ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/370484

เผยผลสำรวจผู้หญิงกับสายงานเทคโนโลยี คือ ‘งานในฝัน’ ไม่หวั่นแม้เจออคติทางเพศ
Booking.com เผยผลการสำรวจชุดแรกของการสำรวจข้อมูลทั่วโลก ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับปัญหาความหลากหลายทางเพศ ที่ยังคงพบอยู่เรื่อยมาในแวดวงเทคโนโลยี รวมถึงความคิด ประสบการณ์และความมุ่งมั่นของผู้หญิงทั่วโลกที่มีต่อโอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพการงานสายเทคโนโลยี โดยการสำรวจนี้ได้เก็บข้อมูลจากผู้หญิงที่ทำงานในวงการเทคโนโลยี รวมถึงนักศึกษาหญิงที่สนใจทำงานในแวดวงนี้ และพบว่าผู้หญิงทั่วโลกเห็นว่างานในวงการเทคโนโลยีนั้นน่าทำ และมีความคิดเห็นเชิงบวกว่าเส้นทางของสายอาชีพนี้น่าจะเติบโตได้ดีอย่างไรก็ตามยังคงมีอุปสรรคอยู่บ้าง ซึ่งปัญหาหลักๆ คืออคติในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลเข้าทำงาน สัดส่วนจำนวนพนักงานในปัจจุบัน รวมถึงการขาดผู้หญิงที่มีอำนาจตัดสินใจและเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน
โดย Booking.com ได้ดำเนินการสำรวจข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 6,898 ราย (จากสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส บราซิล เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี จีน ออสเตรเลีย อินเดีย และสเปน) ซึ่งตอบแบบสอบถามออนไลน์ระหว่างวันที่ 2 สิงหาคม-6 กันยายน 2018 ซึ่งผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า จากผู้หญิงทั่วโลกกว่า 3 ใน 5 (64%) ที่ทำงานด้านเทคโนโลยี รวมถึงนักศึกษาที่สนใจสายงานด้านนี้ กล่าวว่า การเป็นผู้หญิงนั้นส่งผลดีต่อการทำงานในสายเทคโนโลยี ซึ่งโดยหลักแล้วเป็นเพราะในปัจจุบันยังขาดแคลนผู้หญิงที่ทำงานด้านนี้อย่างเห็นได้ชัด (34%) และเป็นโอกาสอันดีที่นักศึกษาหญิง (43%) และนักเรียนมัธยมปลาย (37%) ต่างยอมรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้ดึงดูดผู้หญิงทั่วโลกด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น นวัตกรรมใหม่ (50%) อาศัยความคิดสร้างสรรค์ (44%) และสร้างแรงบันดาลใจ (26%) ในขณะเดียวกันก็เป็นงานที่ท้าทายด้วย (34%)
.jpg)
นอกจากนี้ ผู้หญิงหลายคนยังเห็นว่าการได้ทำงานด้านเทคโนโลยีนั้นจัดเป็น “งานในฝัน” หรืออาชีพในอุดมคติ โดยพบว่าผู้หญิงทั่วโลกกว่า4 ใน 5 ให้คำจำกัดความของ “งานในฝัน” ว่าเป็นงานที่สร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (84%) รองลงมาคือการได้ทำงานที่ตรงความสามารถ (83%) และงานที่เลือกเส้นทางได้ด้วยตัวเอง (81%)
กิลเลียน แทนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Booking.com กล่าวว่า “ผู้หญิงในแวดวงเทคโนโลยีนั้นยังคงมีจำนวนน้อยมาก สิ่งที่ผลการสำรวจของเราบอกได้ตอนนี้คือ อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับผู้หญิงคืออะไร และควรจะเริ่มต้นแก้ไขที่จุดใด โดยเรามองเห็นความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นของผู้หญิงทั่วโลกที่จะประสบความสำเร็จในแวดวงเทคโนโลยีหรือไอที ซึ่งเสริมสร้างแรงบันดาลใจโดยเฉพาะในหมู่คนเจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งมองเห็นหนทางที่จะเติบโตในสายอาชีพนี้ดังที่ได้ตั้งเป้าไว้สูงสำหรับตัวเอง”
