‘พ่อบรู๊ค-แม่กบ’ เผยเทคนิคสื่อสารเชิงบวก เบื้องหลังอารมณ์ดีของสองพี่น้อง ‘ณดา-ณดล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/379974

‘พ่อบรู๊ค-แม่กบ’ เผยเทคนิคสื่อสารเชิงบวก เบื้องหลังอารมณ์ดีของสองพี่น้อง ‘ณดา-ณดล’

‘พ่อบรู๊ค-แม่กบ’ เผยเทคนิคสื่อสารเชิงบวก เบื้องหลังอารมณ์ดีของสองพี่น้อง ‘ณดา-ณดล’

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สัมพันธภาพภายในครอบครัวคือรากฐานสำคัญในการปลูกฝังพฤติกรรมที่เหมาะสมและการเจริญเติบโตที่แข็งแกร่งทั้งทางร่างกายและจิตใจของลูกน้อย ครอบครัวที่สมาชิกทุกคนมีสัมพันธภาพพื้นฐานที่ดีต่อกันจะสร้างความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยทางจิตใจให้กับเด็ก เป็นความอบอุ่นที่ไม่มีที่ไหนทดแทนได้

นับเป็นอีกหนึ่งครอบครัวอบอุ่นที่ใครๆ ต่างเทใจให้ สำหรับครอบครัว “ปุณณกันต์” ที่ไม่ว่าพ่อบรู๊ค ดนุพร ปุณณกันต์ และ แม่กบ-สุวนันท์ และจะยุ่งกับการทำงานมากเพียงใด ก็สามารถแบ่งเวลาให้ “น้องณดา – ณดล”ได้อย่างลงตัวเสมอ ล่าสุดภายในงาน “1 วันสร้างสุขให้ลูกเปลี่ยน ปี 2” ของโครงการรวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี (United for Healthier Kids) ซึ่งจัดโดยบริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เพื่อปลูกฝังรากฐานพฤติกรรมและโภชนาการที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตอย่างมีสุขภาพดีของเยาวชนอายุ 3-5 ปี พ่อบรู๊คได้มาร่วมฟังข้อมูลที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมและจิตวิทยาเด็ก ที่ให้คำแนะนำเคล็ดลับการมีส่วนร่วม และสื่อสารเชิงบวกกับลูกๆ ที่จะช่วยเสริมสัมพันธภาพอันดีภายในครอบครัว

พ่อบรู๊ค เล่าว่า “พ่อแม่ทุกคนต่างก็อยากให้ลูกเชื่อฟังและทำตามที่เราบอก ผมกับคุณกบเองก็ได้ลองผิดลองถูกมามาก แต่หลังจากที่ได้เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและพฤติกรรมเด็ก ทำให้เรารู้ว่าการสื่อสารให้ลูกเข้าใจและร่วมมือกับเราไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องใช้เวลาและต้องมีเทคนิคทางจิตวิทยาเชิงบวกเข้าช่วย และสิ่งสำคัญที่สุดคือ อยากให้ลูกเปลี่ยน พ่อแม่ต้องปรับก่อน ทำให้ผมและคุณกบจึงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกๆ เห็น เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่ชอบเลียนแบบ ดังนั้นแบบอย่างที่ดีจากพ่อแม่จึงสำคัญมาก อยากให้ลูกเป็นอย่างไร พ่อแม่ต้องทำให้ลูกเห็นก่อน เช่น ไม่อยากให้ลูกติดหน้าจอ พวกเราก็จะไม่จับหน้าจอให้ลูกเห็น และพยายามหากิจกรรมให้ลูกๆ ทำตลอด เช่น เล่นดนตรี ออกกำลังกาย เพื่อไม่ให้พวกเขาหมกมุ่นกับเกมบนมือถือหรือดูทีวีมากเกินไป”

