ซอกแซกอาเซียน : 23 มกราคม 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/467949

566101ซอกแซกอาเซียน : 23 มกราคม 2563

ซอกแซกอาเซียน : 23 มกราคม 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เช้าวันรุ่งขึ้น คณะเราหลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก ก็เดินทางโดยมีตำรวจเปิดไซเรนนำ ผ่ากลางเมืองที่มีการจราจรพลุกพล่าน จอดหลบกันเป็นแถวเมื่อมอเตอร์ไซค์ตำรวจขี่นำขวางทางฉวัดเฉวียนไปมา แปลกดีครับ ผมเคยมีครั้งที่เดินทางไปฟิลิปปินส์เมื่อตอนยังรับราชการอยู่ ตอนนั้นไปกับรัฐมนตรีท่านหนึ่ง เดินทางไปนอกเมืองมีรถมอเตอร์ไซค์ตำรวจนำคันเดียวและคนเดียวเท่านั้น แต่เขาสามารถแหวกทางที่รถวิ่งแน่นถนนให้รถยนต์เราแทรกไปโดยสะดวกและรวดเร็ว โดยไม่ต้องปิดถนนเลยครับ นับว่าเป็นมืออาชีพเลยทีเดียว เคล็ดลับที่พอจะเล่าได้ถึงความมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้น คือ เขาสามารถขับรถมอเตอร์ไซค์ได้ด้วยมือเดียว ส่วนอีกมือนั้นเขามีกระบองครับ เคาะลงไปเลยที่รถขวางอยู่จนต้องหลบหลีกกันอย่างรวดเร็วเป็นแถว

รถยนต์คณะเราวิ่งไปสักพัก ก็ถึงศาลาหรือห้องประชุมใหญ่จัดพิธีการรับมอบข้าว ความจริงผมตื่นเต้นตั้งแต่เมื่อวานแล้วละ เพราะในโปรแกรมพิธีการที่เขาเอาให้ดู ปรากฏว่าบุคคลสำคัญที่จะมาร่วมงานนอกจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นหลานของอดีตประธานาธิบดีเฟอร์ดินาน มาร์กอสแล้ว ยังมีวุฒิสมาชิกอีกท่านหนึ่งมาด้วย เธอคือลูกสาวคนสวยของท่านประธานาธิบดีที่บอกไปนั่นแหละครับ ทั้งนี้ เพราะเขตนี้ คือ ถิ่นเกิดดินแดนอิทธิพลของท่านเฟอร์ดินาน มาร์กอส ผู้ยิ่งใหญ่สมัยที่ฟิลิปปินส์ยังอยู่ในยุคเผด็จการ ลูกหลานของท่านยังคงเป็นที่นับหน้าถือตาอยู่จนกระทั่งปัจจุบัน ภรรยาท่าน คือ นางอีเมลดามาร์กอส ที่ยังมีชีวิตอยู่ในทุกวันนี้ ก็เคยเป็นผู้แทนราษฎรในเขตนี้มาก่อนเช่นเดียวกัน สรุป ผมดีใจและตื่นเต้นที่จะได้จับมือกันบุคคลสำคัญเหล่านี้ แม้ว่าจะมีคนฟิลิปปินส์บางส่วนจะมองว่าเป็นเทือกเถาเหล่ากอของหัวหน้าเผด็จการยุคหนึ่งก็ตามที แต่กระนั้น ออกตัวไว้ก่อนว่าผมหาใช่พวกอนุรักษ์นิยมขวาจัดชอบระบอบเผด็จการอะไรทำนองนั้นหรอกนะครับ

สักพักความฝันของผมก็สลายลงไปต่อหน้าต่อตา เมื่อฝ่ายจัดบอกว่า ท่านผู้ว่าชการจังหวัด กับท่านวุฒิสมาชิกติดภารกิจด่วน ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ เรื่องแบบนี้ ความจริงผมคุ้นชินกับการยกเลิกกำหนดการของผู้บริหารระดับผู้ใหญ่ๆ ในเมืองไทยมาเยอะแล้ว แต่เพิ่งมาทราบความจริงว่าที่ประเทศอื่นก็มีคล้ายๆ กัน เลยต้องขออภัยที่ไม่ได้ทำใจมาก่อน

