ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/384839

Save The Children จัดโครงการค่ายเด็กและเยาวชน ‘นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก’
Save the Children องค์การช่วยเหลือเด็ก เป็นผู้นำในการดำเนินงานเพื่อสิทธิเด็กทั่วโลกมานานกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นในประเทศอังกฤษ มีสาขาเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กใน 120 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทยเน้นให้ความช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบางผ่านโครงการการศึกษา การคุ้มครองเด็กอนามัยโภชนาการ และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
ล่าสุดเตรียมจัดกิจกรรมโครงการค่ายเด็กและเยาวชน “นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก” มุ่งหวังให้เด็กเป็นผู้สะท้อนหรือสื่อสารปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อจุดประกายการแก้ไขปัญหาร่วมกับผู้ใหญ่ ส่งต่อความตระหนักว่าอุบัติเหตุบนท้องถนนกระทบต่อเด็ก สังคมและชีวิตผู้คนมากเพียงใด
อรุณรัตน์ วัฒนผลิน ผู้ประสานงานกลุ่มงานโครงการสุขภาพและความปลอดภัยของเด็ก องค์การช่วยเหลือเด็ก ประจำประเทศไทย (Save the Children) กล่าวถึงโครงการค่ายเด็กและเยาวชน “นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก” ว่าเป็นโครงการสืบเนื่องจากโครงการ 7% ซึ่งเป็นโครงการด้านถนนปลอดภัยที่องค์การช่วยเหลือเด็ก ร่วมกับกรุงเทพมหานครจัดขึ้น และโครงการ Photo Voice ช่วงที่ผ่านมา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการแก้ไขปัญหาเรื่องการจราจรที่ส่งผลกระทบต่อเด็กในรูปแบบต่างๆ ผ่านการให้ความรู้เรื่องถนนปลอดภัยและหมวกนิรภัย และเพื่อเสริมสร้างทักษะ ด้วยการฝึกอบรมเขียนข่าว การทำวีดิทัศน์ และการจัดรายการวิทยุให้แก่เด็ก โดยมุ่งหวังให้เด็กเป็นผู้สะท้อนหรือสื่อสารปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
“เด็กสามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด เมื่อเด็กลุกขึ้นมาพูด เสียงของเขาจะมีพลังและส่งผลสะเทือนต่อสังคมในวงกว้าง เด็กที่เข้าโครงการนี้จะได้เรียนรู้ว่าการเป็นนักเขียนที่ดีจะประกอบด้วย 1.คอนเทนต์ต้องมีเนื้อหาที่เหมาะสมเกี่ยวกับถนน เด็กได้เรียนรู้และเข้าใจว่าอะไรคือปัญหาที่แท้จริง อะไรคือสิ่งที่เด็กต้องการแก้ไข2.สื่อ เพื่อเสริมศักยภาพในการเป็นสื่อ เด็กถือไมค์นำเสนอข่าว เป็นผู้สื่อข่าว นำเสนอในมุมมองของเขาว่าเดือดร้อนอะไร จะต้องแก้ปัญหานี้ร่วมกันอย่างไร เมื่อเด็กพูดเองเสนอข่าวเอง ด้วยความคิดที่ใส ไม่ซับซ้อน จะทำให้สังคมพบหนทางแก้ปัญหาแบบใหม่ๆ ที่ดีและชาญฉลาดมากกว่า”
