ซอกแซกอาเซียน : 6 กุมภาพันธ์ 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/471025

566101

ซอกแซกอาเซียน : 6 กุมภาพันธ์ 2563

วันพฤหัสบดี ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563, 06.00 น.

มาว่ากันต่อในเรื่องของพระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของสำนักเลขานุการองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสาม พ.ศ.2559 นะครับ

สาระสำคัญของพระราชบัญญัตินี้ มีอยู่เพียง 4 มาตรา คือ มาตราที่ 4 ถึง มาตราที่ 7 นอกเหนือจากมาตราต้นๆ และท้ายสุดที่โดยมาตรฐานในการเขียนกฎหมายต้องมี ดังที่กระผมได้กล่าวไปแล้วในฉบับที่ผ่านมา ส่วนการเล่าถึงสาระสำคัญเหล่านี้ ผมขออนุญาตว่ารวมๆ กันไปโดยไม่แยกพูดเป็นรายมาตรา เพราะมิฉะนั้น เดี๋ยวจะกลายเป็นเลคเชอร์ตำราวิชากฎหมายไป

เริ่มแรกในการคุ้มครองสำนักเลขานุการแอปเตอร์ หรือบางคนชอบเรียกสั้นๆ ว่า ฝ่ายเลขาฯแอปเตอร์ พระราชบัญญัติได้กำหนดให้สำนักงานแอปเตอร์เป็นนิติบุคคล และมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย อันนี้ขอเน้นก่อนนะครับว่า การคุ้มครองของพระราชบัญญัตินี้นั้น คุ้มครองเฉพาะสำนักเลขานุการที่ตั้งอยู่ที่อาคารสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้แก่ ทรัพย์สิน บุคลากร และสิทธิประโยชน์ต่างๆ นะครับ หากแต่มิได้รวมไปถึงการคุ้มครองตัวองค์กรสำรองข้าวฉุกเฉินของอาเซียนบวกสามซึ่งถือเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลหรือระหว่างชาติ ที่บรรดาประเทศสมาชิก 13 ประเทศร่วมกันจัดตั้งขึ้นตามข้อตกลงแอปเตอร์ เพราะนั่นเป็นกิจการนอกเขตอำนาจของทางการไทยเรา ข้อดีของสภาพการเป็นนิติบุคคลของฝ่ายเลขาฯแอปเตอร์นี้ เห็นได้ชัดประการแรกเลยก็คือสามารถทำนิติกรรมต่างๆ ได้ด้วยตนเอง

ในสมัยก่อนฝ่ายเลขาฯแอปเตอร์ เวลาจะทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารไทย จำเป็นต้องอาศัยในนามของ สศก. เพราะเป็นหน่วยงานระดับนิติบุคคลไทย ที่ได้รับมอบหมายให้อำนวยความสะดวกให้แอปเตอร์ แต่ปัจจุบันไม่ต้องแล้ว ฝ่ายเลขาฯแอปเตอร์ สามารถทำธุรกรรมต่างๆ กับธนาคารได้โดยตรง ตลอดจนสามารถจัดซื้อจัดจ้างกับภาคเอกชนได้โดยอิสระ และมีผลผูกพันธ์ตามกฎหมายไทย กล่าวคือสามารถฟ้องร้องและถูกฟ้องร้องได้ในขณะเดียวกัน แต่กระนั้น สำนักเลขานุการแอปเตอร์ก็มิใช่ส่วนราชการของ สศก. หรือส่วนราชการใดๆ แห่งราชอาณาจักรไทย ที่จะต้องอยู่ภายใต้การตรวจสอบของทางการไทย ไม่ว่าจะเป็น สตง. หรือ ปปช.หรือหน่วยตรวจสอบไทยอื่นๆ ในทุกกรณี หากแต่ต้องถูกตรวจสอบโดยผู้ตรวจสอบบัญชีเอกชนที่ระเบียบกำหนดว่าทุกปี ฝ่ายเลขานุการแอปเตอร์ต้องมีการจ้างให้ดำเนินการเป็นรายปีเมื่อสิ้นปีปฏิทิน แล้วจะต้องนำเสนอคณะมนตรีแอปเตอร์ หรือ APTERR Council ในที่ประชุมประจำปีอีกด้วย

ความเป็นไปในเรื่องความเป็นนิติบุคคลนี้ เผอิญในยุคที่ผมมาเป็นผู้บริหารสำนักเลขานุการแอปเตอร์ตั้งแต่ ปี 2559 ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างที่มีพระราชบัญญัติฉบับนี้พอดี ก็ได้มีการปรับปรุงแบบแผนและวิธีการบริหารงานกันขนานใหญ่ แล้วเราก็ได้มีการประชาสัมพันธ์สำนักงานกัน เริ่มตั้งแต่ผมได้จัดงานวันครบรอบสถาปนาการจัดตั้งแอปเตอร์ ที่ออฟฟิศ โดยจัดนิทรรศการย่อมๆ ถึงที่มาและวิธีการดำเนินงาน ตลอดจนผลสำเร็จของการทำงาน ที่สำคัญคือ ได้เชิญบุคคลสำคัญมาร่วมงานและร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่จัดแบบง่ายๆ บุคคลสำคัญที่ผมและทีมงานเชิญ เช่น ท่านเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกแอปเตอร์ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ท่านเลขาธิการ สศก ท่านนายกสมาคมชาวนาต่างๆ นายก ผู้ส่งออกข้าว นายก โรงสี และผู้มีเกียรติอื่นๆ บรรยากาศชื่นมื่นดี แม้ว่าตัวท่านทูตประเทศต่างๆ อาจติดภารกิจไม่ได้มาร่วม แต่ก็ยังส่งผู้แทนที่เกี่ยวข้องเข้ามาร่วมจำนวนไม่น้อยทีเดียว

การประชาสัมพันธ์องค์กรอีกวิธีหนึ่ง คือ การออกไปจัดนิทรรศการครับ ผมและคณะอาศัยว่า ที่กรมการข้าว ได้มีการจัดงานวันข้าวและชาวนาแห่งชาติเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 5 มิถุนายน เขามีบูธให้สามารถจองเพื่อจัดนิทรรศการได้ ทางพวกเราก็ได้อาศัยจังหวะนี้ เข้าไปร่วมจัดนิทรรศการให้สาธารณชนได้รู้จักกับองค์กรของเราให้มากขึ้น นอกจากนี้ ผมยังได้ออกอากาศรายการวิทยุตอนเช้า ชื่อ กู๊ดมอร์นิ่งอาเซียน ซึ่งเป็นรายการที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นไปของประเทศในอาเซียนด้วย ก็คงจะช่วยให้สำนักเลขานุการแอปเตอร์ได้มีโอกาสผ่านหูผ่านตาท่านผู้อ่านบ้างละครับ

ชาญพิทยา ฉิมพาลี

Leave a comment