#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/499584

ปรับชีวิต เปลี่ยนพฤติกรรม ฟื้นฟูร่างกายให้ไกลโรค
วันพุธ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.01 น.
ในช่วงนี้สังคมไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติใหม่ (New Normal) เกือบเต็มตัว หลายคนเริ่มทำงานอย่างขันแข็ง ทั้งคนที่กลับเข้าออฟฟิศและคนที่ยังทำงานจากที่บ้าน แต่ถึงแม้จะเรียกว่าเป็นภาวะปกติ เราก็ยังต้องระมัดระวังคอยป้องกันตัวจากไวรัสอยู่ตลอด ฉะนั้น นอกจากทุ่มเทให้แก่หน้าที่การงานกันแล้ว ก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วย โดยเฉพาะเรื่องสุขภาพใจและความเครียดที่อาจเกิดจากปัจจัยต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย ความเครียดนี้เป็นบ่อเกิดของโรคมากมายและเป็นภัยเงียบที่ทำให้ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพลดลงโดยไม่รู้ตัว
เพื่อลดทอนปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดความเครียดในขอบเขตที่เราจัดการได้ นานมี บุ๊คส์ แนะนำหนังสือที่เกี่ยวข้องกับวิธีฟื้นฟูความผิดปกติของระบบภายในร่างกายที่มักเป็นต้นเหตุความเจ็บป่วยของคนยุคใหม่ อย่าง “ระบบประสาทอัตโนมัติ” กัน

หนังสือเล่มแรกชื่อว่า ความลับของอวัยวะทั้งห้า ผลงานของฟุจิโมโตะ ยะซุชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลร่างกายของผู้นักกีฬา นักเต้นและนักดนตรีชาวญี่ปุ่น ภายในเล่มเล่าถึงอวัยวะในร่างกายที่ทำงานสัมพันธ์กัน 5 ระบบ ได้แก่ ระบบการหายใจ ระบบประสาทและสมอง ระบบการย่อยอาหาร ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก และระบบการไหลเวียนโลหิต ในระบบเหล่านี้มีอวัยวะสำคัญๆ ที่เราควบคุมการทำงานโดยตรงไม่ได้ ไม่เหมือนกับการสั่งให้แขนขาขยับเคลื่อนไหว นั่นเพราะ “ระบบประสาทอัตโนมัติ” ทำหน้าที่ควบคุมอวัยวะเหล่านั้นอยู่และเป็นระบบที่ทำให้ร่างกายทำงานอย่างราบรื่น
สิ่งที่น่าสนใจคือ ฟุจิโมะโตะ เปรียบเทียบระบบอวัยวะข้างต้นเป็นแผนกสำคัญๆ ในบริษัท 5 แผนก คือ 1) ระบบการหายใจ เป็นฝ่ายบุคคลที่คอยจัดสรรบุคลากรให้ร่างกาย2) ระบบประสาทและสมอง เป็นฝ่ายวางแผนที่ทำงานประสานกับส่วนต่างๆ อย่างเหมาะสม 3) ระบบการย่อยอาหาร เป็นฝ่ายผลิตที่นำอะไหล่จากภายนอกเข้ามาประกอบเป็นผลิตภัณฑ์หรือร่างกายของเรา 4) ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก เป็นฝ่ายขายที่รับคำสั่งจากสมองแล้วนำไปปฏิบัติ และ5) ระบบการไหลเวียนโลหิต เป็นฝ่ายบัญชีที่คอยรวบรวมและกระจายทุนให้แก่ฝ่ายต่างๆ หนังสือจึงอธิบายความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นแก่ระบบเหล่านี้อย่างเป็นรูปธรรมและเข้าใจง่ายพร้อมแนะนำวิธีบริหารร่างกายที่ผู้อ่านทำตามได้ทันที