ในขณะเดียวกันแม้ผลสำรวจเผยให้เห็นว่าผู้หญิงมีความสนใจในสายเทคโนโลยีและมองเห็นโอกาสในการทำงาน แต่ผู้หญิงทั่วโลกก็ยังคงมีข้อกังขาและมองว่าการเป็นผู้หญิงนั้นเป็นการเสียเปรียบต่อการเติบโตในสายอาชีพเทคโนโลยี โดยกว่าครึ่ง (52%) ประสบปัญหานี้เพราะวงการเทคโนโลยีนั้นเป็นวงการที่คนส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย ตามมาด้วยปัญหาอคติทางเพศในขั้นตอนการคัดคนเข้าทำงาน ซึ่งผู้หญิงเกือบ 1 ใน 3 ได้เผชิญกับอุปสรรคนี้ (32%) เช่นในประเทศบราซิลผู้หญิงจำนวนครึ่งหนึ่ง (50%) รู้สึกว่าความลำเอียงทางเพศในขั้นตอนการคัดเลือกบุคคลนั้นส่งผลเสียต่อโอกาสที่จะได้รับการว่าจ้าง ซึ่งนับเป็นอัตราสูงสุดในกลุ่มประเทศที่ทำการสำรวจ ในขณะที่ผู้หญิงจากประเทศอื่นๆ ในทวีปยุโรปที่รู้สึกเช่นนี้มีจำนวนน้อยกว่า (18% ในประเทศเนเธอร์แลนด์ และ 22% ในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี)
.jpg)
“เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในสาขาเทคโนโลยีได้อย่างแท้จริง เราในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรมนี้สามารถทำอะไรได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มจำนวน
ผู้หญิงที่เป็นแบบอย่าง กำจัดอคติทางเพศที่เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครงานก่อนที่ผู้หญิงจะได้รับการว่าจ้าง และลงทุนในการริเริ่มใหม่ๆ ที่จะเน้นย้ำความน่าสนใจในการทำงานในวงการนี้ และทำให้รู้สึกเป็นที่ต้อนรับในทุกขั้นตอน ทั้งคนที่เพิ่งเริ่มงานไปจนถึงผู้นำระดับอาวุโสที่สุด”
ผลการสำรวจของ Booking.com ยืนยันถึงความสนใจอาชีพในสาขาเทคโนโลยีในกลุ่มคนที่มีความสามารถในเจนเนอเรชั่นถัดไป และเวลาเดียวกันก็เน้นย้ำว่าเราจะสามารถเริ่มลดความแตกต่างระหว่างเพศได้ที่จุดใด นักเรียนหญิงมัธยมปลาย (43%) และนักศึกษาหญิง (40%) ทั่วโลกเชื่อมั่นว่าอาชีพด้านเทคโนโลยีเปิดให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ (เทียบกับอัตราเฉลี่ยทั่วโลกที่ 33%) นักเรียนมัธยมปลายรู้สึกว่าอาชีพทางเทคโนโลยีน่าสนใจอย่างยิ่งเพราะเปิดโอกาสให้ประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่ยังอายุน้อย (29% เมื่อเทียบกับผู้ประกอบอาชีพด้านนี้ที่มีประสบการณ์ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 20%)เช่นเดียวกับความเชื่อที่สามารถกำหนดเส้นทางของตนเอง (30% เมื่อเทียบกับผู้ประกอบอาชีพด้านนี้ที่มีประสบการณ์ซึ่งอยู่ที่ 22%) ถึงแม้ว่าวงการเทคโนโลยีในปัจจุบันจะยังคงสนับสนุนแนวคิดดังกล่าวในหลากหลายรูปแบบ แต่บริษัทต่างๆ ด้านเทคโนโลยี รวมถึงทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม สามารถมีส่วนร่วมได้มากขึ้นกว่าเดิมในการช่วยเหลือผู้หญิงที่มุ่งมั่นที่จะทำงานในสายงานนี้ โดยไม่ได้จำกัดเพียงสนับสนุนความมุ่งหมายที่จะประสบความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ หรือสร้างความเชี่ยวชาญในสายงาน แต่รวมไปถึงการช่วยกำจัดอุปสรรคต่างๆ ออกไปอีกด้วย
“วงการเทคโนโลยีนั้นมอบโอกาสมากมายมหาศาลที่จะเติมเต็ม “งานในฝัน” และความมุ่งหวังทางอาชีพตามที่ผู้หญิงทั่วโลกได้ให้คำนิยามไว้การปลดล็อกสิ่งนี้และกระตุ้นให้ผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเข้าสู่สาขาเทคโนโลยีต้องอาศัยทั้งความร่วมมือจากวงการการศึกษา การพัฒนาสังคม ความรับผิดชอบของบริษัทต่างๆ และการริเริ่มจากทางรัฐบาล และหากต้องรักษาสมดุลของเหล่าผู้มีความสามารถต่อไปในอนาคต เราต้องมุ่งมั่นที่จะให้ผู้หญิงเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ในช่วงเวลาที่ยังเรียนอยู่ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจเชิงบวกในการสร้างการรับรู้ของผู้หญิงที่มีต่อสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรม และคณิตศาสตร์” กิลเลียน แทนส์ กล่าวสรุป