กรมชลฯจับมือมหาดไทย-ทหาร คุมเข้มการใช้น้ำฝ่าวิกฤติภัยแล้ง #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/476409

news_default

กรมชลฯจับมือมหาดไทย-ทหาร คุมเข้มการใช้น้ำฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การจัดสรรน้ำช่วงฤดูแล้งปีนี้ของกรมชลประทานให้ความสำคัญกับน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศและเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก หากมีปริมาณน้ำเหลือถึงจะจัดสรรเพื่อปลูกพืชฤดูแล้งรวมถึงการทำนาปรังด้วย ดังนั้น จึงมีพื้นที่การเกษตรในเขตชลประทานหลายพื้นที่จำเป็นต้องงดทำนาปรังเพราะปริมาณน้ำที่มีอยู่ไม่เพียงพอ โดยเฉพาะในลุ่มเจ้าพระยาได้ขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้งดทำนาต่อเนื่องหรือนาปรังทั้งหมด แม้ได้รับความร่วมมือด้วยดีจากเกษตรกร แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งทำนาปรังขณะนี้ประมาณ 1.84 ล้านไร่ กรมพยายามช่วยเหลือเท่าที่ทำได้เท่านั้น จะให้นำน้ำที่วางแผนจัดสรรไว้ให้ภาคส่วนอื่นไปช่วยเหลือทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้

ทั้งนี้ กรมวางแผนบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งปีนี้ตามนโยบายของรัฐบาลซึ่งจัดทำแผนจัดสรรน้ำ จัดหาแหล่งน้ำสำรอง และวางแผนปลูกพืชฤดูแล้ง ให้เหมาะสมกับสถานการณ์น้ำต้นทุนที่มีอยู่ ดังนั้นการที่จะจัดสรรน้ำไปช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาปรังนอกแผนที่วางไว้ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ต้องไม่กระทบกิจกรรมการใช้น้ำในภาคส่วนอื่น อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเบื้องต้นเกษตรกรที่ทำนาปรังส่วนใหญ่ ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่ของตนเอง

“การบริหารจัดการน้ำลุ่มเจ้าพระยาค่อนข้างยากกว่าลุ่มน้ำอื่น เพราะเป็นพื้นที่กว้างครอบคลุมกว่า 22 จังหวัด และไม่มีแหล่งน้ำต้นทุนเป็นของตนเอง จะมีเพียงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำมีน้อยมากมีปริมาณน้ำที่ใช้งานได้เพียง 194 ล้านลบ.ม. หรือ 20% ของปริมาณกักเก็บเท่านั้น ต้องใช้น้ำต้นทุนจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์จ.อุตรดิตถ์ จัดสรรน้ำหล่อเลี้ยงลุ่มเจ้าพระยา ด้วยระยะทางที่ไกลน้ำย่อมสูญเสียพอสมควร แต่ละพื้นที่ที่น้ำไหลผ่านจะมีการสูบน้ำขึ้นไปใช้ประโยชน์ บางครั้งก็นำไปใช้ไม่เป็นไปตามที่จัดสรรไว้ กรมขอความร่วมมือไปยังกระทรวงมหาดไทยและหน่วยทหารที่เกี่ยวข้อง ให้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการจัดสรรน้ำ เพื่อให้การใช้น้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้” อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

ทั้งนี้ ในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูแล้งปีนี้ กรมวางแนวทางและเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยแล้งต่อเนื่อง โดยจะใช้ระบบชลประทานบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เตรียมความพร้อมเครื่องสูบน้ำและรถยนต์บรรทุกน้ำ กระจายอยู่ตามสำนักงานชลประทานและพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งทั่วประเทศ เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม ทุกฝายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่าของน้ำ พื้นที่การเกษตรกรรมที่ขอความร่วมมือให้งดทำนาปรังก็ต้องงดทำจริงๆ เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีจำนวนจำกัด หากบริหารจัดการน้ำตามแผนที่วางไว้กรมชลประทานมั่นใจว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่เพียงพอสำหรับการรักษาระบบนิเวศน์ของลำน้ำและการอุปโภคบริโภคจนถึงฤดูฝนแน่นอน

Leave a comment