#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/474737
‘เพ็ญจันทร์ วงศ์สมเพ็ชร’ ผู้กำกับฯ หญิง กับผลงานเรื่องล่าสุด The Message เล่า ฤา สื่อ IV
“ภัยพิบัติเกิดจากธรรมชาติจริงหรือ?คำถามที่เถียงกันไม่จบบ้างว่าเกิดจากธรรมชาติบ้างว่าเกิดจากน้ำมือมนุษย์แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใดเราต้อง…หยุดยั้งมัน!!!”
คำโปรยในภาพยนตร์เรื่อง The Message เล่า ฤา สื่อ IV ผลงานเรื่องล่าสุดของ เพ็ญจันทร์วงศ์สมเพ็ชร หรือ ครูมิ้งค์ ผู้กำกับภาพยนตร์หญิงที่สร้างชื่อจากภาพยนตร์แนวศาสนา ทั้งเรื่อง ดารัมซาล่าทั้งสองภาค และ ๗๗๗นะชาลีติ รวมทั้งละครเทิดพระเกียรติ “ฝายน้ำใจ” ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อหลายปีก่อนที่สร้างชื่อให้เธอพอสมควร
ครูมิ้งค์ รับหน้าที่เป็นครูสอนแอ๊กติ้งให้กับนักแสดงในละครหลายๆ เรื่อง ล่าสุดกับบทบาทแอ๊กติ้งโค้ชในละคร “หนี้เกียรติยศ” ของผู้จัดฯ ยุ้ย-จีรนันท์ และ ธันน์-ธนากร ทางช่อง 7HD นั่น แสดงให้เห็นว่าผลงานและความสามารถของเธอไม่ธรรมดาเลยทีเดียว
The Message เล่า ฤา สื่อ IV ผลิตในนามมูลนิธิจิตเป็นผู้ให้ใจเป็นนิพพาน โดยมี พ.อ.นพ.พงศ์ศักดิ์ตั้งคณา เป็นผู้อำนวยการสร้างและเป็นผู้กำเนิดภาพยนตร์เรื่องนี้ ด้วยคอนเซ็ปต์หลักคือ “อยากให้คนทำความดีกันเยอะๆ”
พ.อ.นพ.พงศ์ศักดิ์ ตั้งคณา หรือที่ ครูมิ้งค์เรียกว่า “อาจารย์หมอ” เรียกตัว ครูมิ้งค์ มาเล่าเรื่องราวที่อยากถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ โดยครูมิ้งค์รับหน้าที่ “คนเขียนบท” และ “กำกับการแสดง”
แน่นอนว่าการถ่ายทอดภาพยนตร์แนวนี้ไม่ง่ายนัก ด้วยเงื่อนไขต่างๆ นานา รวมทั้งความเชื่อที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างเรื่อง “มนุษย์ต่างดาว” ที่ถูกสอดแทรกไว้ในหนังเรื่องนี้ด้วย
เรามีโอกาสได้ร่วมพูดคุยกับ ครูมิ้งค์ เกี่ยวกับหนังเรื่องนี้ ที่เราเชื่อว่าคุณจะไม่พลาดที่จะสนับสนุนหนังไทย ด้วยการซื้อตั๋วเข้าไปดูหนัง The Message เล่า ฤา สื่อ IV หลังอ่านบทสัมภาษณ์นี้จบ…แน่นอน!!!
