ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/498566

‘บิ๊กป้อม’นำทัพแก้ปัญหาน้ำเมืองเลย เปิดบ่อบาดาลเพื่อเกษตรแปลงใหญ่
วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการบ่อบาดาลเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ที่บ้านสะอาด หมู่ที่ 6 ตำบลน้ำสวย อำเภอเมือง จังหวัดเลย โดยมีนายวราวุธศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.สมเกียรติประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.)นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาลต้อนรับ
ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สทนช. ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ของรองนายกฯครั้งนี้ ได้ส่งมอบบ่อน้ำบาดาลพร้อมระบบกระจายน้ำเพื่อการเกษตรแปลงใหญ่ และคู่มือบริหารจัดการน้ำบาดาลให้กลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปฏิบัติการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/63 ของจังหวัดเลย ที่ได้รับอนุมัติงบกลางวงเงิน 95.06 ล้านบาท ดำเนินงานโครงการดังกล่าว 16 แห่ง ได้ปริมาณน้ำ 4.98 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) มีหน่วยงานดำเนินการ 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย กรมทรัพยากรน้ำบาดาล การประปาส่วนภูมิภาค และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นดำเนินการใน 3 อำเภอ คือ อำเภอเชียงคาน 3 แห่ง อำเภอเมืองเลย 5 แห่ง และ อำเภอภูเรือ 8 แห่ง ประกอบไปด้วย 3 กิจกรรม คือ ขุดเจาะบ่อบาดาล 10 แห่ง ขณะนี้แล้วเสร็จ 2 แห่ง สถานีสูบน้ำ 1 แห่ง เสร็จเรียบร้อยแล้ว และซ่อมแซมระบบประปา 5 แห่ง
นอกจากนี้ จังหวัดเลยยังได้รับอนุมัติงบกลางดำเนินโครงการเร่งด่วนเพื่อเก็บกักน้ำในฤดูฝน ปี 2563 และโครงการปฏิบัติการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้ง ปี 2562/2563 (เพิ่มเติม)อีกวงเงิน 229.36 ล้านบาท เพื่อดำเนินงานภายใต้โครงการดังกล่าว 553 แห่ง มี 4 หน่วยงานดำเนินการประกอบด้วย กรมชลประทาน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ดำเนินการใน 14 อำเภอ คือ อำเภอเชียงคาน อำเภอเมืองเลย อำเภอเอราวัณ อำเภอด่านซ้าย อำเภอท่าลี่ อำเภอนาแห้ว อำเภอนาด้วง อำเภอปากชม อำเภอผาขาว อำเภอภูกระดึง อำเภอภูหลวง อำเภอวังสะพุง อำเภอหนองหิน และอำเภอภูเรือ ประกอบด้วย 2 กิจกรรม คือ ฟื้นฟูแหล่งน้ำเดิม 517 แห่ง และพัฒนาแหล่งน้ำใหม่ 36 แห่ง
เลขาธิการ สทนช.กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมารัฐบาลดำเนินโครงการแก้ปัญหาน้ำ ในจ.เลยมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2558-2562 ดำเนินโครงการต่างๆรวม 692 โครงการ จาก 13 หน่วยงาน งบประมาณรวม 3,719.32 ล้านบาท มีพื้นที่รับประโยชน์ 125,537 ไร่ ประชาชนรับประโยชน์ 46,569 ครัวเรือน และเพิ่มความจุเก็บกักน้ำรวม 59.45 ล้าน ลบ.ม. นอกจากนี้ จ.เลยยังได้รับงบประมาณ 904.91 ล้านบาท ดำเนินโครงการภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ปี 2563 อีก 55 แห่งผ่าน 5 หน่วยงาน คือ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล และการประปาส่วนภูมิภาค มีพื้นที่รับประโยชน์ 8,544 ไร่ ประชาชนได้รับประโยชน์ 16,677 ครัวเรือน พื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน 2,444 ไร่ ปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้นประมาณ 9 ล้าน ลบ.ม. และป้องกันตลิ่ง 7.862 กิโลเมตร
“ในปีงบประมาณ 2564 จ.เลยยังมีโครงการภายใต้แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตามร่าง พ.ร.บ. ปี 2564 จำนวน 38 โครงการ งบประมาณรวม 945.45 ล้านบาท เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จมีพื้นที่รับประโยชน์ 2,670 ไร่ ประชาชนรับประโยชน์ 5,076 ครัวเรือน และเพิ่มความจุเก็บกักน้ำรวม 8 ล้าน ลบ.ม. เช่น อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำทบ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลทรายขาว อำเภอวังสะพุง เมื่อแล้วเสร็จมีปริมาณน้ำเก็บกักเพิ่มขึ้น 7.43 ล้าน ลบ.ม. ระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยลิ้นควาย ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง งานก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคสาขาเลย อำเภอเมืองเลย เป็นต้น” ดร.สมเกียรติกล่าว
เลขาธิการ สทนช. ยังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำในจังหวัดเลยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม–31 พฤษภาคม มีปริมาณน้ำฝนสะสม 260.5 มม. น้อยกว่าค่าปกติ 84.3 มม. หรือประมาณ 24% ทำให้ยังมีหลายพื้นที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนแล้วก็ตาม ส่วนปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำนั้น จังหวัดเลยมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 6 แห่ง มีความจุรวม 101.05 ล้าน ลบ.ม. ปัจจุบันมีน้ำเหลืออยู่เพียง 27.82 ล้าน ลบ.ม. หรือ 27.5% ของปริมาณการกักเก็บ ในขณะที่แหล่งน้ำขนาดเล็กและแหล่งน้ำธรรมชาติ 2,346 แห่ง ความจุรวม 39 ล้าน ลบ.ม. ขณะนี้มีน้ำเหลืออยู่ 14 ล้าน ลบ.ม. หรือ 36% ของปริมาณการกักเก็บ นอกจากนี้ สภาพน้ำในลำน้ำเลยยังอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย โดยระดับน้ำในอ.เมืองเลย 1.46 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 7.54 เมตร ความจุลำน้ำ 698 ลบ.ม./วินาที ปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 0.74 ลบ.ม./วินาที หรือ 0.1% ของความจุเท่านั้น