ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/360742

ขอแค่โฉนดคืน!! เจ้าหนี้พร้อมไกล่เกลี่ย ยันไม่เคยร่วมลงทุน‘นกน้อย อุไรพร’
ขอแค่โฉนดคืน!! เจ้าหนี้พร้อมไกล่เกลี่ย ยันไม่เคยร่วมลงทุน‘นกน้อย อุไรพร’
ความคืบหน้ากรณี นางสุดารัตน์ ภูผานี อายุ 46 ปี นักธุรกิจที่ทำธุรกิจอยู่ที่เมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา เข้าแจ้งความกล่าวหาศิลปินหมอลำชื่อดัง “นกน้อย อุไรพร” โดยกล่าวหาฉ้อโกง หลังยืมโฉนดไปจำนองกับนายทุนเงินกู้นอกระบบ 3.8 ล้านบาท เพื่อนำมาเปิดวงเดินสายแสดง แต่ผ่านมาเกือบ 3 ปี ยังไม่ได้รับโฉนดคืน โดยทาง “นกน้อย” พร้อมทนายความ ได้เปิดบ้านแถลงข่าวโต้ไม่ได้เป็นหนี้ แต่ลงทุนทำธุรกิจงานอีเวนท์ร่วมกัน ยังไม่ได้เคลียร์เงิน และทางทนายความบอกพร้อมไกล่เกลี่ยนั้น
ล่าสุดวันนี้(28 ส.ค.61) ที่ห้องทำงาน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นางสุดารัตน์ ภูผานี นักธุรกิจ ที่แจ้งความกล่าวหา “นกน้อย อุไรพร” พร้อมนายพีระนัทธ์ วงศ์สวัสดิ์ ทนายความ และญาติของนางสุดารัตน์ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ และ พ.ต.ท.ผลิตอรัญ บุญมาตุ่น รอง ผกก.สอบสวน เจ้าของคดี เพื่อยื่นหนังสือร้องขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรม ต้องการได้โฉนดที่ดินคืน หลังจากที่ “นกน้อย อุไรพร” เปิดบ้านแถลงข่าวว่าไม่ได้เป็นการยืมเงิน แต่เป็นการร่วมลงทุนด้วยกัน ซึ่งไม่เป็นความจริง เกรงจะทำให้เกิดความเข้าใจผิด และความเสียหาย
นายพีระนัทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมานางนางสุดารัตน์ ได้เข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม จ.อุดรธานี เรื่องเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินนอกระบบ และขอความเป็นธรรม เพื่อจะเอาโฉนดที่ดินคืนมา ซึ่งที่ผ่านมาทางนางสุดารัตน์ ได้ให้ข้อเท็จจริงกับทางศูนย์ดำรงธรรม จนมาถึงชั้นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี และได้ให้ปากคำข้อเท็จจริงไปแล้ว แต่ทางฝ่ายนกน้อย ออกมาโต้แย้งว่าไม่เคยได้รับเงิน หรือเป็นการร่วมลงทุนการทำธุรกิจ ทางเราจึงมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม เพื่อให้ทางพนักงานสอบสวนช่วยไกล่เกลี่ย
“ถ้าไกล่เกลี่ยไม่ได้ ก็ขอให้มีการสอบประเด็นเพิ่มเติม เกี่ยวกับที่ทางนกน้อยอ้างว่าเป็นการร่วมลงทุน 3.8 ล้านบาท ว่าที่อ้างว่าร่วมลงทุนได้มีการแบ่งผลประโยชน์ให้นางสุดารัตน์จริงหรือไม่ หากไม่เคยแบ่งเงินจะอ้างว่าเป็นการร่วมลงทุนได้อย่างไร ที่ผ่านมาทางเรามีหลักฐานที่มอบให้พนักงานสอบสวนไปแล้วว่าเงิน 3.8 ล้านบาท หรือการจ่ายดอกเบี้ยต่างๆว่าใครเป็นคนรับ หรือใครเป็นคนจ่าย ส่วนข้อเท็จจริงในเรื่องของคดีความ อยากให้พนักงานสอบสวนสรุปสำนวน เพื่อไกล่เกลี่ยให้ เพราะอยากได้ที่ดินที่เป็นสมบัติของพ่อแม่คุณสุดารัตน์ ไม่อยากให้เป็นคดีความ เพราะต้องเดินทางกลับอเมริกาในเดือน ก.ย.นี้” นายพีระนัทธ์ กล่าว
.jpg)
ส่วนนางสุดารัตน์ เปิดเผยว่า รู้จักกับแม่นกน้อย ผ่านทางหลวงพ่อรูปหนึ่ง ที่ตนนับถือเป็นพ่อ ตอนนั้นท่านมาขอให้ตนช่วยแม่นกน้อย ที่ตนก็รู้จักมานานเกือบ 20 ปี โดยตนเคยขึ้นไปมอบดอกไม้ให้แม่นกน้อยบนเวที หลังจากนั้นเราก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกัน จนประมาณ 4 ปีที่ผ่านมา ตอนนั้นตนเดินทางกลับไทย หลวงพ่อท่านบอกให้ตนช่วยแม่นกน้อยด้วย ถ้าตนไม่ช่วยตอนนั้น แม่นกน้อยไม่มีเงินที่จะออกวงเดินสายเลย
