#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/467268

ชายคาพระพิรุณ : 20 มกราคม 2563
ใต้ร่มชายคาพระพิรุณ ยุครัฐบาลประชาธิปไตย นักการเมืองเป็นใหญ่ สามารถกำหนดชี้เป็น ชี้ตายได้ทุกเรื่อง จนบางกรณีไม่ได้คำนึงถึงความเหมาะสมและหลักเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ช่างแตกต่างจากยุครัฐบาลทหารที่ใครๆ เขาก็ว่าเป็นเผด็จการ แต่ก็เห็นหลายกรณีมีการอะลุ่มอล่วยเปิดใจรับฟังเหตุผล ยึดผลประโยชน์ของภาพรวมเป็นที่ตั้ง แต่ขณะนี้ดูเหมือนหลายๆ เรื่องผิดรูปผิดแบบที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเรื่องของงบประมาณที่บางหน่วยงานโดนตัดไปอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งที่เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจจำเป็นและสำคัญต่อการขับเคลื่อนภาคเกษตรโดยรวมของประเทศ เมื่อถูกตัดงบประมาณก็คงส่งผลให้งานขับเคลื่อนต่อไปได้ยากและส่งผลกระทบต่อภาคเกษตรไทยไม่น้อย โดยเฉพาะการตรวจรับรองมาตรฐานต่างๆ ให้เกษตรกร สวนทางกับนโยบายยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรเสียเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งผลกระทบต่อลูกจ้างเหมาซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการปฏิบัติงานภาคสนามหลายๆ ภารกิจ ที่ต้องตกงานอีกหลายร้อยชีวิต บางครอบครัวต้องตกงานทั้งผัวทั้งเมีย
สร้างเวรสร้างกรรมแท้ๆ อยากรู้เหตุผลที่แท้จริงของการตัดงบประมาณเหมือนกันว่าเพราะอะไร…นี่ยังไม่รวมถึงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับ ผอ.ระดับรองอธิบดี ที่ได้ข่าวแว่วๆ มาว่าดูเหมือนจะกลับไปสู่รูปแบบเดิมๆ เหมือนในอดีตอีกแล้ว ที่ใครอยากได้ตำแหน่งก็ต้องวิ่งหานักการเมือง ใช้ระบบเอาคนของตัวเองหรือพวกพ้อง หรือข้าราชการที่อยู่ในเครือข่ายฝ่ายการเมืองเข้ามา ทั้งที่สิ่งที่ควรจะเป็นคืออำนาจการคัดกรองควรอยู่ในระดับกรมคัดเลือกคนที่เหมาะสมทั้งความรู้ความสามารถและประสบการณ์ ก่อนจะส่งพิจารณาในขั้นตอนตามลำดับ แต่ปัจจุบันบางกรม คนวิ่งตำแหน่งแทบจะไม่เห็นหัวอธิบดีแล้ว ดิ่งตรงเข้าหารัฐมนตรีให้มันรู้เรื่องไปเลย ไม่ต้องอ้อมให้เสียเวลา ยิ่งกระทรวงเกษตรฯ มีรัฐมนตรี 4 คน
จาก 4 พรรคการเมือง ฝุ่นก็คงตลบอบอวลยิ่งกว่าฝุ่น PM2.5 เสียอีกกระมัง เผลอๆวิ่งชนขัดขากันเองทั้งข้าราชการทั้งรัฐมนตรีเพราะต้องการดันพวกตัวเองขึ้นนั่นเอง…
จากกรณีปัญหาการบริหารงานของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ส่งผลให้สหกรณ์มีหนี้สินจำนวนมาก ขาดสภาพคล่องสืบเนื่องมาตั้งแต่ ปี 2559 นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ แจ้งว่า นับตั้งแต่กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ตรวจพบความผิดปกติของงบการเงินของสหกรณ์ ส่งผลให้สหกรณ์ขาดสภาพคล่องทางการเงินและส่งผลกระทบต่อสมาชิกและสหกรณ์ที่ทำธุรกรรมทางการเงินกับสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด นั้น กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ได้ดำเนินการติดตามแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ตามอำนาจหน้าที่มาอย่างต่อเนื่อง โดยรายงานข้อสังเกตให้นายทะเบียนสหกรณ์ทราบและแต่งตั้งผู้สอบบัญชีสหกรณ์จากส่วนกลางเข้าตรวจสอบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีและประเมินผลการควบคุมภายใน