‘MIRACLE is all around’ สร้างกำลังใจดีๆให้ผู้ป่วย เนื่องในวันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/365078

‘MIRACLE is all around’ สร้างกำลังใจดีๆให้ผู้ป่วย  เนื่องในวันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก

‘MIRACLE is all around’ สร้างกำลังใจดีๆให้ผู้ป่วย เนื่องในวันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย ประธานชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย

ชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย จัดงาน “ปาฏิหาริย์-เปลี่ยนมะเร็ง-ให้เป็นสุข MIRACLE is all around” ครั้งที่ 5 อย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ป่วยเนื่องในวันมะเร็งต่อมน้ำเหลืองโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กันยายนของทุกปี ให้ก้าวผ่านโรคมะเร็ง ป่วยอย่างมีความสุข พร้อมพูดคุยเปิดประสบการณ์การต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่เป็นถึง 3 ครั้ง ของ เมย์- หทัยชนก บุญพิชญาภา และ พิมพ์-
สุวพร ดำรงสุกิจ อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และนักกีฬาปีนผาทีมชาติไทย

ศ.นพ.ธานินทร์ อินทรกำธรชัย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานชมรมโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นมะเร็งทางโลหิตวิทยาที่พบได้บ่อยติดอันดับ 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย โดยคาดว่าน่าจะมีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองปีละกว่า 3,000 ราย หรือเทียบเท่า 8 รายต่อวัน และแนวโน้มมีผู้ป่วยเพิ่มจำนวนมากขึ้นในแต่ละปีซึ่งยังไม่สามารถระบุสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้อย่างชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบางชนิด มีโอกาสรักษาหายขาดได้ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มแรก สำหรับอาการเริ่มต้นของโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองอาจคล้ายกับอาการอื่นๆ ที่พบได้ในภาวะต่างๆ เช่น การติดเชื้อ เหงื่อออกตอนกลางคืน เป็นไข้ น้ำหนักลด มีก้อนโตบริเวณลำคอหรือรักแร้ หากมีอาการดังกล่าวนานเดือน 3 สัปดาห์ ให้รีบมาพบแพทย์เพื่อทำการตรวจต่อไป

ในส่วนของการรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น ยังมีนวัตกรรมการรักษาใหม่ๆ มากมาย ได้แก่ การใช้เคมีบำบัด การใช้ยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ การฉายแสง และการปลูกถ่ายไขกระดูก (สเต็มเซลล์) ซึ่งปัจจุบันหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มีการอนุมัติการใช้ยาโมโนโคลนอลแอนติบอดี้ (Monoclonal antibody) แก่ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน (Non-Hodgkin Lymphoma : NHL) ชนิด diffused large B-cell lymphoma ที่มีเป้า CD 20 เป็นบวก ซึ่งให้คู่กับยาเคมีบำบัดสูตรมาตรฐาน เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ป่วยที่จะมีโอกาสหายขาดจากโรคมากขึ้น

ภายในงานยังร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ป่วย กับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เมย์-หทัยชนก บุญพิชญาภา กับการมาเยือนของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองถึง 3 ครั้ง 3 คราแต่ก็ยังต่อสู้กับโรคด้วยรอยยิ้มอันสดใส ปัจจุบัน คุณหมอมีการปรับแผนการรักษาแบบใหม่ โดยเป็นการรักษาด้วยเคมีบำบัดเหมือนเดิม และเพิ่มเติมด้วยยาภูมิต้านทานแบบพุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือ Monoclonal antibodyเข้าไปด้วย และแผนนี้ใช้ระยะเวลารักษาทั้งหมดประมาณ 1 ปี ซึ่งยาครั้งนี้ถือว่าผลการตอบสนองค่อนข้างดี ก้อนยุบลงเกือบหมด และผลเลือดก็ดูดีระดับหนึ่งไม่ตกต่ำรุนแรงเหมือนที่ผ่านๆ มา ก็ยังพอจะมีรอยยิ้มต่อสู้ต่อไปได้

“ถึงแม้ว่าเส้นทางการต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองของเมย์ ยังไม่รู้ว่าสุดท้ายปลายทางจะเป็นยังไง และระหว่างทางที่เดินในอุโมงค์นี้จะต้องพบเจอเรื่องราวอะไรอีกบ้าง แล้วจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เมื่อไหร่ ซึ่งมันก็ไม่สำคัญเลย เพราะเมย์เชื่ออยู่เสมอว่า วันที่เราเริ่มต้นต่อสู้แล้ว ถ้าเราต่อสู้อย่างเต็มที่ สู้แบบไม่ถอย และสู้แบบดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าปลายทางจะเป็นยังไงเมย์ก็จะไม่รู้สึกเสียใจเลย และเมย์ก็หวังว่า เรื่องราวของเมย์จะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจ และกำลังใจดีๆ ให้กับทุกคนที่กำลังโลดแล่นอยู่บนเส้นทางของนักสู้เหมือนกับเมย์จะสู้ต่อไปเช่นกันพร้อมรอยยิ้มและกำลังใจ”

ส่วน พิมพ์-สุวพร ดำรงสุกิจ อดีตผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และนักกีฬาปีนผาทีมชาติไทย ที่เลือกจะอยู่กับมะเร็งอย่างเข้าใจ และมองโลกมุมใหม่ ภายใต้แนวคิด “เราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นๆ ด้วย” สาเหตุที่ทำให้ไปตรวจตอนนั้นก็คือ พิมพ์มีอาการไออย่างต่อเนื่องอยู่ประมาณ 2-3 เดือน และพอไปหาหมอ หมอให้ x-ray ทรวงอกก็เจอก้อนการรักษาของพิมพ์เป็นการให้คีโมต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงเป็นเวลา 5 วัน ทั้งหมด 6 รอบค่ะซึ่งแต่ละรอบนั้นพิมพ์อยู่โรงพยาบาลรอบละ 14 วัน มีเวลาออกมาข้างนอก 7 วัน แล้วกลับไปให้คีโมใหม่ หลังจากพิมพ์รู้ว่าพิมพ์ป่วยเป็นอะไร พิมพ์ได้ทำการปรึกษาคุณหมอ และหาข้อมูลเองอยู่สักระยะก็ทำให้พิมพ์ทราบว่า “โรคนี้มีโอกาสหาย” และยังสามารถหายขาดได้อีกด้วย

สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นมันทำให้เราเห็น และรู้สึกได้ว่าชีวิตเรานั้นช่างมีค่า และมีความหมายมากมายแค่ไหน จากที่เราเคยคิด เคยรู้สึกว่าฉันอยู่เพื่อตัวเอง ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง หรืออย่างมากก็ทำเพื่อตัวเอง และคนในครอบครัว แต่ทุกคนทำให้ได้รู้ว่า เราต้องมีชีวิตอยู่เพื่อคนอื่นๆ ด้วย” ปัจจุบันคุณพิมพ์อยู่ในภาวะโรคสงบ และก้าวข้ามผ่านโรคร้ายมาได้ และมะเร็งยังเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้พิมพ์มุ่งมั่นจนกลายมาเป็นนักกีฬาปีนผาทีมชาติไทยในปัจจุบัน

Leave a comment