ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/363677

ได้เวลาเติม ‘คอลลาเจน’ เสริมความแข็งแรงให้แก่ผิว
อย่าแพ้ อย่าแก่ อย่าตาย … นิยามผู้หญิงสมัยใหม่ที่ตั้งปณิธาณกับตัวเองว่าต้อง “สมาร์ท” และ “สตรอง” ทั้งนี้การดูแลตัวเองให้สวย อ่อนกว่าวัย ต้องประกอบด้วยปัจจัยหลายอย่าง ทั้ง การควบคุมอาหาร ออกกำลังกาย และเลือกทานอาหารเสริม ซึ่งหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์ตอนนี้ยังหนีไม่พ้น “คอลลาเจน”
แต่น้อยคนนักจะรู้จัก “คอลลาเจน” แบบละเอียดจริงๆ ว่ามาจากไหน กี่ชนิด แบ่งเป็นอะไรบ้าง ประโยชน์และความจำเป็น ฯลฯ เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท อรัญญ์ขันทอง จำกัด โดย อรัญญา พูลวรลักษณ์
กรรมการบริหาร ได้แถลงข่าวเปิดตัว KT COLLAGEN ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไฮโดรไลซด์ คอลลาเจนระดับพรีเมียมจากปลา (Hydrolyzed Fish collagen) พร้อมกับเชิญ ดร.เครือวัลย์ โชติเลอศักดิ์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ มาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคอลลาเจน
.jpg)
ดร.เครือวัลย์ โชติเลอศักดิ์,อรัญญา พูลวรลักษณ์
ดร.เครือวัลย์ โชติเลอศักดิ์ ให้ความรู้เกี่ยวกับคอลลาเจน ว่าโปรตีนคอลลาเจน ประกอบด้วยหน่วยย่อยที่เป็นกรดอะมิโน โดยจะเกิดการผลิตขึ้น เมื่อโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ปลาหรือผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหลายที่เรารับประทานเข้าไปถูกย่อยสลายจนแตกตัว และก่อตัวขึ้นใหม่เป็นโปรตีนในลักษณะอื่นๆ เช่น โปรตีนที่ช่วยในกระบวนการรักษาแผล ซ่อมแซมกล้ามเนื้อ หรือคอลลาเจนนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ร่างกายจะมีการผลิตคอลลาเจนน้อยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นในช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ ผิวหนังของคนเราจะประกอบด้วยคอลลาเจนประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ แต่จะค่อยๆ สูญเสียคอลลาเจนเหล่านี้ไปถึงปีละ 1.5 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้การเชื่อมต่อของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่างกายอ่อนแอลงเป็นสาเหตุให้ผิวเหี่ยวย่น ขาดความยืดหยุ่นและบริเวณข้อต่อเริ่มไม่แข็งแรงด้วย โดยหนุ่มสาวอายุ 25 ปีขึ้นไปควรเริ่มทานคอลลาเจนแล้ว
คอลลาเจน รากศัพท์มาจากภาษากรีกมีความหมายว่า “กาว” เป็น โปรตีนธรรมชาติในร่างกายชนิดหนึ่ง ในกลุ่มโปรตีนเส้นใย (FibrousProtein) เป็นโครงสร้างหลักของ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันลักษณะเหนียวแต่ยืดไม่ได้ มีแรงต้าน แรงดึงสูงมาก มีปริมาณ 1 ใน 3 ของโปรตีนทั้งหมดที่มีอยู่ในร่างกาย มีหน้าที่ สร้างความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว ผนังของหลอดเลือด, ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ยึดเหนี่ยวส่วนต่างๆ
ในร่างกาย, เป็นส่วนประกอบสำคัญของเยื่อกระจกตา เลนส์ตา เอ็น เนื้อเยื่อ และกระดูก จึงได้รับการขนานนามว่า “กาวแห่งชีวิต” เพราะทำหน้าที่เชื่อมเซลล์ในร่างกายเข้าด้วยกัน ช่วยป้องกันอวัยวะภายในร่างกายและเชื่อมอวัยวะต่างๆให้อยู่ด้วยกัน
.jpg)
