รายงานพิเศษ : กษ.กางแผนจัดการไม้ผลกว่า80,000ตัน รับผลกระทบโควิด-19ทำส่งออกจีนชะงัก #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/480974

รายงานพิเศษ : กษ.กางแผนจัดการไม้ผลกว่า80,000ตัน รับผลกระทบโควิด-19ทำส่งออกจีนชะงัก

วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กระทรวงเกษตรฯ เผยมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ที่มีต่อผลไม้ไทยทำให้ไม่สามารถส่งออกไปยังตลาดหลักอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีนได้โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และเงาะ รวม 84,275 ตัน พร้อมงัด2 มาตรการหลัก คือ ช่วยกระจายและควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตรCOVID-19 และการช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังร่วมการประชุมคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ ครั้งที่ 2/2563 ณ กรมส่งเสริมการเกษตรว่า คณะทำงานจัดทำข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกได้วิเคราะห์สถานการณ์การผลิตไม้ผล เมื่อมีการระบาดของโรค COVID-19 โดยคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณผลผลิตในปี 2563 คือ ทุเรียน 584,712 ตัน โดยจะออกสู่ตลาดมากในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2563 มังคุด 201,741 ตัน จะออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2563 และเงาะ 220,946 ตัน จะออกสู่ตลาดมากในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2563

ทั้งนี้ ในภาวะปกติหากไม่มีผลกระทบโรค COVID-19 คาดว่าจะส่งออกทุเรียน มังคุด และเงาะ ได้ในปริมาณรวม 545,809 ตัน แต่หากได้รับผลกระทบ COVID-19 มีการวิเคราะห์ว่าจะส่งออกทุเรียน มังคุด และเงาะ ได้ในปริมาณรวม 461,534 ตัน จึงมีส่วนต่างของผลผลิตที่ส่งออกไม่ได้ครบตามภาวะปกติ ดังนี้ ทุเรียน 58,471 ตัน มังคุด 12,105 ตัน และเงาะ 13,699 ตัน รวมทั้งสิ้น 84,275 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องบริหารจัดการในกรณีที่ได้รับผลกระทบCOVID-19 ทำให้ส่งออกตลาดจีนไม่ได้

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย อุปนายก
สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก และนายกสมาคมผู้ส่งออกผักและผลไม้ กำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้ข้อสรุป2 มาตรการหลักในส่วนของผลไม้ คือ 1) มาตรการช่วยเหลือในการกระจายและควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตร และ 2) มาตรการช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ ซึ่งในแต่ละมาตรการจะมีโครงการย่อยและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมเป็นเจ้าภาพรับผิดชอบ ในการร่วมรณรงค์บริโภคผลไม้และกระจายผลผลิตไปยังแหล่งต่างๆ จำนวน 84,275 ตัน

ด้านนายทวี มาสขาว รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้
(Fruit Board) กล่าวว่า มาตรการที่ 1 การช่วยเหลือในการกระจายและควบคุมคุณภาพสินค้าเกษตร มี 4 โครงการย่อย ประกอบด้วย(1) โครงการประสานใจเกษตรกรไทยสู่พี่น้องชาวจีนสู้วิกฤติ COVID-19 ส่งมอบผลไม้ไทยให้พี่น้องชาวจีน ช่วงวันที่ 25 เม.ย.-10 พ.ค. 2563ซึ่งหากสถานการณ์แพร่ระบาด COVID-19 สงบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านการเกษตร และทูตพาณิชย์ จะเดินทางไปจัด Road Show และส่งมอบผลไม้ด้วยตนเองเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค เป้าหมาย ทุเรียน 20 ตัน และมังคุด 20 ตันหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร, สมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทย, สำนักการเกษตร ต่างประเทศ, สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ, สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (2) โครงการรณรงค์ส่งเสริมการบริโภคผลไม้ภายในประเทศ Eat Thai First (3) โครงการสินค้าเกษตรไทยปลอดภัยจาก COVID-19 ขอความร่วมมือหน่วยงานในพื้นที่ให้เข้มงวดเกี่ยวกับสุขอนามัยของแรงงาน เช่น การแต่งกายที่รัดกุม มีหน้ากากป้องกันขณะปฏิบัติงาน และขอความร่วมมือกรมการค้าภายใน กระทรวงสาธารณสุขในการจัดสรรโควตาหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์ล้างมือให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ประกอบการ (4) โครงการหาตลาดใหม่สินค้าเกษตรเพิ่มเติม ได้แก่ การจัดแคมเปญ/นิทรรศการ/Road Show/Exhibition ในประเทศต่างๆ

“สำหรับมาตรการที่ 2 การช่วยเหลือทางการเงินแก่สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ ได้แก่ มาตรการช่วยลดภาระทางการเงินทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรได้ขอความร่วมมือ ธ.ก.ส. ผ่อนปรนการชำระหนี้ให้กับเกษตรกร โดยบอร์ด ธ.ก.ส. ได้พิจารณาอนุมัติมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร คือ 1) ให้ปรับโครงสร้างหนี้กับลูกหนี้โดยปลอดการชำระหนี้เป็นเวลา 3 ปี ระยะเวลาการดำเนินมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563-31 ธันวาคม 2564 และ 2) สนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟูเพื่อเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกร สถาบันเกษตร และผู้ประกอบการนำไปเสริมสภาพคล่องดำเนินธุรกิจ” รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าว

Leave a comment