อย่าชะล่าใจ! ‘โรคหลอดเลือดหัวใจ’ภัยเงียบที่น่ากลัว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/500420

อย่าชะล่าใจ! 'โรคหลอดเลือดหัวใจ'ภัยเงียบที่น่ากลัว

อย่าชะล่าใจ! ‘โรคหลอดเลือดหัวใจ’ภัยเงียบที่น่ากลัว

วันเสาร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 08.55 น.

ความเครียด  สาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ นำมาซึ่งการเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็ง โดยสถิติจากกระทรวงสาธารณสุขในปี 2561 พบว่า มีคนไทยป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจกว่า 4 แสนคน และทุก ๆ ชั่วโมง จะมีผู้เสียชีวิต 2 คน สิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือ กว่า 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจมักจะไม่แสดงอาการผิดปกติใดๆ

อาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ

1.แบบเรื้อรัง อาการลักษณะแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน แต่จะเกิดขึ้นจากการสะสมของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือดทำให้มีการตีบแคบของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ มักเกิดในบุคคลที่มีความเสี่ยงได้โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงรวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ โดยมีอาการบ่งชี้  เช่น แน่นหน้าอกคล้ายมีบางอย่างมากดทับรู้สึกร้าวไปกรามและทั้งแขนด้านซ้าย ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับการออกแรงและอาการดีขึ้นเมื่อหยุดพักหรืออมยาใต้ลิ้น นอกจากนี้ยังรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติ  

2. แสดงอาการเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน เช่น อาการเกิดได้โดยไม่เลือกเวลา อาจมีอาการได้ในขณะทำงาน เล่นกีฬาหรือพักผ่อน ผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันส่วนใหญ่จะมาพบแพทย์ด้วยอาการแน่นหน้าอกที่รุนแรง มีเหงื่อออก ใจสั่น และปวดร้าวไปกรามสะบักหลัง แขนซ้าย จุกคอหอย บางรายมาด้วยจุกลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน  ซึ่งเกิดจากมีการปริแตกด้านในของผนังหลอดเลือด และมีลิ่มเลือดมาจับตัวบริเวณนั้นเมื่อลิ่มเลือดมีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดงทีไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซึ่งอาจจะส่งผลให้เกิดหัวใจล้มเหลว หัวใจวาย และอาจเสียชีวิตเฉียบพลันทันทีจากภาวะหัวใจห้องล่างซ้ายเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรง

อาการเบื้องต้นเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ 

-เหนื่อยง่ายเมื่อออกแรง 

-เจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงเหมือนมีอะไรมากดทับ 

-ปวดร้าวไปที่กราม คอหอย แขนด้านซ้าย สะบักหลัง 

-มีอาการใจสั่น ซีด เหงื่อออกมาก 

-จุกที่บริเวณคอหอย จุกใต้ลิ้นปี่คล้ายโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน 

-หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม และอาจหมดสติ

ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

-คนในครอบครัวมีประวัติเป็นโรคหัวใจ 

-ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง 

-สูบบุหรี่เป็นประจำ 

-ผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี 

-ผู้ที่ออกกำลังกายน้อย น้ำหนักเกินมาตรฐาน และผู้ชายมีโอกาสเป็นโรคนี้ได้มากกว่าผู้หญิง 

วิธีดูแลสุขภาพหัวใจให้แข็งแรง

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ 

2.หลีกเลี่ยงของทอด ของมัน และอาหารรสจัด 

3.ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้เกินมาตรฐาน 

4.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ 

5.งดสูบบุหรี่และดื่มเครื่องดื่มแอกอฮอล์ 

6.ทำจิตใจให้แจ่มใส 

7.รับการตรวจสุขภาพหัวใจอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

อย่างไรก็ตาาม เมื่อสงสัยว่าตนเองมีอาการของโรคหลอดเลือดหัวใจ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรักษาอย่างทันท่วงที 

Leave a comment