หลายๆ ครั้งที่พ่อแม่อยากปรับพฤติกรรมลูก แต่ไม่สำเร็จ และกลับกลายเป็นการสร้างความรู้สึกต่อต้านให้กับเด็กๆ แทน ซึ่งพ่อบรู๊คมีทริคเล็กๆ แนะนำว่า “พ่อแม่หลายๆ ท่านอาจรู้สึกเหนื่อยกับงานมา จึงเผลอใช้อารมณ์กับลูกไปบ้าง อาจทำให้เด็กรู้สึกไม่ดี กลายเป็นไม่อยากทำตามที่เราพูด ผมได้รับคำแนะนำมาว่าให้มองหาจุดดีในตัวลูก แล้วเราก็จะได้กำลังใจกลับมา ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่ผมรู้สึกโมโหลูกสาว ก็จะนึกถึงตอนที่ณดาดูแลเอาใจใส่น้อง ยอมยกของเล่นให้น้อง หรือเวลาที่ณดลดื้อ ก็จะนึกถึงตอนที่เขาเข้ามาอ้อน นอนตัก ยิ้มหวานให้ มันทำให้เราใจเย็นลง ฉุกคิดมากขึ้น และอุณหภูมิภายในบ้านก็จะเย็นลงอีกครั้ง”

ที่สำคัญ ถ้าลูกๆ เปลี่ยนมาแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม ต้องอย่าลืมชม โดยพ่อบรู๊ค ได้เผยเทคนิคที่ได้เรียนรู้มาจากนักจิตวิทยาเด็กและคอนเฟิร์มแล้วว่าได้ผลจริงว่า “ในการสื่อสารกับลูกให้ได้ผลดี แม้แต่วีธีการชมก็ต้องมีเทคนิค พ่อแม่ต้องชมลูกอย่างจริงใจ โดยใช้ภาษาท่าทางประกอบ เช่น สบตา หอมแก้ม กอด ควรชมทันทีที่เห็นว่าเค้าทำดีและชมในสิ่งที่เค้าลงมือทำ (มากกว่าชมที่ผลลัพธ์ที่ออกมา) ยกตัวอย่างเช่น เมื่อก่อนณดาจะติดทีวี ไม่ยอมลุกไปอาบน้ำ แต่ถ้าวันไหนเราบอกแล้วเขาลุกไปอาบน้ำเองโดยไม่อิดออด ผมก็จะชมลูกทันทีว่า “ณดาเก่งจังเลย พอถึงเวลาก็ลุกไปอาบน้ำโดยที่พ่อไม่ต้องบอกเลย พ่อชื่นใจจัง” เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างกำลังใจให้ลูกมีแรงจูงใจปรับเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นแล้ว”

นอกจากการชมแล้ว เมื่อลูกแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม จะต้องมีการตักเตือนเมื่อทำผิด ซึ่งพ่อบรู๊คทิ้งท้ายด้วยเทคนิคการตักเตือนลูกจากนักจิตวิทยาเด็กไว้ว่า “เมื่อลูกทำผิด ผมจะพยายามจัดการกับอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน และจะบอกลูกตรงๆ ว่า ทำอย่างนี้ไม่ดีนะและให้เหตุผล ผมจะไม่ใช้อารมณ์ในการตักเตือนเขา ไม่ประชด ไม่เปรียบเทียบ เพราะจะยิ่งทำให้ลูกต่อต้านมากขึ้น”

ด้วยการสื่อสารและเลี้ยงลูกเชิงบวกเช่นนี้นี่เอง ใครๆ จึงต่างหลงรักความน่ารักสดใสของพี่สาวและน้องชายแห่งบ้าน “ปุณณกันต์” มาร่วมเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids) ร่วมกับครอบครัว “ปุณณกันต์” ได้ที่เพจ United for Healthier Kids TH บน Facebook หรือพิมพ์Facebook.com/U4HKThailand หรือคลิก http://bit.ly/U4HKPageTR

Leave a comment