#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/470746

นิทรรศการภาพอนาคตที่เราฝันถึง ‘Thailand Young Artists: Our Country, Our Future’
Dr.Birgit Hansl ผจก.ธนาคารโลกประจำประเทศไทย, อ.จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ และ กก.ในการตัดสิน กับเยาวชนที่ได้รับรางวัล
เมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมาธนาคารโลกได้ชักชวนเยาวชนคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศส่งผลงานศิลปะเข้าร่วมโครงการกับงานนิทรรศการ “Thailand Young Artists : Our Country, Our Future Art Exhibition : ความฝันของเยาวชนไทย อนาคตแบบไหนที่อยากเห็น”พร้อมชวนเยาวชนที่ได้รับรางวัลพูดคุยถึงความเป็นไปได้และอนาคตที่พวกเขาใฝ่ฝัน โดยมีโจทย์คือให้วาดภาพอนาคตที่เยาวชนไทยอยากเห็น เยาวชนทั่วประเทศกว่า 300 คน ได้ส่งผลงานเข้าประกวดที่มีความหลากหลายทั้งอายุ ถิ่นกำเนิดและเนื้อหา ตั้งแต่ปัญหาสิ่งแวดล้อม ความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัว เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ คณะกรรมการได้พิจารณาจากความสวยงาม ความคิดสร้างสรรค์และเนื้อหา และได้นำผลงาน 50 ชิ้น มาจัดแสดง ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC)
Dr.Birgit Hansl ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศไทย กล่าวเปิดงานครั้งนี้ว่า ธนาคารโลกอยากร่วมสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสร้างการเปลี่ยนแปลงแง่บวกในประเทศไทย จึงเริ่มต้นปีด้วยการฟังเสียงเยาวชนผ่านการจัดนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งในอาทิตย์หน้าจะพาเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจำนวนหนึ่งไปพูดคุยกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ทำทำเนียบรัฐบาลในสัปดาห์หน้าเพื่อสะท้อนเสียงของเยาวชนคนรุ่นใหม่ต่อไป
นิทรรศการ “Thailand : The Future We Want : ความฝันของเยาวชนไทยอนาคตแบบไหนที่อยากเห็น” เป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี สัมพันธภาพระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลก และเป็นกรอบความร่วมมือระดับประเทศฉบับใหม่ระหว่างรัฐบาลไทยและกลุ่มธนาคารโลก (พ.ศ. 2562-2565)
อ.จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะกรรมการผู้ตัดสินผลงาน กล่าวว่า ตอนที่เห็นงานของเด็กๆ รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก มีทั้งงานที่พูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่เป็นรูปธรรม และงานที่สื่อสารเรื่องไกลตัวที่เป็นนามธรรม เมื่อมีโอกาสได้คุยกับเยาวชนในวันนี้พบว่าเด็กๆ มีความคิดอ่านน่าสนใจและผู้ใหญ่ควรรับฟัง
