ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/377611

สุขภาพดีอย่างยั่งยืน รับมือสังคมผู้สูงอายุ
นพ.บุญ วนาสิน
ไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกของโลกที่กำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ โดยมีจำนวนผู้สูงอายุมากถึง 11.7 ล้านคนหรือคิดเป็น 16.9% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ในขณะที่อัตราการเกิดกลับลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบในวงกว้างต่อสภาพสังคมโดยรวม เพื่อหาแนวทางรับมือกับประเด็นดังกล่าว รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุ สถาบันคีนันแห่งเอเชีย จึงได้จัดงานประชุมนานาชาติ “NextGen Aging-Shaping a Smart Future for an Aging Society” ภายในงานมีการเสวนาในประเด็นต่างๆเกี่ยวกับสังคมผู้สูงอายุและมีวิทยากรรับเชิญจากหลากหลายองค์กรเข้าร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมดุสิตธานี
ในแง่มุมองค์กรด้านการแพทย์ นายแพทย์บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของประชากรผู้สูงอายุเป็นอันดับ 2 ในเอเชียรองจากประเทศจีน ในขณะที่การเตรียมการรองรับสังคมผู้สูงอายุของทั้งภาครัฐและเอกชนมีไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยมีผู้สูงอายุเพียง 5% เท่านั้นที่สามารถดูแลตนเองได้ แต่มีจำนวนผู้สูงอายุถึง1 ใน 3 ที่ยังเป็นหนี้ และสืบเนื่องจากค่านิยมการย้ายเข้าเมืองของคนวัยทำงาน ผู้สูงอายุส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยอยู่ลำพัง ทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และโรคเรื้อรังต่างๆ ดังนั้น การเตรียมตนเองให้พร้อมรับมือกับวัยชราจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้มีชีวิตที่ยืนยาวและเป็นสุข
“การรับมือด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุนั้น ควรครอบคลุมทั้งแนวทางการป้องกัน เช่น การออกกำลังกาย เลือกทานอาหารสุขภาพ และสร้างวินัยการออก และแนวทางการรักษา เช่น การใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการตรวจและรักษาโรค และสร้างที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุที่ต้องการการดูแลพิเศษ นอกจากนี้เทคโนโลยี AI รวมไปถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในอนาคต และเชื่อว่าในเวลาอีกไม่กี่ปีกว่า 60% ของการเจ็บป่วยจะสามารถรักษาได้ที่บ้าน ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องเดินทางมาถึงโรงพยาบาล แต่ใช้เทคโนโลยี AI ดำเนินการตรวจอาการและประเมินผลต่างๆ ได้ทันที”
.jpg)
ดร.เอมอร โคพีร่า
นอกจากนี้ นายแพทย์บุญ ยังได้เสนอแนะว่า ภาครัฐควรส่งเสริมนโยบายสาธารณสุขและการดำรงชีวิตสำหรับผู้สูงอายุมากกว่ามุ่งเน้นเพียงแค่การรักษาโรคร้ายแรง ทางด้านภาคเอกชนควรหันมาให้ความสนใจกับกลุ่มผู้บริโภควัยหลังเกษียณกันมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนไป ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระภาครัฐในการหาทางออกให้กับความท้าทายนี้อีกด้วย
ในส่วนของการเสวนาหัวข้อสุขภาพดีและมีสุข ดร.เอมอร โคพีร่า Chief Medical Officer โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง เผยว่า ปัญหาหลักที่มักจะมาพร้อมอายุที่มากขึ้น ได้แก่ การขาดสารอาหาร ความเสื่อมถอยของสุขภาพกายและสุขภาพจิตกระบวนการเรียนรู้ช้าลง ความสามารถในการเข้าถึงบริการหรือโอกาสต่างๆ ลดลง และปัญหาทางการเงิน
“ความสูงอายุเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกใช้ชีวิตเพื่อให้มีชีวิตบั้นปลายที่ยืนยาวและมีความสุขได้ชีวิตที่สมบูรณ์แข็งแรงนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ของมารดา การวางแผนครอบครัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ การตัดสินใจและไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตทุกอย่างล้วนมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของเรา ดังนั้น เราจึงควรที่จะใส่ใจการมีสุขภาพที่ดีอย่างยืนยาว ไม่ใช่เพียงการมีชีวิตที่ยืนยาว”
ดร.เอมอร กล่าวสรุปว่า โลกเรากำลังเข้าสู่การปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ของการมีอายุยืนยาว และการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมและสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตอย่างยืนยาวและเป็นสุขโดยไม่ถูกจำกัดด้วยความเสื่อมถอยตามอายุ (an age of agelessness)