สตรีไทย รู้จัก รู้สิทธิ์ ตรวจเช็ค ป้องกัน‘ไวรัสเอสพีวี’ ต้นเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/469722

สตรีไทย รู้จัก รู้สิทธิ์ ตรวจเช็ค ป้องกัน‘ไวรัสเอสพีวี’ ต้นเหตุการเกิดมะเร็งปากมดลูก

วันศุกร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เดือนมกราคมของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งปากมดลูกสากล ซึ่งโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งเพียงไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันได้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจของสาเหตุการเกิดโรคให้กับประชาชนเพื่อลดอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งชนิดต่างๆ สืบสานการดำเนินงานตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ที่ทรงมุ่งหวังช่วยเหลือประชาชนชาวไทยให้พ้นจากทุกข์ภัยของโรคมะเร็ง ตลอดจนยกระดับการศึกษาค้นคว้าวิจัย สร้างนวัตกรรม เพื่อยกระดับการรักษาโรคมะเร็งในประเทศไทยให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากลประกอบกับการผลักดันนโยบายระดับประเทศของกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยในปี พ.ศ.2563 นี้ ได้เพิ่มสิทธิ์การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพื้นฐานจากการตรวจคัดกรองด้วยวิธีแปปสเมียร์ (Pap Smear) เป็นการตรวจมะเร็งปากมดลูกแบบหาเชื้อไวรัสเอชพีวีดีเอ็นเอ (HPV DNA)

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนได้ตระหนักรู้จักเชื้อไวรัสเอชพีวี รู้สิทธิ์การเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อดูแลและป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคมะเร็งปากมดลูก ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยความร่วมมือกับ กระทรวงสาธารณสุข กรมการแพทย์ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย และสมาคมมะเร็งนรีเวชไทยจึงได้จัดโครงการรณรงค์ Thailand HPV Cervical Cancer Free #เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

ซึ่งภายในงานมีเสวนาในหัวข้อ “ขับเคลื่อนประเทศไทยปลอดโรคมะเร็งปากมดลูก เพิ่มสิทธิหญิงไทยตรวจคัดกรองด้วย “เอชพีวี ดีเอ็นเอ” โดย ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ และรองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด, เรวดีรัศมิทัต ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, พลอากาศโท นายแพทย์การุณเก่งสกุล ประธานราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย, นายแพทย์จักรกริช โง้วศิริรองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ,นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์, นาวาอากาศเอก นายแพทย์ภานนท์ เกษมศานติ์ นายกสมาคมมะเร็งนรีเวชไทย และผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวรคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ หัวหน้าศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ดำเนินรายการโดย ดาว-อภิสรา เกิดชูชื่น พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์ประชาสัมพันธ์ในแคมเปญรณรงค์ “เอชพีวีไม่รู้ไม่ได้แล้ว”ภายใต้แนวคิด “ชีวิตรักเปลี่ยนได้ด้วยความรู้เอชพีวี”และมี นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์ มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ร่วมเป็นทูตรณรงค์โครงการ

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์กล่าวถึงการขับเคลื่อนยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านโรคมะเร็งในประเทศไทยว่า “ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นสถาบันที่ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีทรงมีพระประสงค์ให้ก่อตั้งขึ้นโดยมุ่งหวังที่เป็นสถาบันระดับโลกในด้านวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าวิจัยการศึกษา และการบริการทางสุขภาพ รวมถึงการพัฒนางานด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และการสาธารณสุขของประเทศไทย รวมทั้งทรงมีพระดำริให้ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ดำเนินโครงการที่จะยกระดับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ด้านโรคมะเร็งในประเทศไทย โดยร่วมมือกับสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยกระดับเทคโนโลยีความก้าวหน้าทั้งในประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันโรคไม่ติดต่อของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ ณปัจจุบัน อาทิ “โครงการผลิตเภสัชภัณฑ์ในพระดําริ”เป็นโรงงานต้นแบบผลิตยารักษามะเร็งแบบมุ่งเป้าที่จะเข้ามาเพิ่มขีดความสามารถการวิจัยและการพัฒนาเภสัชภัณฑ์สําหรับผู้ป่วยมะเร็งให้ต่อเนื่องสมบูรณ์ “โครงการศูนย์บำบัดรักษาโปรตอน-คาร์บอนแห่งชาติ ศรีสวางควัฒน” การรักษาโรคมะเร็งด้วยอนุภาคโปรตอนหรือคาร์บอน เป็นเทคโนโลยีที่สามารถเข้าถึงเซลล์มะเร็งในตำแหน่งที่ซับซ้อนลดระยะเวลา ลดผลข้างเคียง และเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ และกำลังริเริ่มดำเนิน“โครงการ Thailand Cancer Genome” โครงการนี้จะมุ่งเป้าไปที่การถอดรหัสข้อมูลทางพันธุกรรมของมะเร็งชนิดต่างๆ วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเทียบกับองค์ความรู้ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลนานาชาติเพื่อหาและเก็บรวบรวมข้อมูลความแตกต่างทางพันธุกรรมของมะเร็งในประชากรไทย”