![]()
แรงบันดาลใจการทำภาพยนตร์เรื่องนี้
มาจากธีมของภาพยนตร์ที่อาจารย์หมอพงษ์ศักดิ์เล่าให้ฟังเลยค่ะท่านเล่าถึงผู้มีความสามารถพิเศษ 4 คน คือ หนึ่ง…นายทหารจากประเทศอินเดียสามารถได้ยินเสียงของผู้นำและคนสำคัญของโลกในอดีต คนที่สองคือ จิตแพทย์สาวจากประเทศทางยุโรปที่สามารถเห็นเจ้ากรรมนายเวรของผู้อื่นรู้ว่าใครเคยทำอะไรมาจากอดีตชาติถึงต้องมารับกรรมแบบนี้ในปัจจุบัน คนที่สาม นักศึกษาสาวที่สามารถคุยกับธรรมชาติต้นไม้และสัตว์นานาชนิด และคนที่สี่คือ สามเณรผู้สามารถได้ยินเสียงจากฟากฟ้าที่พร้อมจะเผยแผ่คำสอนของครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้วและผู้ถูกเลือกทั้งสี่มาร่วมมือกับมนุษย์ต่างดาวเพื่อปกป้องโลกของเราแค่ฟังธีมของภาพยนตร์ที่อาจารย์หมอท่านให้โจทย์มาก็เป็นสุดยอดแรงบันดาลใจของมิ้งค์ที่อยากจะทำภาพยนตร์เรื่องนี้จากตัวหนังสือและความรู้ที่อาจารย์หมอท่านสะสมมาหลายสิบถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ค่ะ
คอนเซ็ปต์ของภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องของอะไรบ้าง
จริงๆ แล้วคอนเซ็ปต์เดิมของภาพยนตร์คือการเผยแพร่คำสอนให้มนุษย์รู้จักคิดรู้จักหยุดการกระทำที่ทำร้ายตัวเองทำร้ายคนรอบๆ ข้างและทำร้ายโลกเพื่อให้สังคมน่าอยู่ขึ้นแต่อย่างที่รู้ๆ กัน หากเราทำหนังออกมาแนวสอนคนตรงๆ ก็คงไม่มีใครอยากดูมิ้งค์ไปคิดอยู่เกือบเดือนว่าเราจะเล่าหนังให้เป็นแบบไหนแล้วก็จับประเด็นได้ตอนที่ฟังอาจารย์หมอท่านบรรยายว่าเราต้องสอดแทรกตลกเข้าไปเพื่อให้คำสอนดูไม่หนักเกินไปเข้าถึงคนได้ง่ายและยังคงมีโครงของภาพยนตร์มิ้งค์เลยคิดเล่าเรื่องผ่านมนุษย์ต่างดาว 2 ท่านคือ วินมนุษย์ต่างดาวที่เชื่อใจมนุษย์ว่ายังมีคนดีอีกมากมายที่พร้อมจะเสียสละเพื่อคนอื่นยอมให้คนอื่นเอารัดเอาเปรียบเพราะรู้ว่ามันเป็นกรรมเก่าและเร่งฝึกตนให้หลุดพ้นตามหลักคำสอนและคนกลุ่มนี้ก็พร้อมที่จะเผยแพร่สิ่งดีๆ ให้คนอื่นหันมาทำความดีแต่…คานมนุษย์ต่างดาวอีกท่านกลับไม่เชื่อใจมนุษย์เพราะการเฝ้าดูมาหลายหมื่นปีเขารู้ว่าแม้จะมีคนดีอยู่บ้างก็เพียงเล็กน้อยสุดท้ายมนุษย์ก็เลือกที่จะทำความเลวความชั่วความเห็นแก่ตัวมากกว่าเพราะทำง่ายได้ประโยชน์ส่วนตนโดยไม่สนใจว่าใครจะเดือดร้อน
การที่เลือกเล่าเรื่องผ่านมนุษย์ต่างดาวสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่แน่ใจว่ามีอยู่จริงหรือไม่บนโลกใบนี้เพื่อให้หนังมีคอนเซ็ปต์เป็นภาพยนตร์ Sci-fiจะได้รองรับผู้มีความสามารถพิเศษทั้ง 4 คน ให้คนดูเข้าถึงและเชื่อได้ง่ายคือมิ้งค์คิดว่าการที่เราจะทำให้หนังให้น่าสนใจก็คือต้องทำอย่างไรก็ได้ให้คนดูเชื่อว่ามันเป็นไปได้จริงและไม่ไกลตัวเราเกินไปนัก

ความยากของการทำภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ตรงไหน?
ยากตรงที่เราจะเล่าเรื่องธรรมะและถอดคำสอนต่างๆ ในหนังสือของอาจารย์หมอให้ดูไม่น่าเบื่อได้อย่างไรโดยที่ยังคงคำสอนเหล่านั้นเอาไว้ซึ่งมิ้งค์ต้องแก้ไขบทภาพยนตร์กับทีมของอาจารย์หมอหมดถึง 11 ร่าง จนได้รับความเห็นชอบทุกตัวอักษรแล้วค่อยมาเล่าเป็นภาพยนตร์
หนังเรื่องนี้มีเรื่องของมนุษย์ต่างดาวเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ตัวหนังจะสื่อถึงอะไร?