เพื่อให้สหกรณ์ฯ มีสภาพคล่องได้ตามปกติ ซึ่งขณะนี้สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ยังมีสภาพคล่องที่จะให้สมาชิกกู้หรือถอนเงินฝากได้ตามปกติและกำลังอยู่ระหว่างขั้นตอนดำเนินคดีกับอดีตกรรมการและผู้จัดการสหกรณ์ จำนวน 6 ราย ที่กู้เงินสหกรณ์โดยผิดระเบียบ โดยเบื้องต้นสหกรณ์ได้มีการชำระหนี้ให้กับสหกรณ์ที่นำเงินมาฝากแล้วประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งจะได้มีการสอบทานว่ามีการชำระจริงเพื่อพิสูจน์ความมีอยู่ของเจ้าหนี้ ในส่วนของสหกรณ์เจ้าหนี้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด ยังไม่ได้ชำระหนี้เงินกู้ให้นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบความถูกต้องเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ซึ่ง นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กำชับให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบ เข้าดูแลและติดตามการแก้ไขปัญหาของสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด และได้หารือในเบื้องต้นในเรื่องการปรับระเบียบและกฎหมาย ให้มีความรัดกุมและครอบคลุมการดำเนินงานของสหกรณ์มากขึ้น ทั้งนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยืนยันว่า ปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ในการสอบบัญชีอย่างเคร่งครัด เพื่อให้สหกรณ์มีระบบการเงินการบัญชีและมีการควบคุมภายในที่ดี สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส ซึ่งถือเป็นการช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ให้กับสมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ แต่เหตุทุจริตที่เกิดขึ้นในสหกรณ์บางแห่ง หลายกรณีส่วนใหญ่เกิดจากระบบการควบคุมภายในของสหกรณ์หรือมีการไม่ปฏิบัติตามระบบการควบคุมภายในที่กำหนด หรือการทุจริตที่เกิดจากตัวบุคคล รวมไปถึงการที่สมาชิกไม่ได้ติดตามการดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับโดยสม่ำเสมอ จนไม่ทราบข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบซึ่งกันและกัน สมาชิกจำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบ ตลอดจนหลักการและวิธีการสหกรณ์และการตรวจสอบการเงินการบัญชีและการดำเนินการของสหกรณ์ รับรู้ข้อมูลทางบัญชีสหกรณ์ทั้งภาพรวมและของตนเอง เพื่อสิทธิประโยชน์ของสมาชิกสหกรณ์เอง อีกทั้ง สหกรณ์แต่ละแห่งอาจมีการเพิ่มช่องทางการติดต่อส่งข้อมูลข่าวสารระหว่างสหกรณ์กับสมาชิก เพื่อสร้างความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้สมาชิก ซึ่งสหกรณ์อาจนำไปพิจารณาตามความเหมาะสมกับสภาพของสหกรณ์ต่อไป โดยนายโอภาสยังย้ำอีกว่า ที่ผ่านมากรมตรวจบัญชีสหกรณ์ได้พัฒนางานระบบบัญชีและสนับสนุนการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการงานสหกรณ์ให้มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือเสริมสร้างความ
เข้มแข็งทางการเงินของสหกรณ์ อาทิ โปรแกรมระบบบัญชีสหกรณ์ครบวงจร หรือแอพพลิเคชั่น Smart 4M ซึ่งมีให้บริการให้คำแนะนำและติดตั้งให้ฟรีแก่ทุกสหกรณ์ที่มีความพร้อมใช้งาน เพื่อพัฒนาบุคลากรสหกรณ์ทั้งกรรมการดำเนินการ ฝ่ายจัดการ ผู้ตรวจสอบกิจการ ให้มีศักยภาพในการใช้ข้อมูลทางการเงินบริหารจัดการสหกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงของการทุจริตในสหกรณ์ได้อีกด้วย
ขุนเกษตรา