ทางด้าน เรวดี รัศมิทัต ได้กล่าวว่าเป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมดเกิดจากการติดเชื้อเอชพีวี โดยทั้งนี้ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการรณรงค์การส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและการตรวจคัดกรอง รวมถึงการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคก็ได้มีการให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี ในเด็กนักเรียนหญิงชั้นป.5 ซึ่งจะช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกได้ ดังนั้นการเพิ่มสิทธิให้กับผู้หญิงไทยในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธีเอชพีวี ดีเอ็นเอ จึงถือเป็นความสำเร็จอีกหนึ่งก้าวในการยกระดับการให้บริการสุขภาพให้แก่ประชาชนชาวไทย ”

ด้าน พลอากาศโท นายแพทย์การุณ เก่งสกุลได้เผยถึงแนวทางการขจัดมะเร็งปากมดลูกในไทยว่า“ทำได้โดย 1.หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์เช่น การมีคู่นอนคนเดียว จะลดโอกาสรับเชื้อ HPV ได้2.การฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อเอชพีวี โดยสายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสาเหตุประมาณร้อยละ 70ของมะเร็งปากมดลูก ซึ่ง 2 สายพันธุ์นี้ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันที่ได้ผลเกือบ 100% แล้ว แต่ยังมีความเป็นไปได้ที่อาจจะติดไวรัสเอชพีวีสายพันธุ์อื่นๆ อยู่ ดังนั้นแม้จะได้รับวัคซีนแล้ว ก็ยังมีความจำเป็นต้องตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอและ 3. การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างเป็นระบบ โดยในประเทศไทย เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 หรือเกือบ 20 ปีมาแล้วด้วยวิธี ตรวจ Pap Smear และ VIA หรือตรวจด้วยน้ำส้มสายชู ซึ่งมีความไวในการตรวจพบมะเร็งประมาณ ร้อยละ 50-60 ส่วน การตรวจ HPVที่จะเริ่มในปีนี้ จะมีความไวในการตรวจพบมะเร็งปากมดลูกถึง ร้อยละ 90-95 จึงจะเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เราเข้าใกล้จุดมุ่งหมายที่จะขจัดมะเร็งปากมดลูกให้สำเร็จ”

สำหรับการเพิ่มสิทธิสตรีพื้นฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2563 นี้ นายแพทย์จักรกริชโง้วศิริ ได้กล่าวว่า “ในการประชุมคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจึงได้เห็นชอบให้ดำเนินการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยเอชพีวี ดีเอ็นเอ (HPV DNA test) มาแทนการตรวจด้วยแปปสเมียร์หรือวีไอเอ ในปี 2563 เป็นต้นไป เนื่องวิธีนี้มีความไวในการตรวจหาเซลล์ผิดปกติสูงมาก มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า ทำให้สามารถตรวจพบผู้ป่วยในระยะแรกเริ่มเพิ่มขึ้นและเข้าสู่การรักษาได้โดยเร็วก่อนลุกลามทำให้การเสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกลดลงเมื่อเทียบกับวิธีคัดกรองในปัจจุบัน ทั้งยังมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกัน โดยจะเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่ปี 2563เป็นต้นไป ทั้งนี้เริ่มนำร่องในปี 2563 จะมีทั้งหมด24 จังหวัด กระจายทั่วประเทศ และจะมีการขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศได้ก่อนปี 2565”

ทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์ณัฐวุฒิ กันตถาวร กล่าวว่า “ทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มีบริการครบวงจรเรื่องมะเร็งปากมดลูก ทั้งการ
ให้คำแนะนำปรึกษา การฉีดวัคซีน HPV การตรวจคัดกรองหาเชื้อ HPV รวมถึงการผ่าตัด ฉายแสงเคมีบำบัด โดยในปี พ.ศ. 2563 เราจัดโปรแกรมพิเศษทั้งการฉีดวัคซีน และการตรวจคัดกรอง HPV โดยหวังว่าให้คนไข้เข้าถึงสิ่งที่ดีที่สุดในราคาที่เหมาะสมโดยที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ได้จัดทำโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ เพื่อให้ประชาชนไทยได้เข้าถึงเทคโนโลยีการคัดกรอง หรือรักษามะเร็งขั้นสูงแก่ผู้ป่วยในทุกๆ ปี โดยในปี พ.ศ. 2554 เราจัดโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ การคัดกรองมะเร็งปากมดลูกแนวใหม่ ซึ่งในช่วงเวลานั้น การตรวจ HPVยังถือว่าเป็นเรื่องที่ใหม่ในประเทศไทย มีผู้ร่วมโครงการจากทั่วประเทศ 4,487 ราย พบการติดเชื้อไวรัส HPV ความเสี่ยงสูง ร้อยละ 6.4 โดยพบสายพันธุ์ที่แตกต่างจากประเทศทางตะวันตก โดยเราพบว่า สายพันธุ์ที่พบบ่อย คือ 52, 16, 51 ซึ่งในทางตะวันตกจะพบสายพันธุ์16 บ่อยที่สุดต่อมาในปี พ.ศ. 2556 เราทำวิจัยในชุมชน ตำบลบางขะแยงจังหวัดปทุมธานี รอบพระตำหนักจักรีบงกชในลักษณะเดียวกัน ในประชาชน 1,523 ราย พบการติดเชื้อไวรัสHPV ความเสี่ยงสูง ร้อยละ 5.6 สายพันธุ์ที่พบบ่อยคือ 16, 51, 52 เราพบมะเร็งปากมดลูก 4 ราย และการตรวจติดตามด้วยการตรวจ HPV ที่ 5 ปี ไม่มีรายงานผู้ป่วยใหม่มะเร็งปากมดลูกในตำบลบางขะแยงอีกเลย จึงเป็นตัวอย่างที่บอกว่า การขจัดมะเร็งปากมดลูกนั้นเป็นไปได้จริง”

สำหรับการบูรณาการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูกแก่สตรีไทย ด้านนาวาอากาศเอก นายแพทย์ภานนท์ เกษมศานติ์ได้กล่าวปิดท้ายว่า “ที่ผ่านมาเราได้มีการจัดรณรงค์ทุกปีร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานภาครัฐและเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ เพื่อรณรงค์สร้างเสริมสุขภาพให้สตรีไทยได้ตระหนักรู้ถึงการป้องกันตนเองจากเชื้อไวรัสเอชพีวี เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูกให้กับสตรีไทย”

สำหรับสตรีที่สนใจเข้ารับการตรวจคัดกรองหรือรับวัคซีนป้องกัน ศูนย์สุขภาพสตรีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดโปรแกรมในอัตราพิเศษตลอดปี 2563 อาทิ ตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี(HPV DNA) 14 สายพันธุ์ ราคา 990 บาท, ตรวจภายในเพื่อคัดกรองมะเร็งปากมดลูกพร้อมตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวี ราคา 1,590 บาท และวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีชนิด 4 สายพันธุ์ ราคาเข็มละ 2,200 บาท ติดต่อเข้ารับบริการได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี ชั้น 9 อาคารศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ สอบถามรายละเอียดหรือนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ โทร. 02-5766565 /02-5766589 หรือ http://www.facebook.com/chulabhornhospital

Leave a comment