#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/478107

สภาเกษตรกรเมืองจันท์ชง4แผนแก้แล้ง
นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า สถานการณ์แล้งขณะนี้ต้องยอมรับว่า ภาวะโลกร้อนนั้นส่งผลกระทบต่อเกษตรกรที่ทำเกษตรทุกด้าน จ.จันทบุรีขึ้นชื่อเรื่องเมืองผลไม้ขณะนี้ ต้นลำไยกำลังยืนต้นตาย ที่กำลังตามมาคือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ถึงแม้ค่าเฉลี่ยปริมาณฝน3,200 มิลลิเมตร/ปี แต่ในบางพื้นที่ เช่น อ.โป่งน้ำร้อน อ.สอยดาว ซึ่งมีสวนลำไยค่อนข้างมากเป็นพื้นที่มีปริมาณฝนน้อย ถึงแม้มีอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธแต่ระบบกระจายน้ำยังไม่สมบูรณ์ รวมทั้งขยายพื้นที่ทำเกษตรปริมาณน้ำจึงไม่เพียงพอ ขณะนี้ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยประทังต้นลำไยของเกษตรกรอยู่รอดให้ได้ก่อนและจังหวัดควรประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ จากนั้นจึงเริ่มแบ่งปันน้ำจากอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธโครงการ 1 ไปสู่โครงการ 3 จะแบ่งปันน้ำกันอย่างไร ต้องให้เกษตรกร ประชาชนหารือร่วมกันเพื่อให้ทุกคนรอดให้ได้ คาดว่าภายในระยะช่วงสิ้นเดือนต้นลำไยต้องรอด เพราะหากเริ่มปลูกใหม่ต้องรอเติบโต 3-6 ปี จึงจะได้ผลผลิต
ทั้งนี้ สภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรีลงไปดูพื้นที่ทั้งหมดแล้วว่าที่จะกระจายน้ำเข้าไปช่วยให้ต้นลำไยเลี้ยงตัวเองได้ ซึ่งระยะแรกต้องไม่หวังผลผลิต เกษตรกรต้องตัดใบ เพื่อลดการคายน้ำรวมทั้งผลทิ้งให้หมดพร้อมคลุมโคนต้น เพื่อสร้างความชุ่มชื้นในดิน ป้องกันความชื้นระเหย
“ไม่เชื่อว่าความแห้งแล้งจะมีแค่เดือนสองเดือนถ้านาน 3 เดือน หรือกว่านั้นเราอาจตายไปพร้อมกับเขาก็ได้ ฉะนั้นเกษตรกรต้องหาแหล่งน้ำมาเพิ่มเติมในพื้นที่เกษตรให้ได้ ทุกวันนี้เรามองการพัฒนาอุตสาหกรรมมากกว่าการเกษตรไปแล้วและสภาเกษตรกรคงยอมไม่ได้ หากปล่อยให้เกษตรกรล้มตายไปแล้วหันไปเชิดชูภาคอุตสาหกรรมให้เติบโต เพื่อให้ได้เงินเข้าประเทศมากๆ เป็นการบริหารงานที่ผิดพลาด”นายธีระ กล่าว
อย่างไรก็ตาม สภาเกษตรกรจังหวัดจันทบุรี เสนอแนวทางไปยังจ.จันทบุรี ให้ชาวสวนทุกส่วนขณะนี้ต้องมีแหล่งน้ำสำรองของตัวเองอย่างน้อย 10% ของสวนต้องปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ซับความชื้นอย่างน้อย 10% ของทุกสวน ทำระบบกระจายน้ำคลองส่งน้ำให้ทั่วถึง ซึ่งทำได้เลยไม่ต้องรอการออกแบบ เงินทุนปลอดดอกเบี้ย 3 ปีเพื่อให้เกษตรกรขุดสระน้ำในพื้นที่ 10% ของสวนจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ยปกติ