ตัวอย่างหนึ่งของอาการผิดปกติที่มักพบบ่อย เช่น อาการปวดบ่า เมื่อยคอ และปวดเอว อาการนี้นอกจากเป็นผลพวงของการนั่งทำงานติดโต๊ะนานๆ หรือเพราะอิริยาบถที่ไม่เหมาะสมแล้ว ยังเป็นผลจากการทำงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของกะบังลมด้วย เมื่อกล้ามเนื้อกะบังลมขาดความยืดหยุ่น ย่อมส่งผลให้กล้ามเนื้อของร่างกายช่วงบนเกร็งแข็ง ความเหนื่อยล้าจึงปรากฏออกมาในรูปแบบของอาการปวดเมื่อยต่างๆ หนังสือความลับของอวัยวะทั้งห้า จึงแนะท่าบริหารอย่างง่ายให้เรานำไปใช้ได้ทุกวัน คือการทำแบบฝึกพองแขน โดยให้เราวางมือทั้ง 2 ข้างลงบนบ่า ตำแหน่งของนิ้วกลางตรงกับแนวบ่าพอดี ส่วนนิ้วชี้กับนิ้วโป้งกดเบาๆ บริเวณด้านหลังของบ่า จากนั้นให้เดินช้าๆ แบบฝึกนี้ช่วยให้บุคลิกดี แก้อาการไหล่ห่อและหลังโก่ง จึงทำให้กระดูกซี่โครงเคลื่อนไหวได้สะดวกซึ่งช่วยคงความยืดหยุ่นของกะบังลมไว้ด้วย
หนังสืออีกเล่มที่ช่วยเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับระบบประสาทอัตโนมัติให้ผู้อ่านได้อย่างดี คือ ฟื้นฟูระบบประสาทอัตโนมัติด้วยตนเอง ของ ดร.ฮิโระยุกิ โคะบะยะชิ แห่งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุนเท็นโด ที่เล่าความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพผ่านตัวการ์ตูนมากอารมณ์ขันและฉายภาพชีวิตประจำวันที่ใครหลายๆ ต้องเคยมีประสบการณ์ร่วมกันมาบ้าง ก่อนจะแนะนำเทคนิคปรับพฤติกรรมให้ระบบประสาทอัตโนมัติกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บางเทคนิคเราอาจคุ้นเคยหรือปฏิบัติกันอยู่แล้ว แต่กลับไม่เคยรู้มาก่อนว่าทำไมวิธีดังกล่าวจึงดีต่อร่างกาย เช่น การดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การยิ้มแย้มแจ่มใส หรือกระทั่งการแหงนหน้ามองฟ้าแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ในเล่มคุณหมออธิบายให้เราเห็นว่าพฤติกรรมเหล่านี้สัมพันธ์กับระบบประสาทอัตโนมัติอย่างไร ลองนึกถึงเวลาที่กำลังเครียด สังเกตได้ว่าร่างกายจะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทั้งหัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว บางคนเหงื่อออก เวียนหัว เพราะความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น ทั้งหมดเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายที่ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่สมองประเมินว่าไม่ดีต่อตัวเรา หากปล่อยให้อยู่ในภาวะนั้นนานเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ เพราะระบบประสาทอัตโนมัติทำงานภายใต้ภาวะตึงเครียด จึงยิ่งคิดอะไรไม่ออก ทำงานไม่ราบรื่น และอาจสุ่มเสี่ยงเผลอระบายอารมณ์ใส่คนรอบข้างจนกระทบเรื่องความสัมพันธ์ได้
นอกจากความอ่อนล้าที่ปรากฏเป็นอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวแล้ว อาการปวดหัว วิงเวียนศีรษะ ก็เป็นสัญญาณของโรคที่พบบ่อยของคนยุคใหม่ หนังสือที่มีชื่อว่า ปวดหัวเวียนหัว หูอื้อ หายได้ แค่เข้าใจสมอง เขียนโดย นพ.ไล่เหรินฉง แพทย์ชื่อดังด้านหู คอ จมูก จากไต้หวัน ภายในเล่มนี้ได้อธิบายสาเหตุของอาการปวดหัวแต่ละแบบให้ผู้อ่านจำแนกได้ว่า แท้จริงแล้วเราปวดหัวเพราะเป็นไมเกรน พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีปัจจัยอื่นๆ เพิ่มเติมเข้ามากันแน่ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้รู้วิธีรักษาอาการอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์ เลิกพฤติกรรมซื้อยามากินเองโดยขาดความรู้ความเข้าใจและอาจเป็นอันตราย แล้วเปลี่ยนมาป้องกันไม่ให้ตนเองกลับมามีอาการวิงเวียน หรือปวดศีรษะซ้ำเพราะเราอาจเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้มีอาการดังกล่าวได้ตั้งแต่ต้น

ส่วนความเหนื่อยล้าสะสมที่มักถูกมองข้าม เพราะหลายคนคิดว่า “ยังไม่ได้ป่วยสักหน่อย แค่รู้สึกเหนื่อยๆ เท่านั้น” ในหนังสือ สุดยอดการฟื้นฟูร่างกายวิถีสแตนด์ฟอร์ด ของโทะโมะโอะ ยะมะดะ นักกายภาพด้านกีฬาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จะช่วยขยายขอบข่ายความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบที่ “ระบบประสาทอัตโนมัติ” มีต่อร่างกายและอวัยวะต่างๆ รับรองว่าอ่านเล่มนี้แล้วคุณจะได้แนวทางสังเกตตัวเองว่า “พร้อมลุย” หรือ“ควรพักผ่อน” ด้วยเกณฑ์ตรวจเช็ค4 อย่าง คือ 1) ชีพจรเต้นผิดปกติหรือไม่2) นอนหลับมีคุณภาพหรือเปล่า3) กล้ามเนื้อบริเวณหลังเป็นอย่างไร หลังงอ หลังแอ่น หรือปวดหลังหรือไม่และ 4) หายใจถูกวิธีกันหรือเปล่า หากเช็คดูแล้วพบว่าตนมีแนวโน้มเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง สมองไม่ปลอดโปร่ง ดูเหมือนคุณต้องหันมาปรับพฤติกรรมอย่างจริงจังเสียแล้ว และควรปรับให้ครอบคลุมทั้งอิริยาบถ การกิน การออกกำลังกายการนอนหลับ และการหายใจด้วย ซึ่งภายในเล่มจะอธิบายไว้อย่างละเอียดพร้อมแนะนำวิธีการง่ายๆ ที่ใช้ได้จริงแน่นอน
ทั้งนี้ สามารถสั่งซื้อทั้ง 4 เล่มนี้ได้ที่โทร.02-6623000 กด 0 หรือ www.nanmeebooks.com, www.facebook.com/nanmeebooksfan ติดตามข่าวสารและหนังสือน่าสนใจอีกมากมายเพียง Add Line @nanmeebooks และ @nmbadult