ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/380972

‘ดร.ฮิโรเอกิ นัมบะ’ ผู้ค้นพบวิถีสุขภาพดี จาก ‘ราชาแห่งเห็ด’ สู่ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ลองถามตัวเองว่า “คุณป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่?” ในช่วงเวลาที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ เช่นนี้ หลายคนอาจจะตอบว่าเพิ่งป่วยไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่สำหรับ ศ.กิตติคุณ ดร.ฮิโรเอกิ นัมบะ แห่งมหาวิทยาลัยเภสัชกรรมโกเบ ชาวอาทิตย์อุทัย วัย 74 ปีคนนี้เขาแทบจะลืมไปแล้วว่า “ป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”
ศ.กิตติคุณ ดร.ฮิโรเอกิ นัมบะ
ในปีค.ศ.1984 ดร.ฮิโรเอกิ นัมบะได้เริ่มศึกษาหาคุณค่าที่อยู่ในเห็ดชนิดหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อ “ไมตาเกะ (Maitake)” หรือสมญานามว่า “ราชาแห่งเห็ด” เนื่องจากเป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่มาก ในอดีตชาวญี่ปุ่นนำมาบริโภคเพื่อหวังผลทางยา สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยจุดเริ่มต้นของดร.นัมบะ ในการศึกษาเห็ดไมตาเกะ นั้นมาจากการศึกษาคุณสมบัติทางเคมีของเห็ด 36 ชนิด ทว่า ดร.นัมบะและทีมวิจัยกลับได้ค้นพบส่วนประกอบพิเศษที่พบแค่ในเห็ดไมตาเกะเท่านั้น นั่นคือ สารประเภทโพลีแซคคาไรด์ (Polysaccharide) ที่เรียกว่าX-fraction หรือ D-fraction ประกอบด้วยสารเบตากลูแคน (Beta-glucan) และโปรตีนคอมเพล็กซ์ ที่ช่วยในเรื่องเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง เขาจึงได้ทำการวิจัยเพื่อสกัดเอาสารพิเศษดังกล่าว และให้ชื่อว่า “MX-Fraction”
สำหรับ MX-Fraction ที่ ดร.นัมบะ ได้ค้นคว้าวิจัย เขาได้นำมาสกัดให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนปัจจุบัน โดยมุ่งมั่นจะนำมาใช้ป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายก่อนที่จะเกิดโรค ซึ่งจะเห็นได้ว่าโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเรานั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของโรคที่ไม่ติดต่อ (NCDs) ได้แก่ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันในเลือดสูงและมะเร็ง เป็นต้น
ดร.นัมบะ เผยว่า “MX-Fraction ในเห็ดไมตาเกะ สามารถช่วยการควบคุมคอเลสเตอรอลได้ หากใครมีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือไขมันในหลอดเลือดผิดปกติ MX-Fraction จะช่วยทำให้ไขมันในเลือดลดลง ส่งผลให้ความดันโลหิตลดลงตามไปด้วย ไขมันที่ว่านี้ไม่ใช่ไขมันร่างกาย (Body Fat) เพราะ MX-Fraction ไม่ได้ช่วยลดน้ำหนัก แต่เป็นการลดไขมันที่แอบซ่อนอยู่ในอวัยวะภายใน ซึ่งเป็นไขมันที่เรามองไม่เห็น เช่น ไขมันในไต หรือไขมันในตับ เพราะหากคอเลสเตอรอลสูงจะส่งไปที่กรดน้ำดี (Bile Acid) แล้วขับถ่ายออกทางอุจจาระหรือไขมันในอวัยวะภายในซึ่งสารนี้สามารถช่วยลดไขมันเหล่านี้ได้ และยังควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสด้วย ถ้าพูดถึงการคุมระดับน้ำตาลในเลือด ก็ต้องนึกถึงอินซูลิน เพราะอินซูลินที่เป็นฮอร์โมนหนึ่งที่ช่วยควบคุมสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด ในผู้ป่วยเบาหวานนั้นระดับฮอร์โมนอินซูลินจะลดลงเรื่อยๆหากได้รับ MX-Fraction ความไวก็จะกลับมาเป็นปกติ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดก็มีอัตราที่ดีขึ้น ส่งผลต่อไขมันในเลือดลดลง ก่อให้เกิดการไหลเวียนดีขึ้น”
แต่การบริโภคเห็ดไมตาเกะให้ได้ในปริมาณที่สามารถรักษาอาการของโรค ดังที่ ดร.นัมบะ ได้กล่าวมานั้น อาจจะต้องใช้ปริมาณมากและเป็นเรื่องยุ่งยากต่อการใช้ชีวิตประจำวันทำให้ ดร.นัมบะ ได้ทำการวิจัยเพื่อสกัดเห็ดไมตาเกะให้อยู่ในรูปแบบเม็ดที่ง่ายสำหรับการบริโภคซึ่งต่อมากลายเป็นอีกสินค้าที่ได้รับความนิยมในกลุ่มชาวญี่ปุ่นผู้รักสุขภาพเป็นอย่างมาก
นอกจากผลงานค้นคว้าวิจัยเรื่องเห็ดไมตาเกะแล้ว ดร.นัมบะยังมีผลงานการเขียนหนังสือ รวมถึงบทความทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเห็ดไมตาเกะ อาทิ Maitake Daietto, Maitake-Challenging Cancers, Immune-Power; Another Method to Combat Influenza และ Maitake-Combatting Cancers and Lifestyle-Related Diseases อีกทั้งยังเดินทางไปเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่องของเห็ดไมตาเกะ อยู่เสมอ โดยล่าสุด ดร.นัมบะ ได้เดินทางมาให้ความรู้แก่กลุ่มเภสัชกรชาวไทย ในงาน Maytake MX Fraction ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานอย่างล้นหลาม
อีกเคล็ดลับสุขภาพแข็งแรงแบบที่เรียกว่า “ลืมไปแล้วว่าป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่” ของชายผู้ใช้เวลาเกือบครึ่งชีวิตอุทิศให้กับการศึกษาค้นคว้าเห็ดไมตาเกะมาโดยตลอด และเขายังเป็นผู้บริโภคผลิตภัณฑ์จากการคิดค้นของเขาเองด้วยเช่นกัน นั่นเป็นอีกการพิสูจน์ประสิทธิภาพของผลงานที่เขาได้ค้นคว้าเป็นอย่างดี ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจข้อมูลเห็ดไมตาเกะสามารถสอบถามได้ทาง http://www.maytake-mx.com หรือต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมทางวิชาการได้ที่ http://www.medline.com
