สศก.ชูเกษตรผสมผสาน ช่วยสหกรณ์-เกษตรกรฝ่าโควิด-19 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/496344

news_default

สศก.ชูเกษตรผสมผสาน ช่วยสหกรณ์-เกษตรกรฝ่าโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า โครงการเกษตรผสมผสาน
ในสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เน้นส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา ตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร โดยมีระยะเวลาโครงการ 4 ปี (ปี 2561 – 2564) อบรมให้ความรู้
ด้านเกษตรผสมผสานแก่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับอนุมัติเงินกู้จากกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรเพื่อสร้างระบบน้ำในไร่นา กำหนดเป้าหมายปีละ 100 แห่ง 1,500 ราย พื้นที่ 7,500 ไร่ โดยเป้าหมายรวม 4 ปี จะมีเกษตรกร 6,000 ราย เข้าร่วมครอบคลุมพื้นที่ 30,000 ไร่และสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิตให้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการเช่น เมล็ดพันธุ์ พันธุ์พืช พันธุ์สัตว์และ ปุ๋ย รายละประมาณ 6,000 บาท

สศก.ประเมินผลโครงการฯพื้นที่ 23 จังหวัด ที่ดำเนินการเป็นปีแรกในปีงบประมาณ 2561 จำนวนสมาชิก 1,500 ราย พบว่า การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย เกษตรกรได้รับความรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีพื้นที่ทำเกษตรผสมผสาน 23,486 ไร่ เกษตรกรได้รับเงินอุดหนุนเพื่อจัดหาปัจจัยการผลิต โดยเกษตรกรส่วนใหญ่นำความรู้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงสัตว์น้ำ ทำปุ๋ยหมัก ปรับปรุงบำรุงดิน ทำบัญชีครัวเรือน หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ลดต้นทุนการผลิตมาปรับใช้ทำการเกษตร รวมทั้งเกื้อกูลซึ่งกันและกัน โดยนำมูลสัตว์มาทำปุ๋ยนำพืชผักและฟางข้าวเป็นอาหารสัตว์น้ำ

ส่วนด้านรายได้ เกษตรกรมี รายได้จากการจำหน่ายผลผลิต 8,100 บาทต่อไร่ และยังลดค่าใช้จ่ายจากการพึ่งพาตนเองได้รวม 2,579 บาท (แบ่งเป็นลดต้นทุนจากการบริโภคผลผลิตของตนเอง 1,104 บาท และลดต้นทุนการผลิตปัจจัยการผลิตของตนเอง 1,475 บาท) ซึ่งเกษตรกรถึงร้อยละ 94 พัฒนาแปลงผสมผสานอย่างต่อเนื่อง และร้อยละ 66 ต่อยอดโดยขยายผลการทำเกษตรผสมผสานสู่เกษตรกรรายอื่นต่อไปอีกด้วย

รองเลขาฯสศก.กล่าวต่อว่า ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคมและกระทบรายได้เกษตรกร เนื่องจากความไม่สะดวกในการกระจายสินค้า ขายสินค้าได้ในจำนวนไม่มากแต่เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้จากการทำกิจกรรมเกษตรผสมผสานลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงอาหาร ด้วยแหล่งอาหารที่ตนเองผลิต นับได้ว่าการทำเกษตรผสมผสานก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกรอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ การดำเนินงานของโครงการระยะต่อไป นอกจากสนับสนุนแหล่งน้ำทางการเกษตร แหล่งเงินทุนและ
ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพการผลิตแล้ว ควรส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรและสถาบันเกษตรกรที่มีศักยภาพให้หาตลาดรองรับผลผลิตเองได้ โดยบูรณาการกับหน่วยงานอื่นขยายตลาดสินค้า และแนะนำช่องทางการตลาดที่ผู้บริโภคเข้าถึงได้ เช่น ตลาดออนไลน์ ช่วยเพิ่มช่องทางและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งในปี 2563 กระทรวงเกษตรฯโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำเนินงานโครงการอย่างต่อเนื่อง และต่อยอดไปสู่โครงการอื่นๆ ได้ต่อไป โดยใช้ศาสตร์พระราชา ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจสังคมสู้กับวิกฤติที่เกิดขึ้นได้อย่างดี

Leave a comment