#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/498179
.jpg)
เคล็ดลับคุณแม่รับมือวิกฤติโควิด-19
แม้เด็กเล็กในช่วงวัย 1-3 ปี ไม่ได้ถูกจัดเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอุบัติใหม่ โควิด-19 แต่พวกเขาเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดไม่ต่างจากคนวัยอื่นเช่นกัน ผู้เชี่ยวชาญแนะพ่อแม่ต้องปฏิบัติตัวเคร่งครัด และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้ลูกด้วยโภชนาการที่ดี
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา ประธานราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยให้ความรู้ผ่านวีดีโอไลฟ์ในเว็บไซต์ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย http://www.thaipediatrics.org/ ระบุว่าไวรัสโควิด-19 จะติดต่อมาถึงเด็กเล็กได้หากมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ทุกเพศทุกวัยถือว่ามีความเสี่ยงได้ทั้งหมด และในกลุ่มเด็กมีอัตราร้อยละ 2 ของผู้ป่วยทั้งหมด เด็กส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการหรืออาการน้อยมากเมื่อได้รับเชื้อเพราะตามธรรมชาติของเด็กนั้นร่างกายจะถูกสร้างมาให้เผชิญกับ เชื้อโรคทุกชนิดอยู่แล้ว การตอบสนองกับเชื้อใหม่จึงดีกว่าผู้ใหญ่ แต่คุณแม่ต้องไม่ประมาทและต้องเคร่งครัดในการปฏิบัติตนเองตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งไม่ประมาทในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกวัยเด็กเล็กด้วย คุณหมอให้คำแนะนำสำคัญ ได้แก่ ผู้ใหญ่ต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ใกล้ชิดเด็กเล็ก ต้องล้างมือบ่อยๆ รวมทั้งล้างมือให้เด็กด้วย สำหรับเด็กอายุต่ำกว่าสองปี ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย, ฝึกลูกให้ล้างมือถูกวิธี และไม่เอามือไปสัมผัสหน้า, ทำความสะอาดข้าวของ สถานที่ที่ลูกเล่นอยู่ในบ้านทุกวัน ให้ล้างก่อนแล้วจึงฆ่าเชื้อ, การรับวัคซีน ถ้าลูกอายุต่ำกว่าหนึ่งขวบ ควรไปรับวัคซีนตามนัดแจ้งโรงพยาบาลก่อนเสมอ, ถ้าลูกอายุหนึ่งขวบขึ้นไปสามารถเลื่อนการรับวัคซีนได้ 3-6 เดือนเพราะวัคซีนในช่วงวัยนี้เป็นการฉีดวัคซีนกระตุ้น และหากต้องการให้ลูกเล่นกลางแจ้งให้เลือกที่ที่คนน้อยที่สุด และไม่พาเด็กไปเล่นรวมกลุ่มด้วยกัน
.jpg)
ศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา
การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงสำหรับลูกวัยเด็กเล็ก 1-3 ปี เรื่องอาหารและโภชนาการ มีความสำคัญมากเช่นกัน พญ.กิติมา ยุทธวงศ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) กล่าวว่า เคล็ดลับการจัดเตรียมอาหารสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี คือ เน้นอาหารครบคุณค่า 5 หมู่ในมื้อหลักวันละ 3 มื้อ และให้ลูกกินนมวันละ 2-3 แก้ว ถ้าเลือกเป็นนมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี เด็กก็จะได้รับสารอาหารในกลุ่มไมโครนิวเทรียนต์ คือวิตามินแร่ธาตุต่างๆ เพิ่ม ซึ่งเป็นสารอาหารจำเป็นที่เติมในนมเสริมสารอาหาร นมประเภทนี้มีส่วนช่วยเติมเต็มโภชนาการจำเป็นในแต่ละวันที่เด็กจะได้รับให้มีความครบถ้วน สมดุลและพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนก็จะมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง
สำหรับสมาคมผู้ผลิตอาหารทารกและเด็กเล็ก (PNMA) ซึ่งมีพันธกิจสำคัญประการหนึ่งคือ การส่งเสริมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องสู่สาธารณชน เกี่ยวกับโภชนาการที่ดี และปลอดภัย อย่างเหมาะสมสำหรับอาหารเด็กเล็ก แนะนำให้คุณแม่ได้ติดตามและรับทราบข้อมูลความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับนมเสริมสารอาหารสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปี (Young Child Formula : YCF) จากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น เฟซบุ๊คเพจ
1-2-3 KidsPedia (https://www.facebook.com/123kidspedia/) ซึ่งเป็น Community สำหรับคุณแม่ยุคใหม่ที่มีลูกอยู่ในช่วงวัยเด็กเล็ก 1-3 ปี สำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์การเลี้ยงลูก
.jpg)
พญ.กิติมา ยุทธวงศ์
ปิดท้ายด้วยคำแนะนำจากกุมารแพทย์ว่าด้วยเรื่องอาหารคือยาชั้นดีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูลกล่าวถึงกลุ่มสารอาหารหลักที่ให้พลังงานสำหรับเด็กเล็กวัย 1-3 ปีได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดยมีคำแนะนำว่า คุณแม่ควรเลือกสรรโปรตีนคุณภาพดีและเป็นแหล่งของสารอาหารธาตุเหล็ก ได้แก่ เนื้อสัตว์ เช่น หมูเนื้อแดง ปลา ไก่ ไข่ ตับ โดยทำเมนูให้ลูกกินสลับกันไปทุกวันเพื่อช่วยในการเจริญเติบโต อาหารที่มีธาตุเหล็กช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ซึ่งมีผลต่อการนำออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะเซลล์สมอง ธาตุเหล็กพบมากในเนื้อแดง เครื่องในจากสัตว์ ผักใบเขียว และอาหารทะเล
นอกเหนือจากสารอาหารกลุ่มหลักแล้ว สารอาหารกลุ่มรองจำพวกวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ก็มีความจำเป็นเพราะเป็นสารอาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรง ได้แก่สังกะสี วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอีโดยให้ลูกรับประทานเนื้อสัตว์เครื่องในสัตว์ ข้าวกล้อง ปลาและอาหารทะเล ในทุกๆ วันให้เน้นผักผลไม้สดรสไม่หวานจัด สีส้ม สีแดง และผักใบเขียวเข้ม ได้แก่ แครอท ฟักทองส้ม ฝรั่ง มะละกอ ผักโขม เป็นต้น ที่สำคัญคือ ควรให้ลูกได้กินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับโภชนาการที่มีประโยชน์เพียงพอ

พญ.สุชาอร แสงนิพันธ์กูล