ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/379082

ระดมทุนช่วยน้องด้อยโอกาส ให้หัวใจเต้นปกติได้อีกครั้ง
ความผิดปกติที่หัวใจ เป็นความผิดปกติในร่างกาย ที่พบได้บ่อยมากที่สุด และโรคหัวใจก็ยังเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต อีกทั้งการรักษาโรคหัวใจมีความยุ่งยาก เพราะอาการของโรคมีความซับซ้อนและหลากหลาย
นายแพทย์ ธนะรัตน์ ลยางกูร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เผยถึงปัญหาของเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิดว่า โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ อาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ยังไม่คลอดออกมา หรือคลอดออกมาแล้วแสดงอาการทันที ซึ่งถือเป็นกลุ่มอาการรุนแรง ส่วนอีกกลุ่มมีความรุนแรงน้อยกว่า สังเกตได้ว่าจะแสดงอาการเหนื่อยขณะวิ่งเล่น หรือดูดนมแล้วเหนื่อย เป็นต้น นอกจากมีอาการเหนื่อยง่ายกว่าปกติ สำลักง่าย หัวใจมีเสียงฟู่ หรือปวดบวมอักเสบ หากเขาโตขึ้นมาแล้ว รูปร่างเขาจะตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยเดียวกัน วิ่งเร็วไม่เท่าเพื่อน หรือน้ำหนักไม่ได้ตามเกณฑ์ บางคนมีอาการตัวเขียวร่วมด้วย ที่มือ ปาก และลิ้นจะมีสีออกม่วงๆ
“เมื่อคุณพ่อคุณแม่รู้ว่าลูกเป็นโรคหัวใจ สิ่งที่ควรปฏิบัติคือ พยายามให้เขาได้รับประทานอาหารที่ครบถ้วนสมบูรณ์ รับพลังงานที่เพียงพอ เพื่อให้มีการเจริญเติบโตที่ปกติ ในเรื่องของอาการหอบเหนื่อย ต้องควบคุมด้วยการให้ยาอย่างระมัดระวัง รับประทานตามขนาดที่ถูกต้องในช่วงเวลาที่ถูกต้อง ถ้ามากหรือน้อยเกินไปอาจเกิดอาการข้างเคียงได้”
ด้านวิธีการรักษา คุณหมอ บอกว่า ในผู้ป่วยหลายราย จำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด และมีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยที่ต้องส่งบุตรหลานมารักษาตัวข้ามจังหวัดทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก พ่อแม่ที่ไม่มีปัญหาเรื่องการเงิน ก็สามารถเลือกรักษาในโรงพยาบาลเอกชนได้ทันที ไม่จำเป็นต้องรอคิวนาน แต่มีอีกจำนวนมากที่ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งในอดีตการวินิจฉัยและรักษาเป็นไปได้ช้า คิวผ่าตัดยาวมาก มูลนิธิเด็กโรคหัวใจจึงเข้ามาช่วยเหลือเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์ ตลอดจนค่าทีมแพทย์จากศูนย์หัวใจ ที่มูลนิธิฯ จัดหามาเพื่อช่วยรักษาให้ได้มากขึ้นในช่วงคลินิกพิเศษนอกเหนือจากเวลาราชการปกติ
“การรักษานอกเวลาราชการ เพื่อรักษาชีวิตเด็กให้ได้มากขึ้น ช่วยลดคิวการรอคอยที่ยาวนาน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยค่าผ่าตัดเด็กโรคหัวใจ 1 คน จะอยู่ที่ราว 30,000 บาท มูลนิธิเด็กโรคหัวใจจำเป็นต้องหาเงินมาช่วยเหลือในส่วนนี้ ซึ่งในแต่ละปีมีเด็กป่วยเป็นโรคหัวใจแต่กำเนิดประมาณ 7,000 คน พร้อมรับการผ่าตัดประมาณ 3,500 คน ทั้งนี้มูลนิธิฯได้รับเงินสนับสนุนจากทีเอ็มบี ที่ช่วยจัดกิจกรรมวิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB I ING PARKRUN 2018 เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไม่หักค่าใช้จ่าย มาบริจาคเป็นค่าผ่าตัดให้กับเด็กโรคหัวใจ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 แล้ว สามารถช่วยเด็กได้เพิ่มขึ้นปีละกว่า 900 คน นับเป็นกิจกรมที่ดีและสามารถช่วยเหลือเด็กได้เป็นอย่างมาก”
เบญจวรรณ สามาทอง คุณแม่ของน้องออกัส หรือ ด.ช.ญาณวุฒิ ขุนตา หนึ่งในเด็กโรคหัวใจ ที่ได้รับการสนับสนุนค่าผ่าตัดจากมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ จนสามารถกลับมาใช้ชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไป ได้เล่าให้ฟังว่า ลูกของเธอป่วยเป็นโรคหัวใจเมื่อเขาลืมตาดูโลกได้ราว 11 วัน คุณหมอตรวจพบว่า หัวใจของน้องออกัสมีรูรั่วขนาด 3 มม. และเมื่อน้องอายุได้ 6 ขวบ รูรั่วที่หัวใจขยายใหญ่ขึ้นเป็น 6-9 มม.
“ตอนเด็กๆ แค่น้องออกัสดูดนมแม่ ก็รู้สึกเหนื่อยแถมยังสำลักได้ง่าย เวลาที่น้องเขาวิ่งเล่น จะเหนื่อยง่ายกว่าเพื่อนๆ ที่เล่นด้วยกัน ทั้งยังเป็นหวัดบ่อยหายใจเร็วอีกด้วย ตอนนั้นดิฉันได้ติดต่อไปที่มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ เพื่อขอเข้ารับการรักษา คุณหมอตรวจดูอาการและให้การช่วยเหลือเรื่องการผ่าตัด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ดิฉันรู้สึกดีใจมากที่เขาหายแล้ว สังเกตได้ว่าหัวใจของน้องเขาจะเต้นเสียงดังตุ้บๆ เหมือนเด็กปกติทั่วไป ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่มีเสียงดังฟู่ๆดิฉัน ขอขอบคุณมูลนิธิเด็กโรคหัวใจและ ทีเอ็มบีที่ให้โอกาสลูกชายดิฉันกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และขอเป็นกำลังใจให้คุณแม่ท่านอื่นที่มีลูกเป็นโรคหัวใจด้วยนะคะ”
ยังมีเด็กโรคหัวใจอีกจำนวนมากที่ยังรอโอกาสเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ ร่วมมอบชีวิตใหม่ที่สดใสอีกครั้ง ด้วยการร่วมบริจาคเงินผ่านเว็บไซต์ https://makethedifference.org/parkrun เพียงเท่านี้ก็สามารถคืนรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของน้องๆ ให้กลับมาอีกครั้ง

