5 นักวิจัยหญิงคว้าทุน ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/370926

5 นักวิจัยหญิงคว้าทุน ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’

5 นักวิจัยหญิงคว้าทุน ‘เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ

เพื่อเดินหน้าโครงการทุนวิจัย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักเลขาธิการแห่งชาติ ว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) จัดงานแถลงข่าวโครงการทุนวิจัยลอรีอัลประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ประจำปี 2561 ประกาศรายชื่อ 5 นักวิจัยสตรี ผู้มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ พร้อมมอบทุน 250,000 บาท เพื่อสานต่อการสนับสนุนงานด้านการค้นคว้าและวิจัยเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ณ ห้องแกรนด์ บอลรูมโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ

อรอนงค์ ประทักษ์พิริยะ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” (For Women in Science) ดำเนินการมาแล้วกว่า 16 ปี เพื่อผลักดันนักวิจัยสตรีของไทยให้เดินหน้าสร้างผลงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งในปีนี้โครงการได้เห็นผลงานอันโดดเด่นจากนักวิจัยสตรีหลากหลายผลงาน จนได้มาซึ่งผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นจากนักวิจัยสตรี5 คน แบ่งเป็นสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ โดยมอบทุนวิจัยทุนละ250,000 บาท ให้กับนักวิจัยสตรีที่อายุระหว่าง 25-40 ปี ที่ล้วนมุ่งพัฒนาทั้งด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเชื่อว่าองค์ความรู้จากผลงานวิจัยที่ทรงคุณค่าเหล่านี้จะสามารถนำไปต่อยอดในการพัฒนาประเทศและโลกของเราได้ต่อไป


ดร.เบนโน โบเออ

ปัจจุบันโครงการทุนวิจัยลอรีอัล “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์”มีนักวิจัยสตรีที่ได้รับการสนับสนุนภายใต้โครงการนี้มากกว่า 3,122 คน จาก 117 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทย โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 สำหรับในปีนี้ได้มีการปรับสาขาในการเปิดรับสมัครเหลือ 2 สาขา แต่ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ทุกแขนงมากยิ่งขึ้น ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ และได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการรับสมัครและพิจารณาทุนวิจัย ด้วยการรับสมัครผ่านทางออนไลน์ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสังคมดิจิทัล โดยตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการในประเทศไทย มีนักวิจัยสตรีไทยที่ได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการนี้รวมแล้วทั้งสิ้น 69 คน

ทั้งนี้ ผลงานวิจัยแต่ละหัวข้อที่ได้รับทุนวิจัยต้องผ่านการคัดเลือกที่คำนึงถึงความยั่งยืนต่อสังคมและประเทศชาติเป็นหลัก นอกเหนือจากนั้นแล้วคุณค่าของงานวิจัยที่จะสร้างประโยชน์แก่สังคม กระบวนการวิจัยที่ถูกต้องและเหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของโครงการ รวมไปถึงจริยธรรมในการทำงานของนักวิจัย และต้องเป็นที่ยอมรับในวงการนักวิจัยก็จำเป็นต้องได้รับการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนโดยผู้ทรงคุณวุฒิในวงการวิทยาศาสตร์จากสาขาต่างๆ ของประเทศไทยเช่นกัน


ดร.จันทร์เจ้า ล้อทองพานิชย์

ด้าน ดร.เบนโน โบเออ หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ องค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ผลการศึกษาของประเทศไทยนับเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสตรีจำนวนมากในสายงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยทางด้านวิทยาศาสตร์มีนักวิจัยสตรีถึง 53 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียและมั่นใจว่า โครงการทุนวิจัยลอรีอัล ประเทศไทย “เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์” จะเป็นหนึ่งในโครงการ ที่ช่วยส่งเสริมให้นักวิจัยสตรีดำเนินงานอย่างเต็มศักยภาพ และเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญที่เป็นกำลังใจให้สนับสนุนให้ประเทศไทยมีสตรีนักวิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ 5 นักวิจัยสตรีผู้มีผลงานอันโดดเด่นที่ได้รับทุนโครงการประจำปี 2561จาก 2 สาขา ได้แก่ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ คือ ดร.จันทร์เจ้า ล้อทองพานิชย์ จากศูนย์ความเป็นเลิศทางงานวิจัยสเต็มเซลล์ของศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การเพิ่มอัตราการผลิตเกล็ดเลือดจากเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อประโยชน์ทางการรักษาผู้ป่วยเกล็ดเลือดพร่อง” ผศ.ภญ.ดร.วริษา พงศ์เรขนานนท์ จากภาควิชาเภสัชวิทยาและสรีรวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การศึกษาบทบาทของโปรตีน CAMSAP ต่อความรุนแรงของเซลล์มะเร็งปอด” และ ดร.วิรัลดาภูตะคาม จากห้องปฏิบัติการวิจัยจีโนม ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การศึกษากระบวนการตอบสนองของปะการังต่อการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำทะเลและการประเมิน ความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังในน่านน้ำไทยเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างยั่งยืน”


