‘โรคอ้วน’กระทบเมตาบอลิกซินโดรม เสี่ยงเกิดถุงนํ้ารังไข่หลายใบในผู้หญิง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/359208

‘โรคอ้วน’กระทบเมตาบอลิกซินโดรม  เสี่ยงเกิดถุงนํ้ารังไข่หลายใบในผู้หญิง

‘โรคอ้วน’กระทบเมตาบอลิกซินโดรม เสี่ยงเกิดถุงนํ้ารังไข่หลายใบในผู้หญิง

วันพุธ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ความอ้วนไม่ใช่เรื่องดี เป็นอันตรายต่อสุขภาพรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่อโรค Metabolic Syndrome และยังเสี่ยงทำให้เกิดภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบในผู้หญิงได้อีกด้วย

รศ.นพ.สุเทพ อุดมแสวงทรัพย์ ศัลยแพทย์ส่องกล้องและการผ่าตัดโรคอ้วน ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า เมตาบอลิกซินโดรม (Metabolic Syndrome) คือกลุ่มความผิดปกติของระบบเมตาบอลิก จากข้อมูลของ Interasia ที่ได้ทำการศึกษาในประชากรไทยทั่วประเทศที่อายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 5,091 คน พบว่าความชุกของโรคอยู่ที่ร้อยละ21.9-33.3 ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ที่ใช้ในการวินิจฉัย และพบได้ในเพศหญิงมากกว่าเพศชายโดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ความผิดปกติที่พบได้บ่อย คือระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี HDL-Cholesterol ต่ำ และพบว่าเมื่ออายุเพิ่มขึ้นโอกาสที่จะเป็น Metabolic Syndrome ก็เพิ่มขึ้นตาม สาเหตุของโรคเมตาบอลิกซินโดรมในปัจจุบันมีความเชื่อว่าเป็นผลมาจากโรคอ้วน โดยเฉพาะอ้วนลงพุง นำไปสู่ความดันโลหิตสูงน้ำตาลในเลือดสูง ไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงไขมันดีในเลือดต่ำ รวมถึงโรคหัวใจและหลอดเลือด และภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเกิดได้ทั้งจากพันธุกรรมและสาเหตุภายนอก เช่น ผลกระทบจากการใช้ยาบางชนิด โดยคนที่อ้วนลงพุงจะมีภาวะดื้อต่ออินซูลินมากกว่าคนที่อ้วนบริเวณสะโพก

วิธีการรักษาคือ ควรแก้ที่ปัญหาโรคอ้วนและภาวะดื้อต่ออินซูลิน ได้แก่ ควบคุมการรับประทานอาหาร เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายและในปริมาณที่เหมาะสม ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม มีการศึกษาพบว่าการลดน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์ ทำให้ภาวะเมตาบอลิกซินโดรมดีขึ้นได้ด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกาย และบางครั้งแพทย์อาจให้รับประทานยาร่วมด้วย เช่น ยาที่ป้องกันการดูดซึมของไขมัน ยาที่ช่วยลดความอยากอาหาร ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น เพราะการใช้ยาอาจให้ผลดีในระยะสั้นและมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ การผ่าตัดใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นโรคอ้วนและลดน้ำหนักไม่ได้ตามเป้าหมายที่ต้องการ ปัจจุบันจึงได้นำมาใช้กับผู้ป่วยที่มีภาวะเมตาบอลิกซินโดรมซึ่งเห็นผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ที่สำคัญการผ่าตัดมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของแพทย์ที่ตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด ได้แก่ 1.การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะ Laparoscopic Sleeve Gastrectomy การผ่าตัดปรับรูปร่างของกระเพาะให้มีความจุเหลือ 150 ซีซี โดยตัดกระเพาะและส่วนที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมความหิวออกประมาณ 80% เป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้องบริเวณหน้าท้อง แผลเล็กขนาด 0.5 ซม. แพทย์ผู้ทำการผ่าตัดต้องมากด้วยประสบการณ์ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI หรือดัชนีมวลกายไม่เกิน 45 และมีโรคร่วม 2.การผ่าตัดส่องกล้องลดขนาดกระเพาะและทำบายพาส Laparoscopic Gastric Bypass การผ่าตัดแยกกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงเป็นรูปกระเปาะมีความจุ 30 ซีซี จากนั้นตัดแยกลำไส้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมาต่อกับกระเพาะเพื่อบายพาสอาหารความยาว 100-150 ซม. เหมาะกับผู้ที่มีค่า BMI หรือดัชนีมวลกายมากกว่า 45 และมีโรคร่วม

