#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/471884

กรมชลฯจับมือกก.ลุ่มคลองวังโตนด แบ่งปันน้ำต้นทุนอ่างประแสร์ระยอง
นายสุชาติ เจริญศรี รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจร่วม (MOU) ระหว่างกรมชลประทาน กับคณะกรรมการ
ลุ่มน้ำคลองวังโตนดว่า จะเริ่มแผนปฏิบัติการเฉพาะกิจแบ่งปันน้ำจากลุ่มน้ำคลองวังโตนดมาให้อ่างเก็บน้ำประแสร์ ในจ.ระยองตั้งแต่วันที่ 1-25 มีนาคม โดยปล่อยน้ำจากอ่างฯ ประแกด จ.จันทบุรี อัตรา7.5 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที หรือวันละ 648,000 ลบ.ม. เพื่อส่งน้ำสนับสนุนให้อ่างฯประแสร์วันละ 432,000 ลบ.ม. ส่วนมวลน้ำที่เหลือ 216,000 ลบ.ม. จะไหลลงลุ่มน้ำวังโตนดเป็นน้ำต้นทุนและรักษาระบบนิเวศให้พื้นที่ด้านล่างต่อไป
จากสถานการณ์ภัยแล้ง กรมชลฯคาดการณ์ว่า ช่วงเดือนเมษายนจะเหลือปริมาณน้ำในอ่างฯ ประแสร์ใกล้เคียง Dead Storage ที่สุด จึงต้องเสริมน้ำต้นทุนให้อ่างฯประแสร์ แหล่งเก็บน้ำสำคัญ ทั้งนี้ การแบ่งปันน้ำระหว่างลุ่มน้ำครั้งนี้ นอกจากช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้กิจกรรมการใช้น้ำในจ.ระยองแล้ว ยังช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนให้จ.ชลบุรี ด้วย เนื่องจากพื้นที่ภาคตะวันออกมีระบบท่อผันน้ำเป็นพวงเชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งจะช่วยให้กิจกรรมใช้น้ำในภาคเกษตร พาณิชยกรรม อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยวของภาคตะวันออกไม่หยุดชะงัก สร้างความมั่นใจให้ประชาชน นักท่องเที่ยวและนักลงทุน กล่าวได้ว่าการแบ่งปันน้ำครั้งนี้เป็นกุญแจบริหารจัดการน้ำ ที่ทุกฝ่ายจะได้ช่วยเหลือแบ่งปันกัน ให้ผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งครั้งนี้ไปได้
รองอธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า ลุ่มน้ำคลองวังโตนดมีปริมาณน้ำท่ารายปีถึง 1,237 ล้านลบ.ม. ขณะนี้กรมชลฯก่อสร้างอ่างเก็บน้ำประแกดเสร็จสิ้น เก็บน้ำได้ 60 ล้านลบ.ม. และภายในปี 2565 จะเร่งสร้างอ่างฯคลองพวาใหญ่ และอ่างฯคลองหางแมวให้เสร็จ เก็บน้ำรวมกันได้อีก 148.8 ล้านลบ.ม. และอ่างฯคลองวังโตนด ที่อยู่ระหว่างพิจารณารายงานศึกษาผลกระทบต่อสุขภาพ (EHIA) โดยทั้ง 4 อ่างฯ เก็บน้ำรวมกันได้ 308.5 ล้านลบ.ม. ซึ่งกรมจะเร่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้ลุ่มน้ำคลองวังโตนดและลุ่มน้ำอื่นอไป
ด้านรองศาสตราจารย์เจริญปิยารมย์ ประธานคณะกรรมการลุ่มน้ำคลองวังโตนด กล่าวว่า ภาพรวมของอ่างฯ ประแกดปีนี้ เก็บน้ำได้เต็มความจุ60.26 ล้านลบ.ม. ความต้องการใช้น้ำ 35 ล้านลบ.ม. เหลือน้ำประมาณ 25 ล้านลบ.ม. ที่จะได้ผันไปช่วยจ.ระยองและชลบุรี โดยจะผันน้ำไปทั้งสิ้นปริมาณ 10 ล้านลบ.ม. เนื่องจากลมมรสุมจากอ่าวไทยพัดไปไม่ถึงระยองและชลบุรี ทำให้สภาพฝนลดไปกว่าปกติกว่าครึ่ง ขณะที่จันทบุรีได้รับฝนปกติ การผันน้ำ 10 ล้านลบ.ม. เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ประสบปัญหานับว่าเป็นการใช้น้ำเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด