จิตรกรรมยูโอบี เวทีสร้างแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินมืออาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372725

จิตรกรรมยูโอบี เวทีสร้างแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินมืออาชีพ

จิตรกรรมยูโอบี เวทีสร้างแรงบันดาลใจ สู่ศิลปินมืออาชีพ

วันศุกร์ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

การประกวดจิตรกรรมยูโอบีที่ธนาคารยูโอบี (ไทย) จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 กำลังเป็นเวทีสร้างศิลปินและต่อยอดสู่เส้นทางศิลปะระดับโลก ที่มีผลงานจิตรกรรมของเหล่าน้องๆ เยาวชนส่งเข้าร่วมประกวดจำนวนมากทั้งในประเภทศิลปินใหม่ หรือสมัครเล่น และศิลปินอาชีพ ซึ่งมีพิธีประกาศผลและมอบรางวัลไปเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล

ตัน ชุน ฮิน และ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กับ อามานี่ ด.ช.วชิรวิทย์ สามารถ

นายตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารยูโอบี (ไทย) กล่าวถึงการประกวดจิตรกรรมยูโอบีในประเทศไทยว่า เป็นหนึ่งในการดำเนินการเข้าไปมีส่วนร่วมและตอบแทนให้กับชุมชนของธนาคาร “ที่ยูโอบี เราเชื่อมั่นในการสนับสนุนและส่งเสริมทุกคนในสังคมที่มีความหลงใหลในสิ่งที่ทำและมีศักยภาพที่จะเดินตามฝันของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ เป็นเวลาเกือบ 10 ปีที่การประกวดจิตรกรรมยูโอบีในประเทศไทย เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ศิลปินอาชีพและสมัครเล่นได้พัฒนาฝีมือและแสดงออกถึงความสามารถทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ผมขอแสดงความยินดีกับศิลปินที่ได้รับรางวัลในปีนี้ทุกท่านและเชื่อว่าเวทีนี้ จะเป็นก้าวสำคัญให้ทุกท่านได้เดินตามความฝัน ความตั้งใจและประสบความสำเร็จในการเป็นศิลปินอาชีพต่อไป”

 

พิธีประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ครั้งที่ 9 โดยมี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล

สำหรับ ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น ผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ชัยชนะ ลือตระกูลหรือ แบงค์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ภาควิชาศิลปกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จากผลงานที่มีชื่อว่า
“Rhythm of Transformation No. 4” ที่สะท้อนถึงการแปรเปลี่ยนไปตามจังหวะของชีวิต โดยใช้กระบวนการแปรสภาพตามกาลเวลาของรถยนต์ในเชิงสัญลักษณ์ ศิลปินมองดูสังคมที่ประกอบด้วยผู้คนที่อาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งแต่ละคนมีความหลากหลายในคาแร็กเตอร์ ความทรงจำและประสบการณ์ ศิลปินได้สร้างสรรค์องค์ประกอบขึ้นมาใหม่ โดยการจัดเรียงทับซ้อนรถยนต์แบบไม่เป็นหนึ่งเดียว เปรียบได้กับการที่มนุษย์เติบโตและกลายไปเป็นแต่ละส่วนที่ขับเคลื่อนในสังคม

 

ผลงาน “Rhythm of Transformation No. 4”

“ผมต้องการนำเสนอความยุ่งเหยิงวุ่นวาย ซากของอุตสาหกรรมหนักมาจัดพื้นที่ใหม่เป็นงานจิตรกรรมแบบใหม่ เอาซากรถยนต์มาเรียงกันขึ้นไปเป็นชั้น มองไกลๆ เป็นนามธรรม พอมองใกล้ๆ เป็นภาพเสมือนจริงต้องการนำความวาไรตี้ของซากรถมานำเสนอ ผลงานชิ้นนี้สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้เป็นผลงานในการทำวิทยานิพนธ์ก่อนจบ โดยใช้เวลาวาดกว่า 3 เดือน พอผลงานเสร็จจึงลองส่งเข้าร่วมประกวดกับโครงการประกวดจิตรกรรมยูโอบีดู ซึ่งถือเป็นเวทีที่ผมใฝ่ฝันมานานแล้ว ปีนี้จึงนำผลงานส่งประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น รู้สึกดีใจมาก และภูมิใจในตัวเองที่ผลงานได้รับรางวัลใหญ่ระดับประเทศในครั้งนี้”

