ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/498569

เกษตรกรพอใจโครงการชลประทานเขตปฏิรูปฯเขาพนม สร้างความมั่นคงแหล่งน้ำ-เพิ่มมูลค่าศก.3.75ล./ปี
วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.
นางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการดำเนินโครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทานในเขตปฏิรูปที่ดิน โดยมีสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ซึ่งสศก.ติดตามโครงการเพิ่มพื้นที่ชลประทานในเขตปฏิรูปที่ดิน จังหวัดกระบี่พบว่า การก่อสร้างฝายคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) กั้นคลองบางเตาในพื้นที่บ้านใสน้ำจม หมู่ที่ 5 ตำบลโคกหาร อำเภอเขาพนม ก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2560 ขนาดปริมาณกักเก็บน้ำ 343 ลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 300 ไร่ จากการสำรวจในพื้นที่ พบว่า บริเวณนี้เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทาน อาศัยน้ำฝนทำเกษตร เกษตรกรประกอบอาชีพปลูกปาล์มน้ำมัน และยางพารา เป็นหลัก ไม่มีรายได้เสริมจากการปลูกพืชชนิดอื่น เมื่อมีการก่อสร้างแหล่ง กักเก็บน้ำในรูปแบบฝาย ค.ส.ล. ที่ชะลอและกักเก็บน้ำในคลองให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับปลูกพืชอายุสั้นที่ได้ผลตอบแทนเร็ว ประเภทพืชผัก ปลูกแซมในพื้นที่สวนปาล์มน้ำมัน/ยางพารา โดยเกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากฝาย มีการรวมกลุ่มผู้ใช้น้ำ ร่วมดูแลรักษา วางแผนการผลิตและการตลาดรวมกันจำหน่ายผลผลิตโดยจะมีตัวแทนกลุ่มติดต่อพ่อค้า/แม่ค้าเข้ามารับซื้อผลผลิตถึงแปลงเกษตรกร ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการนำผลผลิตไปขายที่ตลาดรับซื้อ
ด้านผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากโครงการบนพื้นที่ 300 ไร่ มีครัวเรือนเกษตรได้รับประโยชน์ 50 ครัวเรือน เกษตรกรได้ใช้น้ำในสวนปาล์มน้ำมัน และสวนยางพารา ทั้งนี้ มีเกษตรกรร้อยละ 57 ทำอาชีพเสริม โดยการปลูกพืชแซมในพื้นที่ เช่น มะเขือยาว ฟักเขียว แตงกวา ถั่วพู เป็นต้น สร้างรายได้เสริมแก่เกษตรกร โดยมีปริมาณผลผลิตที่ขาย 3,220 กิโลกรัมต่อไร่ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 14,827 บาทต่อไร่ สร้างรายได้เฉลี่ย 37,645 บาทต่อไร่ เกิดรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 22,818 บาทต่อไร่ หรือประมาณ 75,072 บาทต่อครัวเรือนต่อปี สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือมูลค่าจากการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน 3.75 ล้านบาท/ปี
เกษตรกรส่วนใหญ่พึงพอใจโครงการระดับมาก เห็นว่าโครงการฯสร้างความมั่นคงให้มีแหล่งน้ำทำการเกษตรได้ทั้งปีกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่มีรายได้เสริมทางการเกษตรช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สร้างความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตร เพิ่มประสิทธิภาพใช้ที่ดินทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ ควรสนับสนุนการเพิ่มแหล่งน้ำในเขตปฏิรูปที่ดินอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน ส่งเสริมเกษตรกรทำอาชีพเสริมเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความเป็นอยู่ดียิ่งขึ้น