สานต่อโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381181

สานต่อโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ

สานต่อโครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผู้สูงวัยร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพดวงตา

ห้างแว่นท็อปเจริญ ร่วมกับ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ฉลองความสำเร็จในโอกาสครบรอบ10 ปี “โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ” ภายใต้พระราชประสงค์ของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดารที่มีปัญหาด้านสายตาให้กลับมาดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุขนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2552 โครงการประสบความสำเร็จในการให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดารที่มีปัญหาด้านสายตากว่า 50,000 ราย รวม 124 พื้นที่ครบทุกจังหวัดของประเทศ

ทั้งนี้ ห้างแว่นท็อปเจริญ ได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสานต่อโครงการต่อเนื่องเพิ่มอีก 5 ปี จนถึงปีพ.ศ.2567 พร้อมเชิญชวนคนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลผู้สูงวัยในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการดูแลสายตาของผู้สูงวัยและเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ในอีก 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาล และ นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์

นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ห้างแว่นท็อปเจริญ กล่าวว่า ห้างแว่นท็อปเจริญ มุ่งมั่นในการจัดทำโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ในการช่วยเหลือด้านสายตาให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการแว่นตาผู้สูงวัยในสมเด็จพระเทพรัตนฯ ที่ได้ร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ภายใต้พระราชประสงค์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม
บรมราชกุมารี เพื่อช่วยเหลือผู้สูงวัยในถิ่นทุรกันดารที่มีปัญหาด้านสายตาทั่วประเทศ ให้สามารถกลับมามีสายตาที่ดีขึ้น สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข โดยตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาพบว่าปัญหาด้านสายตาส่วนใหญ่ของผู้สูงวัยคืออาการสายตายาวตามอายุ ซึ่งโครงการ ได้ทำการตรวจวัดสายตาประกอบแว่นใหม่ และส่งมอบให้กับผู้สูงวัยที่ต้องการความช่วยเหลือฟรี เป็นจำนวนรวมกว่า 5 หมื่นอัน ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสายตาอีกด้วย

ตรวจวัดสายตาผู้สูงวัย

“ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการช่วยเหลือผู้สูงวัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีก 3 ปีข้างหน้า ห้างแว่นท็อปเจริญจึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการสานต่อโครงการต่อเนื่องเพิ่มอีก 5 ปี จากปีพ.ศ.2563-2567 เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงวัยที่มีปัญหาและต้องการรับความช่วยเหลือด้านสายตาที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไปในพื้นที่ทุรกันดารต่างๆ ทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ในการรับหน้าที่คัดกรองกลุ่มผู้สูงวัยเข้ารับการบริการจากทีมผู้เชี่ยวชาญของห้างแว่นท็อปเจริญที่ได้ลงพื้นที่นั้นๆ อาทิการบริการตรวจวัดสายตา ตรวจสุขภาพดวงตาและประกอบแว่นใหม่ฟรีเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้หากพบว่ามีผู้สูงวัยที่เป็นโรคตาและไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่นตาทางโครงการฯ จะนำส่งผู้ป่วยเหล่านี้เข้ารับการรักษาอาการต่อที่ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญอีกด้วยโดยอีก 5 ปีข้างหน้านี้เราคาดว่าโครงการจะสามารถให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีปัญหาด้านสายตาได้อีกกว่า 3 หมื่นราย”

รองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงนวลจันทร์ ปราบพาล กรรมการอำนวยการและเลขาธิการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย กล่าวว่า “มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จัดตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์อุปนายิกาผู้อำนวยการ สภากาชาดไทย มีหน้าที่ให้การสงเคราะห์เด็กและผู้เยาว์ที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งยังให้ความสำคัญด้านสุขภาพและการดำเนินชีวิตของผู้สูงวัยอีกด้วย และหนึ่งในปัญหาสำคัญที่พบในกลุ่มผู้สูงวัยคือความเสื่อมประสิทธิภาพของดวงตา ซึ่งปัญหานี้ส่งผลให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพและในบางรายไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในถิ่นทุรกันดารหรือพื้นที่ห่างไกล ในโอกาสการสานต่อโครงการต่อเนื่องอีก 5 ปี สภากาชาดไทยจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันให้การช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีปัญหาด้านสายตาได้เพิ่มอีกเป็นจำนวนมากเพื่อให้ผู้สูงวัยกลับมามีสายตาที่ดีขึ้นและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข ทั้งยังสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองและบุตรหลานได้และไม่เป็นภาระต่อสังคมอีกด้วย”

นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์

นายแพทย์นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์ จักษุแพทย์และผู้อำนวยการศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ แนะนำการดูแลสุขภาพดวงตาว่า “การดูแลรักษาดวงตาให้หลีกหนีจากโรคภัยและปัญหาต่างๆ สามารถทำได้โดยการรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตา เช่น ผักใบเขียว มะเขือเทศ ฝรั่ง ส้ม เป็นต้น ซึ่งผักและผลไม้ที่มีลูทีนวิตามินซีและวิตามินอีสูงจะช่วยบำรุงสายตาและลดความเสื่อมของจอประสาทตาได้ การปกป้องดวงตาจากแสงแดดและแสงสีน้ำเงิน สามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงแสงเหล่านี้โดยตรง เช่น การสวมแว่นกันแดด หรือการสวมใส่แว่นที่สามารถคัดกรองแสงสีน้ำเงินจากหน้าจอได้การใช้สายตาอย่างพอเหมาะ หากมีการใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรพักสายตาโดยการเปลี่ยนอิริยาบถหรือทำกิจกรรมอื่นแทน หากจำเป็นต้องใช้คอนแทคท์เลนส์ การทำความสะอาดถือเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ดวงตาเจอกับเชื้อโรคต่างๆ ตลอดทั้งวัน สุดท้ายการตรวจสุขภาพดวงตา รวมถึงการตรวจวัดสายตาเป็นประจำ จะทำให้เรารู้ถึงสุขภาพดวงตาของเราเอง เมื่อเกิดปัญหาหรือโรคต่างๆ จะสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial เว็บไซต์ www.topcharoen.co.th ไลน์@top_charoen หรือ โทร.02-612-4170

Leave a comment