สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/378070

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

วันพุธ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ

ประชุมใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมพลังสตรีก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนในเวทีสากล

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ จัดการประชุมใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล (BPW International Asia Pacific Regional Conference 2018) ระหว่างวันที่30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องแกรนด์ บอลรูม โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ ถนนราชดำริ

สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล (BPW International) เป็นเครือข่ายสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่เข้มแข็งและใหญ่ที่สุดในโลก มีวัตถุประสงค์ในการทำงานเพื่อให้เกิดความก้าวหน้าทางสังคมและเศรษฐกิจของโลก โดยผสานพลังความร่วมมือจากสตรีทั่วโลก ทำงานร่วมกับองค์กรทั้งภาครัฐ องค์การสหประชาชาติ สภายุโรป และองค์กรภาคเอกชนในอีก 100 ประเทศ ซึ่งในปีนี้ สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล มีวาระครบรอบ 88 ปี และในส่วนของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ (The Federation of Business and Professional Women’s Associations of Thailand under the Royal Patronage of Her Majesty The Queen) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่มีชื่อเสียง ในปีนี้ มีวาระครบรอบ 45 ปี ปัจจุบันมีองค์กรสมาชิก 21 แห่งทั่วประเทศ มีพันธกิจมุ่งสนับสนุนให้สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมบทบาท ยกระดับสถานภาพสตรีให้เป็นที่ยอมรับและเตรียมพร้อมก้าวสู่เวทีนานาชาติ

คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานคณะกรรมการจัดงาน กล่าวว่า “ในวันที่ 30 ตุลาคม-1 พฤศจิกายน 2561 สหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ ได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ภายใต้หัวข้อ “การเสริมพลังสตรีเพื่อก้าวสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Empowering Women to Realize Sustainable Development Goals) การประชุมครั้งนี้ เป็นการรวมตัวของสตรีที่ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้นำทางความคิดจากทุกภูมิภาคทั่วโลกกว่า 550 คน จาก 40 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศต่างๆ ทั่วโลก เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับธุรกิจและวิชาชีพที่หลากหลายให้แก่สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพในไทยและเอเชียแปซิฟิก ตลอดจนเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เป็นโอกาสในการยกระดับศักยภาพและสนับสนุนภาพลักษณ์ของสตรีไทยในภาคธุรกิจไปสู่เวทีระดับสากล และที่สำคัญคือเป็นการรวมพลังและแสดงให้โลกเห็นว่าสตรีสามารถเป็นผู้ขับเคลื่อนความก้าวหน้าที่สำคัญในระดับสากล และร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของโลกได้อย่างยั่งยืนต่อไป

พิธีเปิดการประชุมช่วงเช้าในวันแรกได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯเปิดการประชุมและพระราชทานพระดำรัส โดยมีใจความโดยสรุปว่า “ปัจจุบัน บทบาทของผู้หญิงมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในหลายมิติ รวมทั้งวิธีคิด และมีบทบาทสำคัญในครอบครัว และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมากในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า ผู้หญิงยุคใหม่ จึงควรมีโอกาสได้รับการศึกษาขั้นระดับสูงสุด เพราะการศึกษาเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพและการเสริมสร้างความเข้มแข็งของสตรี ความรู้ช่วยเปิดใจและเปิดโลกทัศน์ของสังคมและสภาวะแวดล้อมที่อาศัยอยู่จึงได้ส่งเสริมด้านวิชาชีพและทักษะต่างๆ ให้กับผู้ต้องขังหญิง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ หลังจากพ้นโทษและได้รับอิสรภาพ ขอให้ช่วยกันสร้างพลังให้กับผู้หญิงที่ถูกลิดรอนสิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาและการประกอบอาชีพเพื่อให้สามารถนำไปปรับปรุงคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวและใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี”

ช่วงบ่าย คณะผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางไปเยี่ยมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย โดยมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพต้อนรับและรับรองคณะด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรม ที่ สยามนิรมิต

ช่วงเช้าวันที่ 2 ของการประชุม พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จแสดงปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “การนำBangkok Rules ไปสู่การปฏิบัติ : ให้โอกาสครั้งที่ 2 แก่สตรี” โดยมีใจความโดยสรุปว่า “สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการพัฒนาอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals ตามที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้คือ ความเท่าเทียมทางเพศ การส่งเสริมพลังสตรีและเด็กหญิงซึ่งต้องมีสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมกันความสงบสุข ความยุติธรรม และการไม่แบ่งแยกเป็นส่วนสำคัญต่อการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน สิทธิมนุษยชนและธรรมาภิบาลที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางกฎหมาย ซึ่งในปี 2549 ได้มีการริเริ่มดำเนินโครงการกำลังใจ (The Inspire Project) เพื่อมุ่งให้โอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสรวมทั้งผู้ต้องขังให้กลับมาเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของสังคม มีการปรับปรุงและคิดค้นมาตรการเพื่อให้การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงมีคุณภาพมากขึ้น และในปี 2551 ได้ดำเนินโครงการเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของผู้ต้องขังหญิง (Enhancing Lives of Female Inmates หรือ ELFI) เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังหญิงอันนำไปสู่การเกิดเป็น “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (The Bangkok Rules) ซึ่งที่ประชุมสมัชชาแห่งสหประชาติ มีมติให้เป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องบังคับใช้ทั่วโลกเพื่อยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลกในโลกนี้ยังมีผู้ต้องขังหญิงอีกเป็นจำนวนมากที่ควรจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดี และได้รับ การพัฒนาศักยภาพเพื่อความพร้อมสำหรับอิสรภาพที่ยั่งยืนหลังจากพ้นโทษและได้รับการปล่อยตัว การปฏิญญากรุงเทพฯไปปฏิบัติ จะทำให้ผู้ต้องขังหญิงได้รับโอกาสอีกครั้งในชีวิต”