ขณะเดียวกัน ความอ้วนยังส่งผลกระทบต่อภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome-PCOS) ในผู้หญิง ภาวะนี้เป็นความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อหรือฮอร์โมนในร่างกาย โดยจะพบซีสต์หรือถุงน้ำหลายใบในรังไข่ เมื่อซีสต์หรือถุงน้ำเข้าไปเบียดรังไข่ ส่งผลให้การทำงานของรังไข่ผิดปกติ ซึ่งสาเหตุของการเกิดภาวะนี้ยังไม่แน่ชัด อาจเกิดจากกรรมพันธุ์หรือความผิดปกติของหลายระบบในร่างกาย อาทิ ต่อมใต้สมอง รังไข่ ต่อมหมวกไต การมีน้ำหนักเกินเกณฑ์จึงไม่ใช่เรื่องดี โดยเฉพาะคุณผู้หญิงหากตกอยู่ในภาวะอ้วน อาจส่งผลให้มีรอบเดือนผิดปกติ ความอ้วนมีส่วนทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจนผิดปกติโดยเฉพาะการอ้วนลงพุง เนื่องจากฮอร์โมนเอสโตรเจนผลิตจากไขมัน เมื่อไขมันมากไปการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ควบคุมการตกไข่ในเพศหญิง อาจเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้ไม่มีการตกไข่ ประจำเดือนมาน้อยแบบกะปริดกะปรอย หรือประจำเดือนขาดหายไป ทำให้มีบุตรยาก ซึ่งมักพบในวัยเจริญพันธุ์อายุประมาณ 25-35 ปี หากไม่รีบรักษาอาจทำให้มีบุตรยาก เสี่ยงต่อการมีเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติและมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ในอนาคต

ทั้งนี้ อาการที่ผู้หญิงควรสังเกตคือ 1.ประจำเดือนเว้นช่วงนาน มาห่างกันมากกว่า 35 วัน หรือมาไม่เกิน 6-8 ครั้งต่อปี2.รอบประจำเดือนขาด มาไม่ติดต่อกันนานเกิน 3 รอบ เทียบกับผู้หญิงที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ หรือมาไม่ติดต่อกัน 6 เดือนในผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ แสดงถึงภาวะไม่ตกไข่เรื้อรัง 3.ประจำเดือนมากะปริดกะปรอย มามากเกินไป นานเกินไป อาจเกิดเยื่อบุโพรงมดลูกหนาผิดปกติ 4.ภาวะแอนโดรเจน (Androgen) เกิน คือ ฮอร์โมนเพศชายที่มีอยู่ในร่างกายทั้งของผู้ชายและผู้หญิงเมื่อผู้หญิงมีมากเกินไป ทำให้เกิดภาวะขนดกสิวขึ้นมากกว่าปกติ ผิวมัน ศีรษะล้าน 5.อ้วน น้ำหนักเกินมาก ทำให้ดื้อต่อน้ำตาลอินซูลิน เพิ่มอาการของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ได้ ความรุนแรงของภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหากไม่รีบรักษา อาจส่งผลให้มีบุตรยาก หรือเพิ่มความเสี่ยงการหนาตัวของเยื่อบุโพรงมดลูก เสี่ยงมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกและมะเร็งเต้านม

วิธีรักษาคือ ลดความอ้วน ควบคุมน้ำหนัก หากไม่แน่ใจควรพบแพทย์และรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว ได้แก่ รักษาดื้ออินซูลิน ลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด รักษาและป้องกันเยื่อบุโพรงมดลูกหนาตัว ฯลฯ ดังนั้นผู้หญิงที่มีความเสี่ยง ควรป้องกัน ด้วยการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่เน้นผักผลไม้ เลี่ยงแป้งและอาหารไขมันสูง ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ และไม่เครียด ทำจิตใจให้แจ่มใส เพราะความเครียดทำให้ฮอร์โมนผิดปกติ

ทั้งนี้ การรักษาทั้ง 2 รูปแบบ จะเน้นที่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดน้ำหนัก และการรับประทานยาก่อน แต่หากไม่เป็นผลแพทย์จะพิจารณาให้เข้ารับการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดมักได้ผลดีในกรณีที่ผู้ป่วยมีโรคอ้วนร่วมด้วย ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีสุขภาพแข็งแรงรูปร่างที่เหมาะสม ลดเสี่ยงและห่างไกลจากโรคเรื้อรัง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วนกรุงเทพ รพ.กรุงเทพ โทร.02-3103788 หรือ Call Center โทร.1719

Leave a comment