โดยชนิดของคอลลาเจน แบ่งเป็น Type Iพบที่ผิวหนัง เอ็น และกระดูก มีปริมาณมากที่สุด(ประมาณ 90% ของคอลลาเจนทั้งหมดในร่างกาย)Type II พบในกระดูกอ่อน วุ้นในตา Type III พบในผิวหนังที่เริ่มมีการสร้างใหม่ เช่น ผิวหนังที่เป็นแผลหลอดเลือด และอวัยวะภายใน Type Vอยู่ในรูปโครงร่างตาข่าย เกิดขึ้นจากกระบวนการสร้างพอลิเมอร์ ทำให้เกิดเป็นชั้นปกคลุมผิวด้านนอกหรือบุผิวที่เป็นโพรง พบที่รากผม รก ผิวเซลล์
ส่วนประโยชน์ของคอลลาเจน ดร.เครือวัลย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผิวหนัง สร้างความแข็งแรงและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว, ช่วยในการสร้างเนื้อเยื่อใหม่, หลอดเลือด สร้างความยืดหยุ่นให้ผนังของหลอดเลือด, ตา ส่วนประกอบสำคัญที่อยู่ในเยื่อกระจกตาและเลนส์ตา เอ็น เนื้อเยื่อ และกระดูก ลดอาการของโรคข้อต่ออักเสบต่างๆ รวมถึงสามารถช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคข้อเสื่อมต่างๆปัจจุบันเราใกล้ชิดกับคอลลาเจนมาก เพียงแต่บางท่านอาจไม่สังเกต เพราะมีการใช้คอลลาเจนในอุตสาหกรรมอาหาร ห่อไส้กรอก แทนลำไส้ของสัตว์, เยลลี่หรือขนมหวาน การแพทย์ แคปซูลบรรจุยา สารเคลือบเม็ดยา ผลิตวัสดุสังเคราะห์ที่ใช้ในการศัลยกรรม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านผิวพรรณ ร่างกายจะมีการผลิตคอลลาเจนน้อยลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ในช่วงอายุ 20 ปีต้นๆ ผิวหนังของคนเราจะประกอบด้วยคอลลาเจนประมาณ 75% ตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป ร่างกายจะลดการสร้างคอลลาเจนลง 1.5% เมื่ออายุ 40 ปี กระบวนการสร้างคอลลาเจนจะช้าลง 30% การเชื่อมต่อของเนื้อเยื่อในส่วนต่างๆ ของร่างกายอ่อนแอลง ผิวหนังเหี่ยวย่น มีริ้วรอย ขาดความยืดหยุ่น และบริเวณข้อต่อเริ่มไม่แข็งแรง ซึ่ง ปัจจัยที่ทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้น รังสียูวีจากแสงแดด,การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน สารปนเปื้อนในอาหาร บุหรี่, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, อนุมูลอิสระ ปัจจัยอื่นๆ เช่น โรคทางระบบภูมิคุ้มกัน
ดังนั้น สิ่งสำคัญ เราต้องลดการสูญเสียคอลลาเจน โดย เริ่มจากตัวเองก่อน คือ การเลือกรับประทานอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งผลให้ระดับอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มสูง ได้แก่ อาหารที่มีน้ำตาลสูง อาหารปิ้งย่างและอาหารสำเร็จรูป, รับประทานอาหารที่อุดมด้วย Co-Enzyme Q เช่น ปลาแมคเคอเรล และวิตามินอี เช่น อัลมอนด์ ซึ่งมีคุณสมบัติยับยั้งความเสียหายและการสูญเสียคอลลาเจนที่เกิดจากอนุมูลอิสระ, เพิ่มการได้รับวิตามินซี จะช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการเผชิญสารอนุมูลอิสระ, หลีกเลี่ยงมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เช่น
ฝุ่น ควัน สารเคมี ยาฆ่าแมลง และความเครียดไม่สูบบุหรี่และเสี่ยงการสูดดมควันจากผู้อื่น ควันบุหรี่มีสารหลายชนิดที่ส่งผลให้คอลลาเจนถูกทำลาย, ป้องกันผิวจากแสงแดด และควรเลือกใช้ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางที่มี SPF, รังสียูวีในแสงแดดทำให้ปริมาณคอลลาเจนในผิวหนังลดลงโดยเพิ่มเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน และสำหรับการเลือกผลิตภัณฑ์ ควรเลือกแบรนด์ที่เชื่อถือได้ มาจากแหล่งผลิตซึ่งเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐานผ่าน GMP