Work from Home แบบไหนห่างไกล Office Syndrome #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/497700

Work from Home แบบไหนห่างไกล Office Syndrome

วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ภาวะออฟฟิศซินโดรม (Office Syndrome) เป็นคำรวมๆของกลุ่มโรคที่เกิดจากลักษณะการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ตลอดทั้งวัน นั่งโต๊ะทำงานติดต่อกันหลายชั่วโมง ซึ่งสามารถเกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายได้หลากหลายระบบ เช่น อาการปวดตึงกล้ามเนื้อ อาการชาที่มือ อาการปวดบวมตามข้อต่างๆ หรือแม้กระทั่งอาการปวดเสียดท้องจากการทานอาหารไม่ตรงเวลาและความเครียดจากงาน

นายแพทย์ภคภณ อิสรไกรศีล ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านผ่าตัดผ่านกล้องข้อเข่าและข้อไหล่ แพทย์เวชศาสตร์การกีฬา สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกาย (BASEM) โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ตัวอย่างของโรคในกลุ่มนี้ที่พบบ่อย ได้แก่ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) ซึ่งทำให้เกิดการปวดเมื่อย มักจะพบบ่อยบริเวณคอ บ่า ไหล่สะบัก โรคเส้นประสาทที่ข้อมือถูกกดทับ (Carpal Tunnel Syndrome) นิ้วล็อก (Trigger Finger) เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ (Tendinitis) ปวดหลังจากท่าทางไม่เหมาะสม (Postural Back Pain) อาการปวดเข่าทางด้านหน้า (Patellofemoral Syndrome) และโรคกระเพาะอาหาร (Dyspepsia)

ตัวการออฟฟิศซินโดรม เกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อซ้ำๆ เป็นเวลานาน ร่วมกับท่าทางของร่างกายไม่เอื้ออำนวย ไม่เหมาะสม กล้ามเนื้อเกิดการล้า รวมทั้งสภาวะแวดล้อมในการทำงานไม่เหมาะสม และปัจจัยอื่นๆ เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ในบางรายอาจจะมีปัจจัยภายในร่วมด้วย เช่น มีภาวะกล้ามเนื้อไม่สัมพันธ์กัน (Muscle Imbalance) หรือภาวะความผิดปกติของกระดูกสันหลัง (Spinal Deformity) ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืดได้

ทั้งนี้ การป้องกันภาวะออฟฟิศซินโดรมช่วง Work from Home สามารถทำได้ไม่ยาก ดังนี้ 1.ปรับโต๊ะทำงานและสภาพแวดล้อม จัดบริเวณทำงานให้เหมาะสม แสงสว่างเพียงพอ หากอยู่ใกล้หน้าต่าง สามารถมองเห็นวิวภายนอกห้องได้ยิ่งดี ควรเลี่ยงการนั่งทำงานบนพื้น เลือกโต๊ะทำงานให้ความสูงเหมาะสม โดยจอคอมพิวเตอร์อยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ปรับระดับความสูงเก้าอี้ให้พอเหมาะ หากมีที่วางแขนก็จะช่วยได้มากขึ้น แขน และข้อมือควรจะขนานกับโต๊ะทำงาน ไม่วางเมาส์และคีย์บอร์ดไกลเกินไป ทำให้ต้องเอื้อมแขน หรือก้มหลัง ควรงอข้อศอกประมาณ 90 องศา หลังตรงพิงพนักเก้าอี้ ต้นขาขนานกับพื้น ไม่งอเข่าเกิน 90 องศา หากขาไม่ถึงพื้น สามารถใช้ที่วางเท้าช่วยได้

2.ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ไม่ควรทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ควรจะปรับเปลี่ยนท่าทางทุกๆ 1 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เหยียดยืดกล้ามเนื้อ ละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์ มองวิวภายนอกห้อง ผ่อนคลายความเครียด 3.บริหารร่างกายเป็นประจำ ทั้งการยืดเหยียดกล้ามเนื้อให้เกิดความยืดหยุ่นและการออกกำลังเพื่อเสริมความแข็งแรงให้ร่างกายและกล้ามเนื้อมีความพร้อมในการทำงาน

4.หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ปัจจุบันมีการใช้งานมือถือและแท็บเลตเป็นเวลานานขึ้น โดยเฉพาะก่อนนอนขณะอยู่บนเตียง ซึ่งนอกจากสายตาต้องทำงานหนักในความมืดแล้ว กล้ามเนื้อรอบๆ คอ บ่า ไหล่ ก็ต้องทำงานหนักขึ้นเช่นกัน 5.พักผ่อนให้เพียงพอนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ 7-9 ชั่วโมง และทานอาหารให้ครบถ้วนตามสารอาหาร 6.Be Active การ Work from Home ในช่วง COVID-19 อาจทำให้เกิดความเครียดและขาดการขยับร่างกาย ดังนั้นการหมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย เช่น การทำงานบ้าน รดน้ำต้นไม้ หรือเต้นประกอบเพลงตาม Social Network จะช่วยให้สภาพร่างกายแข็งแรงและสภาพจิตใจแจ่มใสมากขึ้น

หากมีอาการปวดเมื่อยเรื้อรังหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย และวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมแต่หากมีอาการรุนแรงอื่นๆ เช่น ชาหรืออ่อนแรงอาจเกิดจากภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท อาการข้อปวดบวมอาจมีการอักเสบภายในข้อ อาการปวดมากกลางคืนหรือมีก้อนโตขึ้น อาจจะเกิดจากเนื้องอกได้ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็ว

Leave a comment