี ยังถือเป็น 1 ใน 18 โรงเรียนที่อยู่ใน โครงการ “Partnership School” (โรงเรียนร่วมพัฒนา) ที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแล
งานนี้ ฌอห์น-จินดาโชติ เผยความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการฯ ในครั้งนี้ว่า “ก่อนอื่นผมขอขอบคุณไทยเบฟ และอมรินทร์ มากครับที่ติดต่อผมมาร่วมในโครงการนี้ ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่ง ที่ส่งเสริมให้เยาวชนรักการอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่ควรปลูกฝั่งตั้งแต่เด็ก และที่ผมรู้สึกยินดีไปกว่านั้นคือโครงการนี้ไปในโรงเรียนต่างจังหวัดซึ่งยังไม่ได้มีหนังสือใหม่ อย่างวันนี้ผมมาที่โรงเรียนวัดจุฬามณี จ.อยุธยา ได้เจอกับน้องๆ และบอกข้อดีประโยชน์ของการอ่านอย่างน้อยวันละ 15 นาที น้องบางคนอาจจะบอกว่าไม่รู้จะอ่านหนังสืออะไร ผมก็แนะนำไปว่าให้เริ่มจากหนังสือที่ตัวเองชอบ หนังสือที่น้องจับ ผมบอกได้เลยว่าหนังสือทุกเล่มล้วนมีประโยชน์ แม้กระทั่งหนังสือการ์ตูน เช่น โดเรม่อน อ่านแล้วก็สอนให้โนบิตะรู้ว่าเมื่อวันหนึ่งเมื่อโดเรม่อนไม่อยู่ โนบิตะต้องดูแลตัวเอง หรืออย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์ สอนให้รู้ว่าชีวิตที่น่าเศร้าที่สุดไม่ใช่ชีวิตที่ขาดครอบครัว แต่ชีวิตที่เศร้าที่สุดคือชีวิตที่ไม่ลุกขึ้นสู้ ยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง ทุกอย่างมีแง่ดีอยู่ที่เราหาอะไรเจอ ฉะนั้นหนังสือที่น้องหยิบขึ้นมา 1 เล่มแม้จะมีแค่ 5 หน้า เสียเวลาอ่านแค่ 15 นาที วันละ 3-5 บรรทัด แล้วลองบอกว่าวันนี้อ่านแล้วได้อะไร ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ วันหนึ่งน้องอาจเอาวิชาความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลจากหนังสือเล่มหนึ่งที่วางอยู่แล้วน้องได้อ่าน มาใช้ประโยชน์ได้จริง และสิ่งที่ผมเน้นย้ำกับน้องๆ อีกข้อคือ ความรู้มีประโยชน์มาก เพราะสุดท้ายแล้วเราอยู่ตัวคนเดียวสิ่งที่จะทำให้เราไปสู่สิ่งที่ดี ทำให้เราเอาตัวรอดได้มันไม่ใช่การที่เรามีทรัพย์สินเสมอไปแต่มันคือมีความรู้ ความรู้ของเราจะนำเราไปสู่สิ่งที่ดี สู่อาชีพที่ดี พบคนที่ดี เพราะถ้าเรามีความรู้ที่ดีคนดีๆ ก็จะเข้ามาหาเราเอง สุดท้ายผมขอฝากโครงการนี้ด้วยนะครับ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ มันไม่มีคำว่าสายสำหรับคำว่าอ่าน เพราะหนังสือทุกเล่มให้ข้อคิดที่แตกต่างกันไป อยากให้ทุกคนรักการอ่านครับ และส่งเสริมเด็กรุ่นใหม่ให้เขาเป็นนักอ่านที่ดี มีวินัย ง่ายๆ โดยเริ่มจากให้เขาอ่านในสิ่งที่ชอบก่อนวันละแค่ 15 นาทีครับ
ติดตามโครงการ `ส่งความรู้ สร้างความสุข’ เพิ่มเติม ได้ที่ The Happy Read .com และทาง Facebook The Happy Read