ผศ.ภญ.ดร.วริษา พงศ์เรขนานนท์

ด้านสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ คือ ดร.จุฬารัตน์ วัฒนกิจ จากสำนักวิชาวิทยาการพลังงาน สถาบันวิทยสิริเมธี กับผลงานวิจัยหัวข้อ “การสังเคราะห์สารอิแนนทิโอเมอร์และการแยกไครัลโมเลกุลด้วยเทคนิคทางเคมีไฟฟ้าบนขั้วโลหะเคมีไฟฟ้า” และผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส จากห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเพื่อการฟื้นฟูและอำนวยความสะดวก ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) กับผลงานวิจัยหัวข้อ “ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะสำหรับสนับสนุนการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย”

ดร.จันทร์เจ้า ล้อทองพานิชย์ ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กล่าวถึงงานวิจัยว่า เกล็ดเลือดคือส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้เลือดแข็งตัวเมื่อมีบาดแผล ช่วยอุดรอยฉีกขาดของเส้นเลือด ในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ต้องได้รับเกล็ดเลือดเพื่อการรักษาเนื่องจากไขกระดูกสร้างได้น้อยรวมถึงผู้ป่วยที่สูญเสียเกล็ดเลือดจำนวนมากจากการเสียเลือดจากการผ่าตัดและอุบัติเหตุ ซึ่งสภาวะเลือดคงคลังของโรงพยาบาล รวมทั้งสภากาชาดไทยนั้นมีอยู่จำกัด โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของไข้เลือดออก หรือช่วงเทศกาลที่มีการเดินทางที่เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ นั่นจึงเป็นเหตุผลให้เริ่มทำการวิจัยการเพิ่มอัตราการผลิตเกล็ดเลือดจากเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อประโยชน์ทางการรักษาผู้ป่วยเกล็ดเลือดพร่อง ซึ่งจะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหานี้และตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องได้รับเกล็ดเลือดอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน


ดร.วิรัลดา ภูตะคาม

ดร.วิรัลดา ภูตะคาม ผู้ได้รับทุนสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ กล่าวถึงรายละเอียดงานวิจัยว่า แนวปะการังเป็นระบบนิเวศที่มีความสำคัญใน
ท้องทะเล เป็นทั้งแหล่งอาหาร ที่อาศัย ที่หลบภัยของสัตว์น้ำหลากหลายชนิด มีประชากรกว่าหลายล้านคนบนโลกที่อาศัยพึ่งพาประโยชน์จากแนวปะการังและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงมาก การเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศโลก โดยเฉพาะการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำทะเล เป็นปัจจัยคุกคามที่ทำลายแนวปะการังหลายแห่งทั่วโลกซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างมาก จึงเป็นที่มาของการศึกษากระบวนการตอบสนองของปะการังต่อการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำทะเลและการประเมินความหลากหลายทางพันธุกรรมของปะการังในน่านน้ำไทย เพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศใต้ท้องทะเลอย่างยั่งยืน ด้วยการวิจัยเก็บตัวอย่างปะการังที่กระจายอยู่ในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน มาสกัดดีเอ็นเอเพื่อใช้ในการเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนของดีเอ็นเอบาร์โค้ดและประเมินความหลากหลายทางพันธุกรรม ควบคู่ไปกับการสกัดอาร์เอ็นเอเพื่อใช้ในการเปรียบเทียบระดับการแสดงออกของยีนในปะการังระหว่างสภาวะอุณหภูมิน้ำทะเลสูง เทียบกับสภาวะอุณหภูมิปกติ พร้อมกับเปรียบเทียบการแสดงออกของยีนระหว่างปะการังโคโลนีที่ทนร้อนและโคโลนีที่ฟอกขาวรุนแรงในช่วงที่อุณหภูมิน้ำสูงขึ้น

ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัสผู้ได้รับทุนวิจัยสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพ กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ประชากรอายุ 60 ปีและมากกว่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งประชากรสูงอายุมีความต้องการบริการด้านสุขภาพทั้งในการป้องกัน การรักษาและการฟื้นฟูอย่างมาก แต่รัฐบาลอาจไม่สามารถให้บริการได้อย่างครอบคลุม นอกจากนี้สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของประชากรสูงอายุต่อจำนวนประชากรวัยทำงาน ยังจะส่งผลทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนผู้ดูแล ดังนั้น การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาเพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวังและดูแลผู้สูงอายุจึงเป็นสิ่งจำเป็น จึงได้ศึกษาพัฒนาเพื่อนำเทคโนโลยีโครงข่ายเซนเซอร์ร่างกายและไอโอที (Internet of Things; IoT) มาใช้สนับสนุนระบบการดูแลผู้สูงอายุในประเทศไทยเริ่มต้นจากการศึกษาความต้องการของผู้ใช้จากผู้ดูแลผู้ป่วย และผู้สูงอายุจากหลายๆแหล่ง เพื่อนำมาพัฒนาอุปกรณ์และระบบสำหรับเฝ้าระวังตรวจจับ ป้องกัน และแก้ไขปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น ปัญหาแผลกดทับและการลื่นหกล้ม เซ็นเซอร์อัจฉริยะขนาดเล็กจะคอยเฝ้าระวังผู้สวมใส่และแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลหากมีเหตุการณ์ไม่พึ่งประสงค์เกิดขึ้น หรือผู้สวมใส่อยู่ในสภาวะที่มีความเสี่ยง เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงที


ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส


ดร.จุฬารัตน์ วัฒนกิจ

Leave a comment