มิ้งค์คิดว่าเราไม่น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวบนจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้บนดวงดาวนับแสนนับพันดาวอาจจะมีสิ่งมีชีวิตที่มีมันสมองแบบเราก็ได้มิ้งค์จึงยกเรื่องมนุษย์ต่างดาวเข้ามาเตือนภัยชาวโลกเพราะหากโลกมีปัญหาก็จะทำให้ระบบสุริยจักรวาลเสียหายไปด้วยพวกเขาจึงจำเป็นต้องมาปกป้องโลกของเราสิ่งที่อยากจะสื่อก็คือหากมีมนุษย์จากโลกอื่นดิ้นรนที่จะมาปกป้องโลกของเราแล้วมนุษย์อย่างเราๆ นี่ไม่คิดจะปกป้องโลกของตัวเองสักนิดเลยเหรอ…..
มีวิธีการคัดเลือกนักแสดงในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง
เริ่มจากดูคาแร็กเตอร์ตัวละครแล้วมาคิดกันว่านักแสดงท่านใดเหมาะสมกับบทไหนมิ้งค์กับนงนุช ภิรมย์รื่น (Casting) ช่วยกันหานักแสดงที่มีคาแร็กเตอร์ตรงกับบทมากที่สุดแล้วส่งให้อาจารย์หมอพร้อมทีมมูลนิธิฯ ดูจนได้นักแสดงอย่างที่เห็น ซึ่งมิ้งค์มองว่าแต่ละคนใช่เลย โดยเฉพาะ แจ็ค (แบล็คแจ็ค)หน้าเหมือนมนุษย์ต่างดาวมากๆ

มีปัญหาและอุปสรรคในการทำภาพยนตร์เรื่องนี้บ้างมั้ย
ปัญหาหลักๆ น่าจะมาจากคอนเซ็ปต์และแนวคิดเริ่มต้นที่มิ้งค์ตั้งใจอยากจะใส่คำสอนในหนังสือของอาจารย์หมอเข้าไปในภาพยนตร์มากเกินไปทำให้งานออกมาเป็นแนวปรัชญาซึ่งไม่เหมาะกับภาพยนตร์ในบ้านเราเลยต้องเอาใจวัยรุ่นด้วยการเสริมทัพตัวแทนของวัยรุ่นเข้ามาให้ภาพยนตร์ให้เข้าถึงวัยรุ่นและจับต้องได้ง่ายขึ้น
คิดว่าหนังเรื่องนี้จะเข้าถึงคนดูได้อย่างไร
มิ้งค์กับทีมก็พยายามอย่างเต็มที่ที่จะให้ภาพยนตร์เข้าถึงคนดูมากที่สุดเท่าที่ทำได้มิ้งค์คิดว่าอย่างน้อยคนดูจะได้รู้ว่าเราไม่ควรละเลยการดูแลโลกใบนี้ถึงแม้เมืองไทยจะโชคดีที่อยู่บนดินแดนที่มีผลกระทบจากภัยทางธรรมชาติน้อยมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีและภัยธรรมชาติส่วนใหญ่ก็เกิดขึ้นจากน้ำมือของเราเองทั้งสิ้นมิ้งค์จึงเล่าผ่านตัวละครในภาพยนตร์ทุกตัวละครแม้แต่นักแสดงสมทบก็มีส่วนให้คนดูได้คิด

หนังกำลังจะบอกอะไรคนดูและคนดูได้อะไรจากเรื่องนี้
เราบอกเรื่องง่ายๆ ที่ทำกันยากและเป็นเรื่องที่ทุกๆ ศาสนาสอนเรานั่นคือสอนให้เราเป็นคนดีมีความรักความเมตตาให้กับผู้อื่นไม่เห็นแก่ตัวให้เราเห็นแก่ส่วนรวมนี่แหละเรื่องง่ายๆ ที่เราทำกันได้ยากมากๆ แต่ถ้าเราลดมานะทิฐิลดความเห็นแก่ตัวลงสักนิดเราจะรู้ว่าเราควรทำความดีเพื่อตัวเราเองและเพื่อพระเจ้าในใจของเราทุกๆ คนค่ะ
คาดหวังกับหนังเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
สำหรับมิ้งค์ มิ้งค์ไม่ได้คาดหวังเรื่องรายได้แต่มิ้งค์คาดหวังอยากให้คนเข้ามาชมภาพยนตร์กันให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้เมื่อชมแล้วก็ให้บอกต่อหรือจดจำคำสอนเรื่องราวดีๆ ในภาพยนตร์ไปบอกต่อๆ กันเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นไม่ว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ค่ะ!!
ไปร่วมให้กำลังใจ “คนทำหนัง” และ “สนับสนุนหนังไทย” ในภาพยนตร์เรื่อง The Messageเล่า ลือ ฤา IV พร้อมกันวันที่ 20/02/2020ทุกโรงภาพยนตร์