แต่กระนั้น พิธีการส่งมอบข้าวระหว่างแอปเตอร์ กับผู้แทนรัฐบาลฟิลิปปินส์ก็ผ่านสำเร็จลงไปได้ด้วยดี แม้ไม่มีผู้หลักผู้ใหญ่มาแต่คุณจูดี้ ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของ เอ็นเอ็ฟเอก็ถือว่าใหญ่แล้ว เพราะตำแหน่งของเธอ เคยเล่าไปแล้วว่า เทียบเท่ารัฐมนตรีช่วยว่าการเลยเชียวนะ แถมในพิธีก็มีสื่อมวลชนมาทำข่าวกันมาก (อาจเพราะมีตระกูลอดีตท่านผู้นำจะมา) และเมื่อเสร็จพิธีการยังอุตส่าห์มาสัมภาษณ์ผมด้วย ช่วงนั้นมีเสียงอึกทึกครึกโครมมาก ผมปกติก็ไม่ค่อยเก่งภาษาอยู่แล้ว ยิ่งฟังเสียงคำถามไม่ค่อยได้ยินนัก แต่ก็ตอบมั่วๆ ไป ไม่รู้ว่าตรงกับที่เขาถามหรือไม่ พักหนึ่งเขาก็ไปคุยกับคนอื่นต่อ พอเที่ยงก็รับประทานอาหารที่เขาจัดเป็นโต๊ะที่นั่นแหละ เสร็จเรียบร้อยเวลายังเหลือเฟือ เพราะผมและคณะมีไฟล์ทเดินทางกลับมะนิลาตอน 2 ทุ่มโน่น คุณจูดี้และเจ้าหน้าที่เอ็นเอ็ฟเอ จึงพาพวกเราไปชมเมือง ชมชายทะเล ที่มีโรงแรมหรูที่คนจีนมาเทคโอเวอร์ แต่ที่สำคัญ คือ พาไปดูบ้านเกิดของท่านประธานาธิบดีมาร์กอส ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีจัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวมีประวัติต่างๆ ของท่านอย่างละเอียด อีกทั้งยังได้เดินทางไปดูทำเนียบประธานาธิบดี ที่ท่านมาร์กอส มาสร้างไว้ จัดเป็นทำเนียบแห่งที่สอง จึงเรียกชื่อว่า มาลากันยัง 2 เป็นอาคารสร้างด้วยไม้ หลังขนาดพอดี ไม่ใหญ่ไม่โตมากเกินไป คือ หมายถึงท่านมาร์กอส มักจะกลับมาบ้านเกิดและอาจพักค้างหลายวัน เลยเป็นสถานที่พักและทำงานไปพร้อมกัน มีห้องหับต่างๆ ห้องพักส่วนตัว ห้องทำงาน ห้องประชุมหารือ ห้องจัดเลี้ยง เป็นต้น ก็นับว่าน่าสนใจทีเดียว ท่านผู้อ่านอาจจำได้นะครับว่า ท่านมาร์กอสท่านเสียชีวิตที่ต่างประเทศ เพราะถูกขับไล่ และหลังจากเสียชีวิต ทางครอบครัวก็ได้นำอัฐิธาตุของท่านกลับมาไว้ที่บ้านเกิด ทำเป็นสุสานเล็กๆ ไว้ แต่มาปัจจุบันด้วยแนวคิดของประธานาธิบดีดูเตอร์เต ก็ได้นำอัฐิท่านมาร์กอสย้ายไปฝังไว้ที่สุสานวีรชนของชาติในกรุงมะนิลา แม้ว่าจะมีคนที่ไม่ชอบท่านต่อต้านมากก็ตาม

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

chanpithya@apterr.org

Leave a comment