‘มนัญญา’ฮึ่ม!มีจับเกษตรกรส่งคืน‘สารพิษ’ไม่ทัน ขรก.ต้องรับผิดชอบ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/496583

news_default

‘มนัญญา’ฮึ่ม!มีจับเกษตรกรส่งคืน‘สารพิษ’ไม่ทัน ขรก.ต้องรับผิดชอบ

วันจันทร์ ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 20.52 น.

“มนัญญา” ลั่นข้าราชการทุกคนร่วมรับผิดชอบ หากเกษตรกรโดนจับส่งคืน “สารพิษ” ไม่ทันภายใน 90 วัน ขู่อย่าเกิดเหตุนี้จะถูกข้อหากลั่นแกล้งเกษตรกร ระบุสต็อกสารเหลืออีกกว่า 2.1 หมื่นตัน ปัดข่าวลือขยายแบนเวลาสารอันตราย

1 มิถุนายน 2563 ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่5 จ.ชัยนาท น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในการประชุมและมอบนโยบายการแบนสารเคมีการเกษตร คลอร์ไพริฟอส พาราควอต เป็นวัตถุอันตรายประเภท4 (วอ.4) มีผลบังคับใช้วันที่ 1 มิถุนายน ว่า ขอให้สารวัตรเกษตร เจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรฯทุกหน่วยงาน จะต้องช่วยกันลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับเกษตรกร ว่าสามารถคืนสารเคมีวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ให้กับร้านค้าที่ซื้อมาภายใน 90 วัน คือ วันที่ 29 สิงหาคม 2563 และให้ร้านค้ารวบรวมแจ้งปริมาณต่อเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ภายใน 120 วัน หรือวันที่ 28 กันยายน 2563 เพื่อส่งคืนไปยังผู้ผลิตและผู้นำเข้า ซึ่งมีหน้าที่ต้องแจ้งปริมาณต่อกรมวิชาการเกษตร ภายใน 270 วัน หรือวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564

“อย่าให้มีข่าวการจับกุมเกษตรกร กรณีคืนไม่ทัน ถ้าเกิดเหตุขึ้นข้าราชการทุกคนในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ต้องร่วมกันรับผิดชอบ ถือว่ากลั่นแกล้งให้เกษตรกรต้องเดือดร้อน เพราะเรื่องแบนสารเป็นนโยบายรัฐบาล ให้ประเทศไทยต้องเป็นครัวของโลก ซึ่งจะเป็นได้ประเทศไทยจะต้องสะอาด” น.ส.มนัญญา กล่าว

รมช.เกษตรฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ปริมาณ 3 สาร มีจำนวนสต็อกทั้งสิ้นประมาณ 2.1 หมื่นตัน เป็นสารพาราควอต 9,000 ตัน , ไกลโฟเซส 1.1 หมื่นตัน , คลอร์ไพริฟอส 2,000 ตัน ขณะที่เวลาเดียวกันปี 2562 มี 2.6 หมื่นต้น ซึ่งคนถามว่าทำไมมาเริ่มปฏิบัติการ 1 มิถุนายน ที่ จ.ชัยนาท เพราะเป็นพื้นที่จังหวัดไม่ใหญ่ แต่พบว่ามีสารเคมี วอ.4 จำนวนมาก โดยมีพาราควอต 4 หมื่นกว่าลิตร , ไกลโฟเซส 6 หมื่นกว่าลิตร , คลอร์ไพริฟอส 1 หมื่นกว่าลิตร มีร้านค้าทั้งหมด 218 แห่งที่ขาย 3 สาร พบว่า มีเพียง 2 ร้านค้า ขาย 3 สารมากกว่า 80% เป็นเจ้าใหญ่ของตลาดชัยนาท ซึ่งตัวเลขสารเคมีที่เหลือจำนวนมาก คำถามว่าเพราะอะไร หรือเกษตรกร ลดการใช้แล้ว หรือเชื่อตามข่าวลือว่าจะมีการขยายเวลาแบน ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เพราะกฎหมายคือกฎหมาย และก้าวต่อไป คือ แบนสารไกลโฟเซส

รมช.เกษตรฯ กล่าวด้วยว่า ตั้งข้อสังเกต จ.ชัยนาท มีพื้นที่ปลูกข้าวมากถึง 9 แสนกว่าไร่ หรือ 75% ของพื้นที่ แต่ทำไมมีการขายพาราควอตจำนวนมากทั้งๆห้ามใช้ในข้าว ผัก และผลไม้ เพราะฉะนั้นกรณีการอบรมเกษตรกรใช้สารเคมีของกรมวิชาการเกษตร ต้องเปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่มาอบรมเพื่อได้สิทธิ์ซื้อสารเคมี ต้องแยกอบรมเป็นรายพืชที่ใช้จริงเท่านั้น ไม่ใช่อบรมไปทั่ว ทำไปเพื่ออะไร เอาเกษตรกรปลูกข้าวมาอบรมใช้พาราควอต เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่