“ตอนนั้นแม่นกน้อย ติดหนี้ติดสินอะไรต่ออะไรมากมาย ค่าข้าวก็ติดหนี้เป็นแสน ฉันจึงคิดว่า ถ้าช่วยแม่นกน้อย ลูกวงกว่า 200 ชีวิตถ้าเราไม่ช่วยเขาจะอยู่กันอย่างไร จึงตัดสินใจนำที่ดินแปลงนี้มาช่วย โดยหลวงพ่อท่านเป็นผู้รับรองให้ ตอนแรกๆไม่ได้ทำสัญญาอะไร คือ เรารักหลวงพ่อ ที่ผ่านมาทางแม่นกน้อย บอกว่า 2 เดือนเขาจะเอาโฉนดมาคืนให้ จนถึงวันนี้ที่มีการทวงอยู่ตลอด ก็บอกปัดว่า สปอนเซอร์ยังไม่ได้เงิน” นางสุดารัตน์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า รู้สึกอย่างไร ที่ทางแม่นกน้อยบอกว่า ไม่ได้ยืมเงิน แต่เป็นการร่วมลงทุน นางสุดารัตน์ ตอบว่า รู้สึกเสียใจมาก เราเคยช่วยคนๆหนึ่ง ที่ แต่เมื่อเราช่วยไปแล้ว เราต้องกลับมาเป็นคนที่ลำบากเสียเอง ต้องมามีปัญหา รู้สึกเสียใจที่ทำไมมาแถลงข่าวออกมาว่าเป็นอย่างนี้ เรายืนยันว่า เงิน 3.8 ล้านบาท เราไม่ได้เอาไปร่วมลงทุนกับแม่นกน้อย คือ เรามีธุรกิจของเราที่ต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะเราใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะมาร่วมลงทุนที่ประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ทางทนายความของแม่นกน้อยฯ บอกพร้อมไกล่เกลี่ย นางสุดารัตน์ฯ ตอบว่า ตนพร้อมและยอมที่จะไกล่เกลี่ยเช่นกัน เรายินดีมาที่จะมาเจรจาพร้อมทุกเมื่อด้วย เพียงแต่ขอแค่โฉนดที่ดินคืนเท่านั้น เรื่องก็จบกัน และจะไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น เราอยากได้โฉนดคืนมา เพื่อนำมาแบ่งขาย ซึ่งยอมรับว่าตอนนี้ตนเองลำบากมาก ธุรกิจที่ทำต้องลงทุนเพิ่ม จึงอยากได้ที่ดินคืน เพื่อนำมาแบ่งขายไปลงทุนของเราที่อเมริกา ที่ทำธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ และหวยล็อตโต้ ตนยอมที่จะเจรจาทั้งหมด เพียงขอโฉนดคือมาเท่านั้นเอง
ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังจะขอท้าไปสาบานกับเจ้าปู่ศรีสุทโธ ที่คำชะโนดอีกหรือไม่ นางสุดารัตน์ฯ ตอบว่า ถ้าเขามาเจรจาก็คงไม่ต้องไปสาบาน อยากให้แม่นกน้อยออกมารับความจริง ถ้าเอาโฉนดคืนมา สังคมเขาก็จะยอมให้อภัย เพราะเราพูดความจริง แต่ถ้ายังตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ คนเขาจะประณาม
ด้าน พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมเจรจาไกล่เกลี่ย ตำรวจขอเวลาสอบสวนปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย และจะนัดทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ย หากทั้งสองฝ่ายไกล่เกลี่ยกันได้ ก็จะถือว่าคดีสิ้นสุด แต่ถ้าเจรจาไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งจะนัดเจรจาให้เสร็จก่อนวันที่ 13 ก.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันที่นางสุดารัตน์ฯ ต้องเดินทางกลับอเมริกา
.jpg)
ต่อมาเวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูบริเวณแปลงที่ดินจำนวน 33 ไร่ 20 ตารางวาที่ตั้งอยู่ที่บ้านสะแบง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี พบว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ติดถนนสายหลักเส้นทางอ.หนองหาน-บ้านสะแบง ตอนนี้เป็นพื้นที่นาทั้งหมด และได้พบกับพี่สาวคนโตของนางสุดารัตน์ แต่เล่ารายละเอียดให้ฟังว่า เรื่องที่น้องสาวเอาโฉนดไปให้แม่นกน้อยจำนองเป็นเรื่องจริง ทุกคนในบ้านรู้หมดรวมทั้งคุณแม่ที่อายุ 65 ปี ตอนแรกแม่ก็ไม่เห็นด้วยแต่ทางโน้นเขารับปากว่า 3 เดือนจะไถ่มาให้พี่น้องก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่นี่นานกว่า 3 ปีก็ยังไม่ได้คืน ทุกคนในครอบครัวก็ไม่สบายใจที่แม่นกน้อยทำแบบนี้รวมถึงคุณแม่ท่านก็ไม่สบายใจ
ส่วนที่แม่นกน้อยออกมาบอกว่าร่วมทำธุรกิจร่วมกันไม่ใช่แน่นอน ความจริงก็คือความจริง ตอนนี้คนในครอบครัวก็อยากให้น้องสาวได้โฉนดคืน เพราะเขาตั้งใจว่าจะมาแบ่งขาย ตอนนี้ทุกคนในครอบครัวก็หวังว่าจะมีการเจรจากันและน้องสาวได้โฉนดคืนดั่งที่ตั้งใจไว้