ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/379971

ทาลิปสติกสีส้ม พร้อม #มีอะไรจะบอก ลงโซเชียล รณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในประเทศไทย
ธารารัตน์ ปัญญา, มณฑิรา นาควิเชียร จาก UN Women, อารีวรรณ จตุทอง และ นันทิยา ภูมิสุวรรณ
หลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก จากสถิติผลการวิจัยขององค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ (UN Women) เผยว่า 1 ใน 3 ของจำนวนผู้หญิงทั่วโลก มีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงเป็นปัญหาที่แอบแฝงอยู่ในสังคมเสมอมา และไม่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2556พบว่าสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง ตกอยู่ที่เฉลี่ยวันละ 87 รายต่อวัน และยังพบว่าร้อยละ 83 ของการทำร้ายมาจากบุคคลใกล้ตัวข้อมูลจากมูลนิธิเพื่อนหญิงระบุว่าในปัจจุบัน พบว่าความรุนแรงนั้นไม่ลดลงเลยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
หลังจากคดีล่วงละเมิดทางเพศถูกตีแผ่ออกไปอย่างมหาศาลในประเทศสหรัฐอเมริกา นำไปสู่การเกิดแคมเปญ #MeToo ในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีการรณรงค์เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศผ่านทางโซเชียลมีเดียซึ่งเผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี พ.ศ.2549 บนมายสเปซของ ทารานา เบิร์ก นักกิจกรรมสังคมและนักจัดการชุมชนที่ใช้วลี #MeToo เพื่อกระตุ้นการตระหนักรู้ของผู้รอดชีวิตจากประสบการณ์ที่ถูกประณามประทุษร้ายและคุกคามทางเพศในกลุ่มผู้หญิงผิวสีและบุคคลที่มีความหลากหลายในเชื้อชาติในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการรณรงค์ให้ผู้หญิงออกมาเรียกร้องสิทธิและความเสมอภาคระหว่างเพศให้เกิดความเท่าเทียม ต่อมาในปี พ.ศ.2560 ดาราฮอลลีวู้ดชื่อดัง อลิสซา มิลาโน ได้จุดประเด็นนี้ขึ้นอีกครั้ง ด้วยการออกมาทวิต #MeTooผ่านทางทวิตเตอร์ เพื่อสร้างเอกภาพในกลุ่มผู้หญิงที่มีประสบการณ์เดียวกัน ผลที่ได้รับคือมีผู้คนนับล้านรวมถึงเหล่าเซเลบริตี้จำนวนมากต่างออกมาบอกเล่าประสบการณ์ของตน อาทิ เลดี้กาก้า, แกเบรียล ยูเนี่ยนและ อีแวน เรเชล วูด เป็นต้น ทำให้กระแส #MeToo นี้โด่งดังไปทั่วโลก
ล่าสุด UN Women ได้จับมือกับ กลุ่มบริษัทชั้นนำด้านสื่อโฆษณาในประเทศไทย อาทิ เจ. วอลเตอร์ ธอมสัน กรุงเทพฯ, มายรัม ประเทศไทย, เวิรฟ พับลิค รีเลชั่นส์ คอนซัลแตนท์ซี, กรุ๊ปเอ็ม ประเทศไทย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์อย่างอินฟลูออส (Influos) ได้จัดทำ แคมเปญ #HEARMETOOหรือ #มีอะไรจะบอก ในช่วง 16 วันแห่งการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ (16 Days of Activism against Gender-Based Violence)โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม2561 ด้วยเป้าหมายหลักคือการปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เพื่อผลักดันให้ผู้หญิงกล้าออกมาพูดเกี่ยวกับการถูกกระทำความรุนแรงมากขึ้น เพื่อรวมเป็นพลังเป็นหนึ่งเดียวในการรณรงค์ต่อต้านความรุนแรง ผลักดันให้เกิดความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศในสังคมไทย
แคมเปญ #HEARMETOO นำเสนอประเภทของความรุนแรง ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ความรุนแรงทางเพศ (Sexual Violence) ความรุนแรงทางร่างกาย (Physical Violence) ความรุนแรงที่ส่งผลกระทบทางอารมณ์ (Emotional Violence) และ ความรุนแรงในบริบททางเศรษฐกิจ (Economic Violence) เพื่อให้สังคมไทยตระหนักถึงความรุนแรงในปัจจุบัน และเป็นจุดเปลี่ยนของการยุติความรุนแรงนี้
