#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/469535

ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี
ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 พร้อมคู่สมรส เข้าเยี่ยมคารวะ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563ที่ผ่านมา ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความยินดีกับผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 จำนวน 2 ราย ได้แก่ (1) สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศาสตราจารย์ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิ้ลยู บาร์เทนชลากเกอร์(Professor Dr. Ralf F.W. Bartenschlager)(2) สาขาการสาธารณสุข ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์ เดวิด เมบี (Professor David Mabey) ซึ่งผลงานของทั้งสองท่านถือเป็นคุณูปการที่สำคัญยิ่งต่อประชากรโลก วงการแพทย์และสาธารณสุขโลก พร้อมเน้นย้ำว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพของประชาชนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนายารักษาโรค รวมถึงวัคซีน ตลอดจนการเข้าถึงยาและวัคซีนอย่างปลอดภัยตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยเป็นนโยบายด้านสาธารณสุขของไทย และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (United Nations Sustainable Development Goals – SDGs) นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังให้ความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาระบบสุขภาพของคนในชาติ จะเห็นได้จากนโยบายการปฏิรูปด้านสาธารณสุข และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุขระยะยาว
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความชื่นชม ศาสตราจารย์ ดร.ราล์ฟ เอฟ ดับเบิ้ลยูบาร์เทนชลากเกอร์ จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ที่มีผลงานโดดเด่นเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบซี (HCV) ซึ่งได้นำไปสู่การพัฒนายาต้านไวรัสตับอักเสบซีได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการพัฒนายาต้านไวรัสตับอักเสบซีรุ่นใหม่ และศาสตราจารย์นายแพทย์เดวิด เมบี จากสหราชอาณาจักร ที่ค้นพบสาเหตุของภาวะตาบอดจากโรคริดสีดวงตา รวมถึงวิธีการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งได้ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนจำนวนหลายล้านคนในทวีปเอเชียและแอฟริกา
ทั้งนี้ ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2562 ทั้งสองคนได้แสดงความขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งเป็นรางวัลที่มีความหมายต่อวงการสาธารณสุขและการแพทย์ไทยเป็นอย่างมาก พร้อมชื่นชมนโยบายด้านสาธารณสุขของไทยที่ประชาชนสามารถเข้าถึงการดูแลรักษาพยาบาลได้อย่างทั่วถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับนโยบายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยกับทั้งสองประเทศมีอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในด้านความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี ที่ทั้งสองประเทศมีศักยภาพและความเชี่ยวชาญโดยไทยพร้อมให้ความร่วมมือเพื่อประโยชน์โดยรวมของประชาชนในโลก