กรมปศุสัตว์เดินเครื่องฉีด-พัฒนา‘วัคซีน’ ตั้งเป้าปี63ไร้ตายจาก‘โรคพิษสุนัขบ้า’ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/476338

news_default

กรมปศุสัตว์เดินเครื่องฉีด-พัฒนา‘วัคซีน’ ตั้งเป้าปี63ไร้ตายจาก‘โรคพิษสุนัขบ้า’

วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2563, 11.10 น.

กรมปศุสัตว์เดินเครื่องฉีด-พัฒนา‘วัคซีน’ ตั้งเป้าปี63ไร้ตายจาก‘โรคพิษสุนัขบ้า’

1 มีนาคม 2563 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า กรมฯได้จัดทำโครงการ “ประชารัฐร่วมใจ กำจัดภัยโรคพิษสุนัขบ้า และควบคุมประชากรสุนัขและแมว” ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี พ.ศ.2560-2563 โดยบูรณาการควบคุมประชากรสุนัขและแมวด้วยการผ่าตัดทำหมันสุนัขและแมวที่ไม่มีเจ้าของ สัตว์ด้อยโอกาส สัตว์กลุ่มเสี่ยงในพื้นที่เกิดโรคหรือเคยเกิดโรคพิษสุนัขบ้า เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดโรคพิษสุนัขบ้าและทำให้ประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้าในที่สุด โดยใน พ.ศ.2563 จะปฏิบัติงานอย่างเข้มข้น จึงขอให้ประชาชนและเจ้าของสัตว์เลี้ยงร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตาม 4 มาตรการ ดังนี้

มาตรการที่ 1 แจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์หรือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเมื่อพบสัตว์สงสัยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าหรือเก็บตัวอย่างเพื่อส่งตรวจห้องปฏิบัติการ

มาตรการที่ 2 พาสัตว์เลี้ยงไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าประจำปีได้ที่จุดนัดหมายตามที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) กำหนดหรือสถานพยาบาลสัตว์ใกล้บ้าน โดยกำหนดการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและการผ่าตัดทำหมันฟรี 6 เดือนระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2563

มาตรการที่ 3 ไม่ปล่อยหรือละทิ้งสัตว์เลี้ยงและควบคุมจำนวนสัตว์เลี้ยงในจำนวนที่เหมาะสม โดยติดต่อขอรับบริการผ่าตัดทำหมันได้ฟรีที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด

มาตรการที่ 4 หากถูกกัดหรือสัมผัสสัตว์สงสัยเป็นโรคพิษสุนัขบ้าให้รีบไปพบแพทย์ทันที

“การแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าประสบสำเร็จเป็นลำดับ โดยอัตราผู้เสียชีวิตลดลง จากสถิติปี 2561 พบผู้เสียชีวิต 18 ราย ปี 2562 พบผู้เสียชีวิต 3 ราย สำหรับปี 2563 ตั้งเป้าหมายไม่ให้มีผู้เสียชีวิต” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า กรมปศุสัตว์ถอดบทเรียนจากวิกฤติการณ์แพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าเป็นวงกว้างในปี 2561 พบว่า เกิดจากการขาดแคลนวัคซีนที่ใช้ในการป้องกันโรค ขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพของวัคซีน อีกทั้งวัคซีนที่ใช้ในการฉีดป้องกันโรคต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศทำให้ขาดความมั่นคง จึงร่วมกับทุกภาคส่วนแก้ไข โดยบูรณาการบริหารจัดการวัคซีน และการกระจายวัคซีนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งกรมปศุสัตว์ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และบริษัทผู้นำเข้าวัคซีนคำนวณจำนวนวัคซีนที่ต้องใช้ คือ กรมปศุสัตว์ 1 ล้านโดส องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) 12 ล้านโดส กรุงเทพมหานคร 300,000 โดส และคลินิกเอกชน 1 ล้านโดส รวม 14 ล้านโดส จากนั้นแจ้งบริษัทผู้นำเข้าให้นำเข้า 14.9 ล้านโดส ในห้วงเวลาที่เหมาะสมสอดคล้องกับการปฏิบัติงานฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันโรค จึงทำให้มีวัคซีนเพียงพอต่อความต้องการและศรอบคลุมทุกพื้นที่

สำหรับวัคซีนที่จะนำไปใช้นั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะตรวจคุณภาพก่อน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพวัคซีน และหลังการฉีดแล้วต้องตรวจสอบภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์ โดยหน่วยงานภายนอก ได้แก่ คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า วัคซีนสามารถสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ ซึ่งเป็นการสร้างความมั่นใจในคุณภาพวัคซีน ส่วนการสร้างความมั่นคงด้านวัคซีน ได้ร่วมกับสถาบันวัคซีนแห่งชาติ อย. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิจัยและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคขึ้นในประเทศ

“ปีนี้ได้เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมจำนวนประชากรสุนัข แมวจรจัด และสัตว์ด้อยโอกาส ซึ่งมีความเสี่ยงเป็นพาหะนำโรคพิษสุนัขบ้า 600,000 ตัว/ปี คิดเป็น 20% ของสัตว์จรจัดและด้อยโอกาส เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ซึ่งควบคุม 300,000 ตัว/ปี โดยเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญในการลดการะบาดของโรคพิษสุนัขบ้า” นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว

Leave a comment