‘ท้องป่อง’ อาจไม่ใช่อ้วนลงพุง ระวัง ‘มะเร็งรังไข่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/382067

‘ท้องป่อง’ อาจไม่ใช่อ้วนลงพุง ระวัง ‘มะเร็งรังไข่’

‘ท้องป่อง’ อาจไม่ใช่อ้วนลงพุง ระวัง ‘มะเร็งรังไข่’

วันจันทร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.12 น.

การสังเกตความผิดปกติของร่างกายอยู่เสมอ ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่มีอาการเบื่ออาหาร ท้องอืด แน่นท้อง หรือแม้กระทั่งรู้สึกว่าตนเองมีพุง อาจเป็นสัญญาณของโรคทางนรีเวชบางประการ เช่น เนื้องอกมดลูก เนื้องอกรังไข่ รวมถึง “มะเร็งรังไข่” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภัยเงียบที่คุณผู้หญิงไม่ควรมองข้าม

แพทย์หญิงชลิดา เรารุ่งโรจน์ สูติ-นรีแพทย์ เฉพาะทางด้านมะเร็งนรีเวชวิทยา โรงพยาบาลเวชธานี ให้ข้อมูลว่า มะเร็งรังไข่ พบมากเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรี แต่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 เนื่องจากในระยะเริ่มแรกมักไม่มีอาการแสดง และมักตรวจพบโรคในระยะแพร่กระจายแล้ว ทำให้ยากต่อการรักษา ซึ่งมะเร็งรังไข่ สามารถพบได้ในหลายช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยหมดประจำเดือน พบได้มากที่สุดในช่วงอายุ 40-60 ปี

ดังนั้น ผู้หญิงควรหมั่นสังเกตอาการต่างๆ ดังนี้ รู้สึกอืด แน่นท้อง ท้องโตมากขึ้น รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือเบื่ออาหาร น้ำหนักเพิ่มหรือลดโดยไม่ทราบสาเหตุ ขับถ่ายผิดปกติ เช่น ปัสสาวะบ่อย ท้องผูกสลับท้องเสีย คลำพบก้อนที่ท้อง ซึ่งอาการข้างต้นอาจดูเหมือนเป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหารหรือลำไส้ จึงทำให้คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ละเลยที่จะเข้ารับการตรวจและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชวิทยา

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของมะเร็งรังไข่ จึงยังไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลดีเท่าที่ควร แต่จากการศึกษาทางการแพทย์ พบปัจจัยเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งรังไข่ ดังนี้ 1.มีประวัติคนในครอบครัว โดยเฉพาะมารดา พี่สาว น้องสาว หรือลูกสาว เป็นมะเร็งรังไข่ 2.ประวัติเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งลำไส้ 3.มีประจำเดือนครั้งแรกเร็ว (ก่อนอายุ 12 ปี) และหมดประจำเดือนช้า (หลังอายุ 55 ปี) 3.ไม่เคยตั้งครรภ์หรือคลอดบุตร

คุณผู้หญิงที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ควรหมั่นตรวจเช็คสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองมะเร็งสตรี อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณผู้หญิงทุกคนที่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวจะเป็นมะเร็งรังไข่ทั้งหมด เพียงแต่ต้องสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดกับตนเองให้มาก และไม่ละเลยอาการต่างๆ หากตรวจพบว่ามีก้อนในท้อง จะได้รีบทำการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

Leave a comment