ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/363678

แพทย์แนะ 5 เทคนิค ‘บริหารสมองดีชีวิตมีสุข’
เพราะเห็นความสำคัญของ “สมอง” ซึ่งเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนละเอียดอ่อน สำคัญเป็นอันดับต้นๆของร่างกาย คนเราควรดูแลรักษาสมองให้มีสุขภาพดีในทุกช่วงอายุ และเมื่ออยู่ในช่วงวัยกลางคนที่ธรรมชาติของสมองเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุให้เกิดผลกระทบต่อความคิดและความจำ
รพ.บำรุงราษฎร์ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ได้จัดงาน “Lifestyle for Healthy Brain” (ไลฟ์สไตล์ ฟอร์ เฮลธ์ตี้ เบรน)เน้นส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับสุขภาพสมอง พร้อมเผยเคล็ดลับรักษาสมองให้ดีชีวิตมีสุขให้กับแขกเหรื่อ ลูกค้า บุคคลทั่วไปที่รพ.บำรุงราษฎร์
นพ.เขษม์ชัย เสือวรรณศรี แพทย์ผู้ชำนาญการด้านประสาทวิทยา เปิดเผยว่า ปัจจัยเสี่ยงผู้ป่วยโรคความจำเสื่อม หรือ อัลไซเมอร์ มีความสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้น สถิติผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ที่พบได้ในกลุ่มคนทั่วไปเฉลี่ยช่วงอายุ 65 ปี มีสัดส่วนร้อยละ 5ผู้อายุ 75 ปีขึ้นไปเฉลี่ยร้อยละ15 และกลุ่มอายุ 85 ปีจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 30-40
“ปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยที่เข้ามาปรึกษาแพทย์ด้านสมอง มีความกังวลเกี่ยวกับโรคความจำมากขึ้นเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน และกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ละกลุ่มนั้นจะมีปัจจัยแวดล้อม ความเสี่ยงที่แตกต่างกัน โดยกลุ่มคนวัยทำงานอายุเฉลี่ย 30-40 ปี มีความกังวลว่าตัวเองจะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์หรือไม่เมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากพ่อหรือแม่ตนเองป่วยเป็นโรคนี้ในปัจจุบัน ซึ่งจริงๆ ไม่ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต ซึ่งโรคอัลไซเมอร์ทางกรรมพันธุ์ พบได้น้อยมากในปัจจุบัน ในหนึ่งร้อยคนจะพบผู้ป่วยเป็นโรคนี้ราว 5 คน หากเป็นโรคอัลไซเมอร์ทางกรรมพันธุ์จะมีลักษณะเด่น คือ มีอาการป่วยแสดงให้เห็นก่อนอายุ 65 ปี หรือ ราว 55 ปี”
.jpg)
เพชรพริ้ง สารสิน, นพ.สุธี ศิริเวชฏารักษ์, อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ผอ.ด้านบริหารศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ฯ, นพ.เขษม์ชัย เสือวรรณศรีและสาวิตรี โรจนพฤกษ์
อย่างไรก็ดีปัจจัยหลักผู้ป่วยเกี่ยวกับความจำ ในกลุ่มคนวัยทำงาน ที่พบได้บ่อยมาจากหลายสาเหตุอาทิ พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ความเครียดในการทำงาน ที่พบได้บ่อยมากที่สุด คือ อาการออฟฟิศซินโดรม และในโรคของผู้บริหาร เป็นต้น
ขณะที่โรคความจำในกลุ่มผู้สูงอายุ อาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยทำให้เกิดโรคต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ หลอดเลือดสมองตีบ เนื้องอกน้ำในโพรงสมอง ฮอร์โมน ภาวะซึมเศร้า หรือ การขาดวิตามินบางชนิด ที่พบได้ทั้งกลุ่มวัยทำงาน และกลุ่มผู้สูงอายุ ทั้งนี้ ในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีสุขภาพแข็งแรงดีในปัจจุบัน สามารถป้องกันดูแลสมองให้แข็งแรงได้ รวมถึงกลุ่มวัยกลางคน หรือ ผู้เริ่มเข้าสู่วัยทองทั้งในเพศหญิงและชาย ควรหมั่นตรวจสุขภาพร่างกาย ตามการนัดของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับคำปรึกษา การบำบัดจากแพทย์ผู้ชำนาญการได้ทันท่วงที
สำหรับวิธีการบริหาร ดูแลสมองให้แข็งแรง ป้องกันโรคความจำเสื่อม ไม่ใช่เรื่องยากเลย คุณหมอแนะนำว่า มี 5 ข้อ ได้แก่ 1.พักผ่อนให้เพียงพอ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับนาฬิกาชีวิต ด้วยในแต่ละช่วงเวลาร่างกายมนุษย์ จะสร้างฮอร์โมนที่แตกต่างกันออกมาฟื้นฟูสภาพร่างกาย เช่น ไม่ควรเข้านอนหลังเวลา 23.00 น. ในวัยผู้ใหญ่ คนทำงาน ควรนอนประมาณ7-8 ชั่วโมง ผู้สูงอายุเฉลี่ย 6 ชั่วโมง และ กลุ่มเด็กที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโตอาจมีระยะเวลานอนมากขึ้นนอกจากนี้ ควรงดทำกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อย2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน เช่น ดูโทรทัศน์ หรือออกกำลังกาย ป้องกันการตื่นตัวของสมอง ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพของการหลับพักผ่อน