 

ผลงานชื่อ “ไทยมุง”

อนันต์ยศ จันทร์นวล กับผลงานชื่อ ไทยมุง

นอกจากผลงานชนะเลิศในประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่นแล้ว ยังมีเยาวชนที่ได้ รางวัลเหรียญทอง ในประเภทศิลปินอาชีพ จากผลงานที่ชื่อ “ไทยมุง” โดย อนันต์ยศ จันทร์นวล หรือ มาร์ค นักศึกษาคณะจิตรกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร โดยบอกเล่าผลงานที่สะท้อนออกมาได้อย่างน่าสนใจว่า ผลงานที่สร้างสรรค์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากแม่ เนื่องจากเห็นแม่นำเอาหุ่นรูปปั้นสัตว์ เช่น ไก่ เสือ ม้าลาย เอาไปตั้งไว้หน้าศาล ซึ่งเป็นความเชื่อของแม่ว่าจะช่วยทำให้ค้าขายดีขึ้น จึงหยิบเอามุมนี้มานำเสนอผ่านผลงานจิตรกรรมภาพวาด ที่สื่อถึงแนวคิดเกี่ยวกับความเชื่อของคนไทยที่มีต่อวัตถุ สะท้อนถึงความงมงายภายในสังคมไทยความเสื่อมถอยทางความคิดและการกระทำ ความงมงายและความไม่สมเหตุสมผล ซึ่งทั้งหมดล้วนเกิดจากกิเลส โดย มาร์ค ย้อนให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่เส้นทางการเป็นศิลปินว่า “ผมเริ่มวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆ ผมชอบวาดรูป ตอนแรกก็วาดเพื่อความสนุก หลังจากนั้นก็ลองส่งผลงานเข้าประกวด พอได้รางวัลติดไม้ติดมือมาก็เริ่มมีชอบ ทำให้การวาดรูปไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่างเท่านั้น แต่สามารถสร้างรายได้ให้ตั้งแต่อายุยังน้อย และเชื่อว่าพัฒนาเป็นอาชีพได้”

แม้จะเคยส่งผลงานเข้าประกวดมาหลายเวที แต่สำหรับการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ถือเป็นเวทีเดียวที่มาร์คใฝ่ฝันและเพิ่งจะได้รับรางวัลเป็นครั้งแรก หลังจากที่เคยส่งผลงานเข้ามาประกวดมาแล้วถึง 2 ครั้ง

“การประกวดจิตรกรรมของธนาคารยูโอบี เป็นเวทีที่ผมส่งผลงานเข้าร่วมต่อเนื่องทุกปี และในปีนี้เข้าร่วมโครงการเป็นปีที่สามแล้ว ถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากผลงานได้รับรางวัลเหรียญทอง ซึ่งดีใจและภูมิใจมาก อีกหนึ่งแรงบันดาลใจสำคัญคืออาจารย์ของผมเอง คืออาจารย์สุกิจ ชูศรี ที่ได้รางวัลชนะเลิศในปีที่ผ่านมาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค จนได้รับโอกาสโชว์ผลงานในเวทีศิลปะระดับนานาชาติอีกมากมาย ทำให้ผมมุ่งมั่นตั้งใจสร้างผลงานส่งเข้าประกวด โดยหวังว่าจะมีโอกาสได้นำผลงานไปโชว์ในระดับภูมิภาคต่อไป ถือเป็นเป้าหมายสูงสุดของผมและศิลปินหลายๆ คนแล้ว”

มาร์ค ให้ข้อคิดว่า เด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันหันมาเรียนศิลปะกันมากขึ้น ต่างจากเมื่อก่อนสมัยรุ่นอาจารย์ที่มักจะมีคนเรียนศิลปะกันไม่กี่คน นอกจากนี้ ยังมองว่าการเรียนศิลปะไม่ได้เรียนเพื่อให้ตัวเองเท่ แต่การเรียนศิลปะช่วยทำให้เกิดสมาธิ ทำให้คิดผลงานได้แบบอิสระ ผลที่ตามมาก็คือได้เงินรางวัลจากการประกวด การขายผลงานและทำให้สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ดังนั้น อาชีพศิลปินไม่ได้ไส้แห้งเสมอไปอย่างที่หลายคนเข้าใจ