กลุ่มเป้าหมายโครงการ “นักข่าวรุ่นจิ๋ว : เด็กไทยซ้อนท้ายสวมหมวก” คือนักเรียนชั้น ป.5-ม.3 ในเขตภาษีเจริญและเขตดอนเมือง กรุงเทพฯ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนเด็กในโรงเรียนทั้ง 3 สังกัดในเขต กทม. คือ 1.กทม. 2.สพฐ. 3.สช. เบื้องต้นจะคัดเลือกจากการเขียนเรียงความหรือคลิปวีดีโอในหัวข้อ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก” ว่าเด็กเห็นอะไรบนท้องถนน โรงเรียนละ 2 คนจำนวน 15 ผลงาน รวมทั้งหมด 30 คนมาเข้าค่ายร่วมกัน โครงการนี้เปิดโอกาสให้เด็กได้เพิ่มทักษะและสร้างเสริมประสบการณ์ด้านการทำสื่อจากผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อโดยตรง ได้เรียนรู้การทำสื่อวิทยุ โทรทัศน์ การรายงานข่าว การทำคลิปวีดีโอ เข้าเยี่ยมชมเบื้องหลังการทำงานของสื่อโทรทัศน์และนักข่าวในสถานที่จริง ได้ความรู้เรื่องถนนปลอดภัย ความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัย เข้าใจวัฒนธรรมความปลอดภัยเพิ่มขึ้น รวมทั้งได้รับเงินรางวัลและเกียรติบัตรได้มิตรภาพใหม่ๆ จากนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ
“ตลอดระยะเวลาของโครงการนี้นับจากเดือนพฤศจิกายน 2561-มีนาคม2562 เรามั่นใจว่าเด็กที่เข้าอบรมได้อะไรมากกว่าที่คิด เราทำงานร่วมกันกับหลายภาคส่วน งานนี้ไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ มีทั้งเด็ก ครู สื่อมวลชน ตำรวจ ผู้อำนวยการเขต เทศกิจ ชุมชนสัมพันธ์ สำนักจราจร พ่อแม่ผู้ปกครอง ฮอนด้า ทำงานคนเดียวจะเห็นผลน้อย แต่ถ้าหลายภาคส่วนเข้ามาทำงานร่วมกันจะเห็นผลที่มากกว่า ดีกว่า โครงการนี้เราค่อยๆ ขยับแต่ขยับอย่างมีเป้าหมายทั้งในปัจจุบันและอนาคต”
โดยการตัดสินรอบแรก จะประกาศผลงานการคัดเลือกในวันที่ 9 มกราคม 2562 จากนั้นจะมีการจัดฝึกอบรมนักข่าวรุ่นจิ๋ว (Young Digital Generation Reporter)ตอน “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก” ซึ่งเด็กๆจะได้พบกับกูรูและเรียนรู้ประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในสนามจริง เวทีข่าวจริง เพื่อให้เกิดการพัฒนาไอเดียใหม่ๆ และสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมนำเสนอผลงานในรูปแบบสื่อสร้างสรรค์ อาทิ การเขียนข่าว การทำคลิปวีดีโอ และการจัดรายการวิทยุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อผ่านการฝึกอบรมตลอดระยะ3 วันแล้ว เด็กๆ จะกลับไปสร้างสรรค์ผลงานเติมสีสันแห่งความคิด เพื่อพิชิตความสำเร็จเป็นทีม ด้วยการนำเสนอผลงานให้คณะกรรมการตัดสินรอบสุดท้าย ผลงานที่มีเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ และมีแนวคิดปลูกฝังให้ทุกคนรักชีวิตตัวเอง รู้จักรักเป็นห่วงชีวิตผู้อื่น ถือเป็นแนวคิดที่สำคัญสำหรับโครงการนี้ ซึ่งผลงานของทีมที่ได้รับพิจารณาในรอบตัดสิน จะได้รับการนำเสนอสู่สื่อสาธารณะ ทั้งการนำเสนอข่าว คลิปวีดีโอ และรายงานข่าวผ่านสื่อทีวี วิทยุและสื่ออื่นๆ พร้อมรับรางวัลทุนการศึกษารวม 30,000 บาท ถ้วยรางวัลและประกาศนียบัตร
“โครงการนี้ต้องการเห็นผู้ขับขี่และผู้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สวมหมวกนิรภัยเพิ่มขึ้นผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ ถ้าในโรงเรียนมีผู้ช่วยดูแลเรื่องเด็กสวมหมวกนิรภัยทุกวัน จัดที่เก็บหมวกนิรภัย ค่อยๆ สร้างระเบียบในชีวิตเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิต อาจใช้เวลาบ้าง แต่ต้องทำ วินัยเริ่มที่ตัวเราทุกคนให้ดูที่ตัวเรา ลูกหลานเรา ครูควบคุมดูแลเด็กนักเรียนได้ ถ้าทุกคนทำหน้าที่ดี ทุกอย่างจะไปได้ดี รวมทั้งโครงการนี้ด้วย”
