#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/471192

หมูไทยปลอดภัย!! ‘อธิบดีปศุสัตว์’เผยโรคไข้หวัดหมูในไต้หวัน ไม่ใช่โรคระบาดสัตว์
“อธิบดีกรมปศุสัตว์”เผยการระบาดของโรคไข้หวัดหมูในไต้หวัน ไม่ใช่โรคระบาดสัตว์ ชี้เกิดจากสายพันธุ์หนึ่งของไวรัสไข้หวัดใหญ่ในคน ย้ำหมูไทยปลอดภัย บริโภคได้ตามปกติ
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรคไต้หวันชี้แจงสถานการณ์การเกิดโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 (A/H1N1) ซึ่งเป็นไข้หวัดใหญ่ในคนที่ระบาดตามฤดูกาลทั่วโลกทุกปี โดยมีอีกชื่อหนึ่งว่า Swine Flu หรือไข้หวัดหมู ทั้งนี้ ไวรัสดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ที่มีการผสมข้ามระหว่างสายพันธุ์ที่พบในคน ในไก่ และในหมู พบครั้งแรกใน พ.ศ.2552 หรือ ค.ศ.2009 ระบาดในทวีปอเมริกาเหนือ ได้แก่ เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา จากนั้นระบาดไปทั่วโลก โดยจะระบาดในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งสายพันธุ์ดังกล่าวยังไม่เคยพบในหมูทั่วไป จึงไม่ติดต่อโดยการสัมผัสหรือกินเนื้อหมู ต่อมาองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เรียกตรงกันว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ A
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวต่อว่า ขอให้คนไทยอย่าตระหนก ว่าบริโภคเนื้อหมูแล้วมีความเสี่ยงจะติดเชื้อไวรัส เอช 1 เอ็น 1 เนื่องจากการผลิตเนื้อสัตว์ของไทยได้มาตรฐานสากล และมีความปลอดภัยในระดับสูง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอความร่วมมือไม่ส่งต่อข่าวเท็จที่สร้างความสับสนต่อสังคมวงกว้าง หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาคปศุสัตว์หรือข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง สามารถสอบถามได้ที่สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ (สคบ.) กรมปศุสัตว์ หรือแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นมือถือ “DLD 4.0” ได้ตลอดเวลา
สำหรับโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งเป็นโรคในคนสามารถติดต่อกันได้ผ่านทางน้ำมูก น้ำลาย หากผู้ป่วยไอหรือจามแล้วคนปกติเข้าไปใกล้ก็มีโอกาสรับเชื้อได้และเกิดการติดต่อ ดังนั้น ในผู้ป่วยโรคดังกล่าวควรป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค โดยการปิดปากเมื่อไอหรือจาม และล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่หรือเจลฆ่าเชื้อโรค รวมถึงการสวมหน้ากากอนามัย เป็นสิ่งที่ควรทำหากรู้ตัวว่ามีเชื้ออยู่ในร่างกาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น ที่สำคัญที่สุดผู้ป่วยโรคนี้ไม่ควรออกจากบ้าน หากทำงานหรือเรียนหนังสืออยู่ควรลาเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่น