“ต่อไปบริษัทที่จำหน่ายสารเคมี ต้องรับผิดชอบด้วย ไม่ใช้พอมีสารตกค้างก็โทษว่าเกษตรกรใช้ไม่เป็น ซึ่งจากนี้จะเดินสายในหลายจังหวัด เพื่อให้เกิดธุรกิจที่เอื้อกันดูแลตั้งแต่ต้นจนจบ ในวันที่ 9 มิถุนายน 2563 ดิฉันไปหารือร่วมกับสภาหอการค้า อุตสาหกรรมอาหาร ที่เรียกร้องให้ขยายเวลาการบังคับใช้ออกไป อ้างว่ากระทบวัตถุดิบนำเข้ามาแปรรูปอาหารทั้งคนและสัตว์ ซึ่งดิฉันต้องการความชัดเจนว่ามาตรฐานการผลิตเป็นอย่างไรและกระทบอย่างไร เพราะเรื่องแบนสาร ไม่ใช่รัฐมนตรีมนัญญา ทำคนเดียว ที่เกิดขึ้นได้มาจากทุกคนต้องการอาหารปลอดภัย สุขภาพที่ดี จึงเกิดความร่วมแรงรวมใจ ทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงสาธารณสุข ที่ผลักดันอย่างหนักมาโดยตลอดจนมาถึงวันนี้” น.ส.มนัญญา กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรเลิกใช้สารเคมีอย่างไร รมช.เกษตรฯ กล่าวว่า มาตรการการลด ละ เลิกใช้สารเคมี กระทรวงเกษตรฯได้ทำ 5 ปีแล้ว เมื่อไม่มีการนำเข้ามา จะไม่เกิดกรณีมีการซื้อหลังร้าน ซึ่งประกาศวันที่ 1 มิถุนายน ทุกคนต้องส่งคืน ส่วนการช่วยเหลือเกษตรกร ทำเกษตรทางเลือกอื่นๆโดยกรมวิชาการเกษตรได้เตรียมไว้แล้ว รวมทั้งสารเคมีทดแทน มีประมาณ 16 ชนิด ตนไม่อยากลงรายละเอียดว่าชนิดใดเป็นอย่างไร เพราะจะโดนข้อครหา รัฐมนตรีเป็นเซลล์ขายยา ออกมาห้ามตัวนั้น แต่ให้ใช้ตัวนี้ จึงไม่ตอบว่าตัวไหนบ้าง และไม่เคยเรียกมาดู ปล่อยให้เป็นเรื่องของนักวิชาการ

ทั้งนี้ ข้อมูลวันที่ 25 พฤษภาคม 2563 มีจำนวนร้านค้าขายวัตถุอันตรายและสต็อก 3 สาร ในเขต 5  รวม 19 จังหวัด มีร้านจำหน่าย 4,877 แห่ง ขายเฉพาะ 3 สาร 3,158 ร้านค้า ซึ่งร้านที่แจ้งจำนวนสต็อกแล้ว 3,158 ร้านค้า แยกเป็น พาราควอต 700,431ลิตร , ไกลโฟเซส 525,415 ลิตร , คลอร์ไพริฟอส 102,609 ลิตร โดย 19 จังหวัด ประกอบด้วย ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม นครสวรรค์ ลพบุรี นครนายก นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ เพชรบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร อุทัยธานี

สำหรับแนวทางการบริหารจัดการที่กรมวิชาการเกษตร ได้ปฏิบัติภายหลังประกาศให้คลอร์ไพริฟอส พาราควอต เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 (วอ.4) มีผลวันที่ 1 มิถุนายน 2563 จะมีผลให้ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก ครองครอง ฝ่าฝืนโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นเมื่อประกาศมีผลในวันนี้ ส่งผลให้ใบทะเบียน ใบอนุญาตผลิต และใบอนุญาตครอบครอง ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 จะสิ้นสุดทันที

ในส่วนแนวปฏิบัติตามคำสั่งของกรมวิชาการเกษตร กำหนดให้เกษตรกรต้องส่งคืนให้ร้านค้าที่ซื้อมาภายใน 90 วัน หรือไม่เกินวันที่ 29 สิงหาคม 2563 สำหรับร้านค้า ต้องส่งคืนผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า และแจ้งปริมาณต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ภายใน 120 วัน ไม่เกินวันที่ 28 กันยายน 2563 นอกจากนี้ผู้ผลิตและผู้นำเข้า แจ้งปริมาณต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร ภายใน 270 วัน ไม่เกินวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 พร้อมกับกำหนดวัน วิธี และสถานที่ในการทำลายให้พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการทำลายสาร

Leave a comment