แคมเปญประกอบไปด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ที่หลากหลาย อาทิ การรณรงค์ทาลิปสติกสีส้ม โพสต์ลงในโซเชียลมีเดีย พร้อมติดแฮชแท็ก #HEARMETOO#มีอะไรจะบอก ทั้งเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะพูดและบอกเล่าประสบการณ์ของตน พร้อมสะท้อนทัศนคติที่เป็นส่วนช่วยให้เธอก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายในอดีต ซึ่งถือเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญของการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงในสังคมไทย ได้ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2561 กิจกรรม พาดหัวข่าวใหม่ (Disruptive News Headlines) โดย UN Women ได้จับมือกับเว็บไซต์ MThai ในการเปลี่ยนหัวข้อข่าวเกี่ยวกับผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรงในเชิงลบให้กลายเป็นหัวข้อข่าวใหม่ในเชิงบวก เพื่อปรับทัศนคติของสังคม ที่มองผู้หญิงว่าเป็น “เหยื่อ” ให้กลายเป็น “ฮีโร่” ที่กล้าหาญ พร้อมที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรมและความเสมอภาคระหว่างเพศในสังคม ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรม “พาดหัวข่าวใหม่” ผ่านการแชร์บนโซเชียลมีเดีย ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคมนี้
แคมเปญ #HEARMETOO ยังได้จัดทำImmersive 360-Degree สร้างสถานการณ์จำลองความรุนแรงขึ้นในรูปแบบออนไลน์ 360 องศา ผ่านเว็บไซต์ของแคมเปญ โดยมีภาพเคลื่อนไหวและเรื่องราวประสบการณ์ของผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง เพื่อให้ผู้ชมได้ทดลองสัมผัสประสบการณ์จริง ที่ 1 ใน 3 ของผู้หญิงไทยและผู้หญิงทั่วโลกเคยเจอ พร้อมทั้งเข้าใจถึงความรู้สึกของเธอ ณ สถานการณ์นั้น รวมถึงภาพยนตร์สั้นออนไลน์ #HEARMETOO ถ่ายทอดผ่านมุมมองของ อารีวรรณ จตุทอง อดีตรองนางสาวไทย ผู้ที่เคยผ่านพ้นปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งปัจจุบันเธอได้ผันตัวเองเป็นนักกฎหมาย และผู้ร่วมรณรงค์เพื่อปกป้องสิทธิสตรีมานานกว่า 20 ปี สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและคำแนะนำเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิง และชมภาพยนตร์สั้นได้ที่ เว็บไซต์ www.hearmetoo.or.th
นอกจากนี้ ยังมีภาพยนตร์เสียง 3 ชุด ที่จะสะท้อนความรุนแรงจากเหตุการณ์จริงของตัวแทนผู้ร่วมรณรงค์ ได้แก่ นุ่น-ธารารัตน์ ปัญญา นักศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ฝน-นันทิยา ภูมิสุวรรณ ตัวแทนเจ้าหน้าที่มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และ วรรณโชค ยิ้มย่อง ผู้จัดการฝ่ายดูแลลูกค้า บริษัทเจ. วอลเตอร์ ธอมสัน กรุงเทพฯ
UN Women มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้ผู้หญิงและเด็กในประเทศไทย ใช้สิทธิและศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ผ่านการแชร์เรื่องราวของพวกเขาสู่โลกภายนอก พร้อมส่งเสริมความเป็นธรรมและเอกภาพของผู้หญิงเพื่อยุติความรุนแรงในสังคม เพราะความรุนแรงไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง เราจึงต้องร่วมมือกันเพื่อให้สังคมน่าอยู่ยิ่งขึ้น ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ #HEARMETOOได้ทาง www.hearmetoo.or.th