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน คณะผู้เข้าร่วมประชุมเดินทางไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงวัฒนธรรมที่ร่วมเป็นเจ้าภาพ นำชมพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในยามค่ำคืน (Night Museum) จากนั้น ล่องเรือชมทัศนียภาพยามค่ำคืน พร้อมรับประทานอาหารค่ำไปยังเอเชียทีค ริเวอร์ ฟร้อนท์ ในช่วงค่ำวันที่ 3 ของการประชุม พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานในงานกาลาดินเนอร์ประชุมระดับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพสากล ปี 2561 ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ

การจัดประชุม APRC ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของการจัดงานที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบรมวงศานุวงศ์ ถึง 3 พระองค์ เสด็จฯ ทรงเปิดการประชุม และทรงแสดงปาฐกถาพิเศษ อีกทั้งเสด็จฯ ไปในงานกาลาดินเนอร์ ซึ่งทำให้ได้รับความสนใจจากทั่วโลก มีผู้เข้าร่วมประชุมและทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ที่อยู่นอกเหนือภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก จนอาจกล่าวได้ว่า การประชุมครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงเวทีในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น แต่เป็นเวทีสำคัญระดับโลก ประเด็นสำคัญในการประชุมดังกล่าว มุ่งเน้นที่การพัฒนาสตรีในทุกระดับให้สอดคล้องกับเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals-SDGs) 17 ประการ ขององค์การสหประชาชาติ และกระตุ้นเตือนให้สตรีนักธุรกิจและวิชาชีพที่ประสบความสำเร็จในอาชีพของตนเองแล้ว ต้องให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น ยิ่งทำให้การจัดงานในครั้งนี้เป็นที่สนใจ น่าจับตามองจากคนทั่วโลก

การประชุมครั้งนี้ มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์และสินค้าของชุมชนท้องถิ่น (BPW International APRC 2018 Trade Show) “สุดยอด SMEs ของดีทั้งไทยและต่างชาติ” จัดแสดงผลิตภัณฑ์ผ้าไทย ซึ่งเป็นโครงการที่ สสธวท. ได้รับรางวัล Excellent Projects อันดับ 2 จากการสหพันธ์สมาคมสากล มีการบรรยาย และเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับเกียรติจากนักธุรกิจและนักวิชาชีพชั้นนำระดับประเทศที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงจากทั่วโลกมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ทำให้เกิดองค์ความรู้โอกาสและมุมมองใหม่ๆ ให้แก่สตรีที่จะมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาให้เกิดความก้าวหน้าของโลกยกระดับศักยภาพและสนับสนุนภาพลักษณ์ของสตรีในภาคธุรกิจไปสู่เวทีระดับสากล และเพื่อเป็นการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของพระบรมวงศานุวงศ์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ทั้งประชาชนและชาวต่างชาติได้รับทราบ เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้ไปท่องเที่ยวสัมผัสถึงศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และประวัติศาสตร์ไทย อันเป็นจุดเด่นของประเทศไทย สนับสนุนผลิตภัณฑ์ทางธุรกิจของชาวบ้าน ทั้งในขนาดกลางและขนาดย่อม ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการทำธุรกิจให้แก่นักธุรกิจรุ่นใหม่ เช่น ในวันแรกของการประชุมมีการเสวนา หัวข้อ ผู้หญิงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และในวันที่สองของการประชุมมีการเสวนาในหัวข้อกลยุทธ์สิ่งแวดล้อมกับการพัฒนาธุรกิจ และในวันสุดท้าย มีการเสวนา หัวข้อ วินัยทางการเงินเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ และลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ และมีการทำกิจกรรม Workshop ในหัวข้อต่างๆ ที่หลากหลายและน่าสนใจ ได้แก่ การสร้างความเข้าใจความหลากหลายทางธุรกิจในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน, โอกาสการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ, การแต่งกายแบบไทยประเพณี เป็นต้น

การจัดประชุมในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและงบประมาณสนับสนุนทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันธุรกิจการเงิน-เศรษฐกิจ อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน และภาคธุรกิจอื่นๆ ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) บริษัท น้ำตาลและอ้อยตะวันออก จำกัด (มหาชน) บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) บริษัท มาร์ซัน จำกัด มหาวิทยาลัยศรีปทุม เป็นต้น

Leave a comment