ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/369020

เปิดตัวโครงการ ‘Circular Living Campaign 2018’
ปฏิภาณ สุคนธมาน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล และ นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ รองกก.ผจก.ใหญ่อาวุโส สายงานปฏิบัติการ บจ. สยามพิวรรธน์ร่วมเปิดโครงการ “Circular Living Campaign 2018”
กลุ่มบริษัท สยามพิวรรธน์ และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC สององค์กรชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวโครงการ “Circular Living Campaign 2018” ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสร้างความตระหนัก ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคและประชาชน เกี่ยวกับการคัดแยกขยะและจัดการขยะอย่างถูกวิธี พร้อมทั้งสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีที่จะช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิล อันเป็นส่วนสำคัญที่ส่งเสริมหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) โดยโครงการ “Circular Living Campaign 2018” นี้ ประกอบด้วยกิจกรรมรักษ์โลกต่างๆ มากมาย เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ได้แก่ Power of Sharing, Sustainable Designer’s Contest,Circular Living Festival,Up Cycling X’Mas Tree และ Circular Living Symposium โดยเริ่มแคมเปญแรก คือ Power of Sharing ด้วยการจัดวางถังขยะเพื่อรับบริจาคขยะพลาสติกทั้งหมด 3 ศูนย์ ได้แก่ สยามพารากอน, สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ เพื่อนำไปอัพไซเคิลเป็นเสื้อให้แก่มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ.เพื่อเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
.jpg)
ปฏิภาณ สุคนธมาน, นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์, โสมรสา พงษ์เพิ่มพฤกษ์, ปฏิภาณ สุคนธมานและ อาย-กมลเนตร เรืองศรี
ปฏิภาณ สุคนธมาน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือGC เผยว่า “GC ในฐานะผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย ตระหนักถึงปัญหาขยะและความท้าทายในการเปลี่ยนขยะพลาสติกให้เป็นผลิตภัณฑ์สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยบริษัทได้ริเริ่มโครงการต่างๆ ภายใต้แนวคิด Circular Economy หรือ แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าขยะพลาสติก ด้วยการ Upcycling การนำไอเดียการออกแบบ การนำนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์มาพัฒนาและต่อยอดเพื่อแปรรูปเป็นสินค้าแฟชั่น โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เกิดการแก้ไขปัญหาขยะอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อ Value Chain การจัดการขยะอย่างครบวงจรในย่านสยาม ตั้งแต่การทิ้งขยะของท่าน จนถึงการแปรรูปให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าจากขยะ ซึ่งเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในแนวคิดCircular Economy เพื่อสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนให้กับทุกคน การที่ GC มาร่วมกับ สยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อ Value Chain การจัดการขยะอย่างครบวงจรในย่านสยาม ตั้งแต่การทิ้งขยะของท่าน จนถึงการแปรรูปให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าจากขยะ”
.jpg)
กิตติรัตน์ ปิติพานิช ร่วมให้ความรู้เรื่องการสร้างสรรค์ขยะพลาสติกให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น
ด้าน นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานปฏิบัติการบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวเสริมว่า“ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปีในการดำเนินธุรกิจ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์เจ้าของและผู้บริหารสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ที่ล้ำสมัย พร้อมสร้างบรรทัดฐานที่ดียิ่งขึ้นให้กับธุรกิจค้าปลีก ผ่านการนำเสนอโครงการรูปแบบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และสร้างพื้นที่สาธารณะ ที่เป็นประโยชน์ใจกลางเมืองให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยไม่ละทิ้งการดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด “คิดต่าง สร้างคุณค่า” ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญ คือ การส่งเสริมคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับสังคม ชุมชน และดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมช่วยสร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหาขยะพลาสติกแก่ลูกค้าที่มาใช้บริการและกลุ่มสาธารณชนทั่วไป ปีนี้เริ่มแคมเปญแรกภายใต้โครงการ “Circular Living Campaign 2018”คือ Power of Sharing จัดวางถังขยะบริเวณสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่เพื่อรับบริจาคขยะพลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว ติดตั้งทั้งหมด 30 จุด ทุกชั้นของทั้ง 3 ศูนย์ฯ แบ่งเป็นขยะพลาสติกทั้งประเภท PE โพลิเอทิลีน เช่น ท่อน้ำถัง ถุง ขวด และ PET คือ โพลิเอทิลีนเทเรฟทาเลตหรือเพ็ท เป็นประเภทขวดบรรจุน้ำดื่ม น้ำมันพืช กลุ่มนี้สามารถรีไซเคิลให้เป็นเส้นใยทำเสื้อกันหนาว พรม และใยสังเคราะห์ในหมอน เป็นต้น และจะนำไปพัฒนาสร้างมูลค่าผลิตเป็นเสื้อมอบให้แก่ มูลนิธิซี.ซี.เอฟ.ฯ รับบริจาคพลาสติก ตั้งแต่วันนี้ ถึง 20 ธันวาคม 2561 นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ CEA ให้ความรู้และการต่อยอดขยะพลาสติกผ่านการออกแบบให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่อีกด้วย ถือว่าเป็นการสร้างโอกาสแนวคิดใหม่ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ในด้านการออกแบบให้มีแนวคิดในการช่วยกันแก้ปัญหาและช่วยสร้างมูลค่าให้กับพลาสติกเพิ่มมากขึ้น