2.ดื่มน้ำ ในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายในกลุ่มคนทั่วไป เฉลี่ยประมาณ 2 ลิตรต่อวันเป็นอย่างน้อย เพื่อฟื้นฟูให้ความสดชื่นกระปรี้กระเปร่าต่อร่างกายและสมอง
3.พักสมองจากการทำงานในระหว่างวัน โดยให้ลุกจากโต๊ะทำงานไปยืดเส้น ยืดสาย เพราะป้องกันไม่ให้สมองมีการทำงานสะสมไปจนถึงจุดสูงสุด(peak)จนทำให้เกิดภาวะเครียด หรือเหน็ดเหนื่อยเรื้อรังหากทำได้ สมองจะผ่อนคลาย ทำให้ร่างกายสามารถนอนหลับได้อย่างมีคุณภาพ
4.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ต่อร่างกายและสมอง โดยบริโภคอาหารให้ครบ 5 หมู่ เป็นประจำ
ขณะที่ นพ.สุธี ศิริเวชฏารักษ์ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด กล่าวเสริมว่า “ภาวะออฟฟิศ ซินโดรม เช่น อาการปวดคอ ปวดบ่า หรือ ปวดไหล่ เรื้อรังในกลุ่มคนวัยทำงาน หรือ ความเครียดต่างๆ ที่สะสมไว้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อต่อสมาธิ และการจดจำของสมองผู้ป่วยมักมีอาการสับสน สมาธิไม่ดี ความจำไม่ดี หรือในบางรายอาจมีภาวะซึมเศร้า เป็นต้น
“ทั้งนี้ กลุ่มคนวัยทำงานที่มีอาการของภาวะออฟฟิศซินโดรม ดังกล่าว สามารถปรับพฤติกรรมของตัวเองเพื่อรักษาสุขภาพ ด้วยการปรับอริยบถระหว่างทำงาน บ่อยๆ รวมถึงใช้เทคนิค ข้อที่ 5.เรื่องการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพและมีประโยชน์ทั้งในด้านกายภาพและสมอง เช่น การวิ่ง การเต้นแอโรบิก การปั่นจักรยาน หรือการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออื่นๆ ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต ระบบเผาผลาญ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อหัวใจให้แข็งแรง โดยควรออกกำลังอย่างต่อเนื่อง ประมาณครั้งละ 20-30 นาที ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุควรกำหนดการออกกำลังกายให้พอเหมาะคือเมื่อถึงจุดเหนื่อยแล้วควรหยุดพัก หากร่างกายสามารถปรับตัวได้แล้ว จึงค่อยๆ ปรับเวลาการออกกำลังกายให้เพิ่มขึ้นในครั้งถัดไป”
นอกจากนี้ ยังพบว่า การเข้าสังคมเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยบริหารสมองให้แข็งแรง โดยใช้ทักษะการสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ เพื่อกระตุ้นให้สมองทำงานอยู่ตลอดเวลาด้วยการตอบสนอง
ทางอารมณ์
“ความสามารถในการตอบสนองทางอารมณ์ ศัพท์ทางการแพทย์ เรียกว่า “ความยืดหยุ่นของสมอง”(neuroplasticity) ซึ่งความยืดหยุ่นของสมองนี้จะค่อยๆ ลดลงเมื่อเรามีอายุมากขึ้น ทำให้มีผลต่อความคิดและความจำ ดังนั้นการดูแลรักษาสมองแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงในการเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่อสูงวัยได้” นพ.สุธี กล่าวทิ้งท้าย
ด้าน “เพชรพริ้ง สารสิน” เซเลบฯคนดังที่ทำงานการบินไทยมา 32 ปีได้มาร่วมพูดคุยในงานดังกล่าวเผยว่า “มาร่วมงานได้ประโยชน์ เทคนิคนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เยอะเลย อาทิ หมอบอกว่า จะบำรุงรักษาดูแลสมองอย่างไร ป้องกันไม่ให้เกิดอัลไซเมอร์อย่างไร คือเราต้องนอนเร็วขึ้น ไม่ทำงานหนักเกินไป และต้องรู้จักพักผ่อน คอยฝึกบริหารสมองตลอดเวลา หากิจกรรมต่างๆ ทำให้มีความจำดีขึ้น หัดสังเกตจดจำ ดื่มน้ำเยอะๆ ให้สดชื่น ความสวยงามก็จะมาพร้อมกับสมองที่สมบูรณ์ค่ะ ส่วนการออกกำลังกาย จะใช้รำไทยค่ะคือการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง หรือเดินเร็วๆแทนที่จะนั่งรถ เราใช้การเดินแทน ก็เป็นการออกกำลังกายได้หรือเดิน ขี่จักรยาน เต้นรำอะไรก็แล้วแต่ กิจกรรมประกอบจังหวะ จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น สมองก็ปลอดโปร่งค่ะ”