สีหวานมาก! หนุ่มเกษตรสองแคว พัฒนาพันธุ์ข้าวสีชมพูหนึ่งเดียวที่พิษณุโลก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/464840

สีหวานมาก! หนุ่มเกษตรสองแคว พัฒนาพันธุ์ข้าวสีชมพูหนึ่งเดียวที่พิษณุโลก

วันพุธ ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2563, 09.26 น.

ศิษย์เก่าคณะเกษตรฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร ลาออกจากงาน หันมาทำแปลงเกษตรข้าวไรท์เบอรี่ ใช้เวลา 3 ปี คัดแยกพันธุ์ข้าวจนสามารถปลูกนาข้าวสีชมพูสำเร็จ (พริ้งเลดี้) อนาคตอาจพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว

กรณีโลกโซเชียลแห่แชร์ภาพนาข้าวสีชมพู ฟรุ้งฟริ้งเต็มทุ่ง ผู้สื่อข่าวลงเพื่อนที่พบว่ามีนาข้าวสีชมพู อยู่ที่แปลงนา บ้านในไร่ เลขที่ 106/8 ม. 11 ต. ท่าโพธิ์ อ. เมือง จ. พิษณุโลก ของ นายจตุรงค์ ชมภูษา อายุ 31 ปี ศิษย์เก่าคณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ม.นเรศวร ที่ได้ผันตัวเองจากพนักงานบริษัทมาเป็นเกษตรกรนาไร่แบบเต็มตัวเนื่องจากต้องการที่จะอยู่อาศัยใกล้ชิดกับครอบครัวมาเป็นเวลา 3 ปีแล้ว

โดยนายจตุรงค์ ชมภูษา  เปิดเผยว่า เริ่มเเรก เมื่อปี 2556 ตนเองได้นำเอาเมล็ดพันธุ์ข้าวมาจากสุพรรณบุรี เป็นพันธุ์ข้าวไรท์เบอรี่ เพื่อนำมาปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งในช่วงของการปลูกนั้น ตนได้เห็นว่านาข้าวไรท์เบอรรี่ของตน มีใบข้าวที่มีสีชมพู ตนจึงได้นำต้นข้าวสีชมพูคัดแยกออกมา จากนั้นก็ทดลองปลูกเรื่อยมา ถึง 4 ครั้ง จนสามารถได้เมล็ดและนำมาปลูกในพื้นที่ได้ถึง 4 ตารางเมตร  และมีการตั้งชื่อสายพันธุ์ของข้าวว่า ข้าว Pink Lady

ทั้งนี้ ในการปลูกที่ผ่านมาเกิดแมลงกัดกินข้าวอย่างหนักทำให้ได้เมล็ดพันธุ์ที่ได้มีน้อย จึงไม่สามารถเพาะสายพันธุ์ได้มากเท่าที่ควร อีกทั้งข้าวที่ปลูกนี้ไม่ได้มีการใช้ยาฆ่าแมลงแต่อย่างใด เพราะตนต้องการที่จะปลูกข้าวที่เป็นข้าวปลอดสารพิษ แต่จะใช้วิธีการดูแลรักษาแบบใช้น้ำหมักชีวภาพ ในการควบคุมคุณภาพของนาข้าวและประสิทธิภาพของผลผลิตที่จะได้คุณภาพที่มากยิ่งขึ้น  ส่วนในเรื่องของคุณภาพข้าวที่ผ่านมายังไม่ได้ทดสอบเพราะเมื่อปลูกเสร็จก็จะเก็บเกี่ยวพันธุ์เมล็ดข้าวเพื่อมาคัดแยกและทดลองปลูก จนสามารถปลูกได้ขนาด 4 ตารางเมตรที่เห็น  แต่การที่จะได้ข้าวสีชมพูต้องอยู่กับช่วงเวลาที่ปลูกต้องปลูกในช่วงหน้าหนาว โดยใช้เวลา 120 วัน จึงจะเก็บเกี่ยวได้

นอกจากนี้ยังได้ปลูกข้าวไรท์เบอรี่สีดำควบคู่จำหน่าย สำหรับผลผลิตที่ได้เมล็ดข้าวนั้นจะเป็นเมล็ดที่มีขนาดสั้น อ้วนและป้อม คล้ายกับข้าวญี่ปุ่นแต่มีขนาดที่ป้อมกว่าข้าวญี่ปุ่น ซึ่งข้าว 1 กิโลกรัม ราคาจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 80 บาท และจะสามารถหุงได้ถึง 4 หม้อทีเดียว

นายจตุรงค์ กล่าวอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยข้าว ได้มาตรวจคุณภาพของเมล็ดข้าวของตน และพบว่าเมล็ดข้าวมีการกลายพันธุ์เป็นสีชมพู  จึงได้ถ่ายรูปแล้วนำไปลงทางโซเซียลปรากฎได้รับความสนใจจากชาวบ้านและประชาชนเดินทางมาดูนาข้าวตลอดทั้งวัน โดยผู้ใดที่สนใจสามารถเข้ามาชมได้ที่บ้านในไร่ 106/8 ม. 11 ต. ท่าโพธิ์ อ. เมือง จ. พิษณุโลก หรือสามารถติดต่อได้ที่ 096-667-254-5

Leave a comment