ด้านเยาวชนที่ได้รับรางวัลร่วมพูดคุยถึงความฝันของพวกเขา โดยเริ่มที่ อัญชลิกาแก้วจันทร์ นักศึกษาคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้าร่วมโครงการนี้เพราะคิดว่านี่เป็นโอกาสได้แสดงออกถึงความสามารถที่มีอยู่ ได้พูดถึงปัญหาสังคมที่สนใจ เธอวาดภาพเด็กชายคนหนึ่งซึ่งถือสมุดวาดรูปที่เป็นความฝันของเขา “ตอนเด็กๆเวลาฝันอะไรจะวาดสิ่งที่ฝันลงในสมุด เด็กคนนี้เหมือนกัน เขาวาดสิ่งที่เขาฝันลงสมุด แต่ข้างหลังเด็กเป็นบ้านไม้สังกะสีแสดงถึงสถานะครอบครัวที่ยากจน ภาพนี้เราอยากพูดถึงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ที่เด็กแต่ละคนเป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ได้รับโอกาสในชีวิตไม่เท่ากัน เด็กบางคนอาจต้องเดินเท้าไปโรงเรียนไม่มีหนังสือ ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อภาพนี้ไม่ได้บอกว่าเขาจะได้เป็นตามที่ฝันไว้หรือไม่ แต่ชวนคนมองภาพคิดว่า เราจะทำอย่างไรให้เด็กทำตามฝันตัวเองไว้ได้ โดยที่เขาไม่ต้องดั้นด้นด้วยตัวเองเท่านั้น”
พันธหทัยบางขุนเทียน วาดภาพโลกสองด้านที่เป็นกระจกเงาสะท้อนซึ่งกันและกัน ด้านหนึ่งสดใสสวยงามด้วยธรรมชาติและเทคโนโลยี อีกด้านหม่นหมองด้วยกลุ่มควัน เธอวาดภาพเนื่องจากตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมและอยากจะสื่อถึง butterflyeffect ที่ทุกกระทำของเราไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ล้วนส่งผลต่ออนาคตแน่นอน “อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในสังคม อยากเห็นการเดินทางที่ใช้รถน้อยลง มีขนส่งสาธารณะที่สะดวกมากขึ้นทุกวันนี้กรุงเทพฯ มีปัญหารถติดและฝุ่นควันมากทำอย่างไรก็แก้ไม่ได้ จึงอยากให้ทุกคนเห็นความสำคัญ”
ปราชญ์ ธรรมาวุฒิกุล นักศึกษาชั้นสาขาวิชาออกแบบกราฟิกและอินโฟร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้วาดรูปชาวนากำลังเกี่ยวข้าว รวงข้าวชูช่อออกมาเป็นธนบัตร 100 บาท เพื่อสื่อว่าทุกวันนี้ชาวนาทำงานแลกเงิน แม้ว่าจะทำอย่างเต็มร้อย แต่ก็ไม่ได้กลับคืนมาเต็มร้อย เพราะต้องให้ส่วนแบ่งกับโรงสีข้าว ค่าขนส่ง บริษัทต่างๆ ทำให้ชาวนายังคงลำบากและยากจน “สิ่งที่ควรเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย คิดว่าสังคมควรเคารพกฎหมายและสิทธิมนุษยชนมากขึ้น หยุดคิดว่าเรื่องแบบนี้ใครๆ ก็ทำกัน ฉะนั้นทำได้ “มันมีตั้งแต่เรื่องเล็กๆเช่น มอเตอร์ไซค์ขี่บนฟุตปาธ คนเดินเท้าเดินลัดสนาม ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ สิ่งเหล่านี้อาจไม่เป็นไรในสายตาคนทำ แต่ความจริงมันไม่ถูกต้องและก่อความเสียหายมาก ผมเลยอยากให้เคารพกันมากขึ้น ถ้าสังคมมีความเคารพกันมากขึ้น ปัญหาต่างๆ น่าจะน้อยลง”
ปฏิมา แซ่บู่ อายุ 18 ปี ได้วาดภาพการอยู่ร่วมกันของความหลากหลายทั้งชาติพันธุ์ ถิ่นกำเนิด อายุ สีผิว และเพศ โดยใช้สีสันสดใสเพื่อบอกว่าเราอยู่ร่วมกันได้บนความแตกต่าง “หนูคิดว่ามันมีปัญหาที่คนยังไม่เคารพความต่างของกันและกัน ตำหนิ ตีตราคนที่ต่างออกจากเรา สิ่งนี้แก้ไขได้เลย โดยที่เรายอมรับและเข้าใจคนอื่นว่ามีเงื่อนไขชีวิตต่างจากเรา มันจะทำให้เราอยู่ร่วมกันอย่างสบายใจ ไม่กังวลเวลาออกไปไหน ใส่ชุดนี้มีอัตลักษณ์แบบนี้ ใครจะว่าอะไรไหม ทุกคนจะรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น”
