ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช พัฒนายารักษาเพื่อผู้ป่วยโควิด-19 บุคลากร และอาจารย์หมอ เข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/496513

ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช พัฒนายารักษาเพื่อผู้ป่วยโควิด-19 บุคลากร และอาจารย์หมอ เข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร

วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ“การวิจัยทางคลินิก” เป็นหนึ่งในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในคนว่า ยา วัคซีน หรือวิธีการรักษา ที่คิดค้นขึ้นมาใหม่นั้นมีผลในการรักษาโรคได้อย่างปลอดภัยและต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเพียงใด โดยมีเป้าหมายเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษาผู้ป่วย

ศูนย์วิจัยคลินิก (SICRES)คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำการวิจัยทางคลินิกโดยเฉพาะ ที่ผ่านมาได้ทำการวิจัยยาและเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อนำมาใช้เป็นมาตรฐานการรักษาของประเทศ เช่น การวิจัยยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ยาต้านไวรัส ยารักษาโรคหัวใจ เบาหวาน ความดัน ยาขับเหล็ก ยารักษาโรคมะเร็ง

ล่าสุด ศูนย์วิจัยคลินิกศิริราช เตรียมทำการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ซึ่งทั้ง3 งานวิจัย ได้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมในคนเรียบร้อยแล้วนั่นคือ

1.งานวิจัยเพื่อศึกษาการใช้ยาคลอโรควิน (chloroquine) ในสมาชิกที่อยู่ร่วมบ้านกับผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ โดยให้รับประทาน2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 สัปดาห์

2.การศึกษาวิจัยการปฏิบัติตัวและใช้ PPE ของบุคลากรทางการแพทย์ว่า สามารถป้องกันไม่ให้ติดเชื้อไวรัสก่อโรคโควิด-19 ได้จริงหรือไม่อาสาสมัครคือบุคลากรในโรงพยาบาลศิริราช จำนวน 360 คน

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี ร่วมเป็นอาสาสมัคร

นอกจากตรวจภูมิคุ้มกันอาสาสมัคร 4 ครั้งแล้ว ยังศึกษาถึงระดับเซลล์อย่างลึกซึ้ง ดูว่าร่างกายคนเราตอบสนองต่อไวรัสอย่างไร เพื่อศึกษาหากลไกในการต่อต้านไวรัส ผลการศึกษาอาจนำไปสู่การป้องกันและรักษา รวมทั้งใช้ในการศึกษาวัคซีนต่อไป

3.งานวิจัยระดับนานาชาติ ด้วยความร่วมมือกับญี่ปุ่น (NCGM)ในการใช้ยา ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir)รักษาคนไข้ ในช่วงที่ผ่านมามีการนำยาฟาวิพิราเวียร์ ใช้รักษาคนไข้แล้ว แต่ข้อมูลจากการวิจัยทางคลินิกยังมีจำกัด แม้จะมีการตีพิมพ์ลงวารสารทางวิชาการบ้างแล้ว แต่การทดลองยังอยู่ในขอบข่ายที่เล็กข้อมูลยังไม่มากพอที่จะมั่นใจทั้งในแง่ขนาดของยาและประสิทธิภาพต่อผู้ป่วยในระยะต่างๆ หลายประเทศกำลังทำการทดลองอยู่ แต่ศูนย์วิจัยคลินิกทำการทดลองที่แตกต่างออกไป เป็นการให้ยาเร็ว เพื่อรักษาไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการที่แย่ลง และหายป่วยเร็วขึ้น

ปัจจุบันยาฟาวิพิราเวียร์ จะใช้ในคนไข้อาการหนัก และมีอาการปอดบวมร่วมด้วยงานวิจัยที่กำลังศึกษา จะให้ยาฟาวิพิราเวียร์ ตั้งแต่อาการยังไม่มาก เป็นการชะลออาการผู้ป่วยไม่ให้เข้าสู่ภาวะอาการหนัก

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจผู้อำนวยการศูนย์วิจัยคลินิก (SICRES) คณะเเพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่างานวิจัยทั้ง 3 โครงการ ของ SICRES มีความสำคัญมาก เพราะผลลัพธ์จากการศึกษาวิจัยจะสามารถนำไปใช้เพื่อการป้องกันและรักษาโรคได้อย่างดี อยากให้คนไทยเห็นความสำคัญของงานวิจัยทางคลินิก และขอให้ร่วมภาคภูมิใจกับการเป็นอาสาสมัครงานวิจัยทางคลินิก ที่ได้สร้างคุณงามความดีต่อสังคมส่วนรวม งานวิจัยที่ดีต้องดำเนินอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จากงานวิจัยมีผลโดยตรงต่อการรักษาที่ดีขึ้นของคนไข้นับร้อยนับพันล้านคนโดยเป้าหมายสูงสุดของงานวิจัยก็เพื่อประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติและผู้ป่วยทุกชาติภาษาพร้อมขอแรงสนับสนุนจากคนไทยร่วมบริจาคเพื่อเอาชนะโควิด-19 ให้ได้

“บุคลากรและอาจารย์หมอศิริราชหลายท่านเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก อาทิศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดี, ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล หัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์, ภกญ.ปณิตา จันทปัชโชติ หัวหน้าฝ่ายเภสัชกรรม เป็นต้น”

สำหรับผู้สนใจ สามารถร่วมสมทบทุนต่อยอดงานวิจัยต้านภัยโควิดได้ที่ “กองทุนวิจัยเพื่อผู้ป่วยสำหรับสนับสนุนงานวิจัยเพื่อลดการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 ศิริราช” ธนาคารกรุงเทพ สาขารพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ 901-7-06257-2 ชื่อบัญชี ศิริราชมูลนิธิ ทุนวิจัยเพื่อผู้ป่วย D004015 สอบถามรายละเอียด โทร.02-4197658-60 ต่อ 101-104 หรือ donate_siriraj@hotmail.com

Leave a comment