สำหรับการประกวดจิตรกรรมยูโอบีในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่มีผู้ชนะที่ได้รับรางวัลอายุน้อยที่สุด เด็กชายวชิรวิทย์สามารถ หรือ อามานี่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนเทศบาลปลูกปัญญาในพระอุปถัมภ์ฯ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งอามานี่มีอายุเพียง 12 ปี ที่สามารถคว้ารางวัลเหรียญทองแดง ประเภทศิลปินใหม่หรือสมัครเล่น จากการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ประจำปี 2561 โดย อามานี่ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนชอบวาดรูปมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบโดยแนวที่ชอบก็คือการวาดรูปที่แสดงถึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมไทย เพราะอยากให้ชาวต่างชาติได้เห็นถึงความงดงามของศิลปะของไทย

 

ผลงาน “บันทึกความทรงจำหมายเลข 5”

สำหรับผลงานที่ อามานี่ ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้มีชื่อว่า “บันทึกความทรงจำหมายเลข 5” เป็นการใช้หมึกดำและสีอะคริลิกบนผ้าใบสะท้อนความงดงามของศิลปะไทย โดยภาพที่วาดเป็นภาพของตู้พระธรรมภายในวัดที่มีลวดลายไทยวิจิตรสวยงาม มีแนวคิดคือ ความงดงามของศิลปะไทยที่ไม่ได้เลือนหายไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นงานเก่าหรือใหม่ก็มักจะมีความงดงามและมีคุณค่า ศิลปินต้องการจะอนุรักษ์ความเป็นไทยและศิลปะไทยให้คงอยู่ โดยภาพนี้ใช้เวลาในการวาดนาน 2 เดือน

“ผมดีใจและภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะผมต้องการสะท้อนความเป็นไทยออกมาผ่านผลงานการวาดของผมให้คนทั่วโลกได้เห็นถึงความงดงามของศิลปะไทย” อามานี่ บอกด้วยความภาคภูมิใจพร้อมทั้งเล่าเสริมว่า ก่อนหน้านี้ก็เคยส่งผลงานเข้าร่วมประกวดหลายเวที ก็มีทั้งได้รางวัลบ้างและไม่ได้รางวัล อยากจะบอกเพื่อนๆ ว่าอย่าท้อ จงหมั่นฝึกฝน อ่านหนังสือ ถามอาจารย์ หรือ ศึกษาข้อมูลเยอะๆ แล้วคิดสร้างสรรค์ผลงานออกมาเรื่อยๆ โดยนำเอาความถนัด ความชอบ สไตล์ของตัวเองสื่อออกมา จะช่วยทำให้ผลงานมีมุมมองที่น่าสนใจมากขึ้น

ส่วนใครที่ยังค้นหาตัวเองไม่เจออามานี่ แนะนำว่า ให้เริ่มจากการใช้เวลาว่างของตนเองทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ โดยเฉพาะศิลปะ หากทำแล้วสนุก ชอบ และมีความสุขก็จงทำต่อไป ค่อยๆ ฝึกฝนพัฒนาไป เมื่อพร้อมก็ลองส่งผลงานเข้าประกวด ก็จะได้ประสบการณ์ที่ดีทำให้พัฒนาตัวเองได้ อย่างตัวเองอายุแค่ 12 ปี ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง ท่ามกลางพี่ๆ ที่อายุมากกว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองมากๆ และจะนำเอาประสบการณ์จากครั้งนี้ไปปรับปรุงสร้างสรรค์ผลงานและเข้าร่วมประกวดในปีต่อไปอย่างแน่นอน

นอกจากเวทีประกวดจิตรกรรมยูโอบี จะทำให้เราได้เห็นศักยภาพและความสามารถของเยาวชนไทยในด้านศิลปะ แล้ว ยังเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจจุดประกาย และต่อยอดให้ศิลปินวัยรุ่นยุค 4G สร้างสรรค์ผลงาน พร้อมโอกาสเติบโตในเวทีไทยและเวทีโลก

Leave a comment