เดินหน้าหนุนสหกรณ์แปรรูปยางเพิ่มมูลค่า ผลิตเสาหลักนำทาง-ที่ครอบกำแพงคอนกรีตบนถนน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/500671

เดินหน้าหนุนสหกรณ์แปรรูปยางเพิ่มมูลค่า  ผลิตเสาหลักนำทาง-ที่ครอบกำแพงคอนกรีตบนถนน

เดินหน้าหนุนสหกรณ์แปรรูปยางเพิ่มมูลค่า ผลิตเสาหลักนำทาง-ที่ครอบกำแพงคอนกรีตบนถนน

วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบาย
ส่งเสริมการใช้ยางพาราในภาครัฐ กระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรฯจึงทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อผลักดันให้สถาบันเกษตรกรเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยนำยางพารามาแปรรูปเป็นวัสดุด้านการจราจรและเพิ่มความปลอดภัยทางถนน ได้แก่ แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต (Rubber Fender Barrier : RFB) และหลักนำทางจากยางธรรมชาติ (Rubber Guide Post : RGP) สำหรับนำไปใช้ในกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งกระทรวงคมนาคมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาต้นแบบอุปกรณ์ทางด้านการจราจรและความปลอดภัยทางท้องถนนที่ผลิตจากยางพารา และได้ทดสอบการชนและการกระแทกจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย แล้วว่า วัสดุที่ผลิตจากยางพาราธรรมชาติช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับความร่วมมือดังกล่าวนอกจากจะช่วยลดความสูญเสีย สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินบนท้องถนนที่ไม่อาจประเมินค่าได้แล้ว ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ชาวสวนยางพาราด้วย เนื่องจากโครงการนี้ได้กำหนดให้หน่วยงานของกระทรวงคมนาคมรับซื้อผลิตภัณฑ์ยางพาราจากสถาบันเกษตรกรโดยตรง เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ซึ่งกระทรวงเกษตรฯจะช่วยเหลือด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การลงทุนเพิ่มกำลังการผลิต และวางแผนการผลิตวัสดุด้านการจราจรทั้งสองชนิดให้ได้ตามปริมาณและมาตรฐานที่กระทรวงคมนาคมกำหนด

“ปี 2563-2565 กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนความต้องการใช้ยางพาราตามมติคณะรัฐมนตรี โดยแบ่งเป็น เสาหลักนำทางยางพารา 1,063,651 ต้น และแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต ความยาวรวม 12,282 กิโลเมตร และปี 2563 กระทรวงคมนาคมต้องการเสาหลักนำทางยางพาราชุดแรก 289,635 ต้น ซึ่งส่วนผสมของวัสดุด้านการจราจรและความปลอดภัยทางถนนจะใช้ยางธรรมชาติเป็นวัตถุดิบถึง 70% คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้ยางพาราในประเทศเพิ่มขึ้น เชื่อมั่นว่าสหกรณ์ชาวสวนยางนั้นมีศักยภาพและพร้อมขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมให้ใช้ยางพาราในภาครัฐของรัฐบาลครั้งนี้ และขอให้สหกรณ์รับซื้อน้ำยางจากเกษตรกรในราคานำตลาด ราคาที่เป็นธรรม เพื่อให้เกษตรกรได้ประโยชน์จากโครงการของรัฐบาลและมีรายได้เพิ่มขึ้น” รมว.เกษตรฯกล่าว

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางพารา เบื้องต้นกรมฯสำรวจสหกรณ์ที่พร้อมผลิตเสาหลักนำทาง 10 แห่ง และแผ่นยางหุ้มแบริเออร์ 7 แห่ง จากการคำนวณต้นทุนการผลิตวัสดุทั้งสองชนิด จะมีส่วนเหลือที่เป็นกำไรพอสมควร และขอให้สหกรณ์ปันผลกำไรที่ได้จากโครงการนี้ลงไปถึงตัวสมาชิก ขณะนี้ต้องรอให้มีการแก้กฎกระทรวง เพื่อเปิดให้ส่วนราชการซื้อตรงจากสหกรณ์ได้ เมื่อกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงแล้วจะเสนอครม.อนุมัติงบประมาณ จากนั้นจะถ่ายทอดความรู้การผลิตเสาหลักนำทางและแท่งแบริเออร์จากยางพาราให้สหกรณ์ที่พร้อมเข้าร่วมโครงการชุดแรก ทั้งเรื่องกระบวนการผลิตและมาตรฐานต่างๆ ส่วนสหกรณ์ใดที่ยังไม่พร้อมผลิตเองขณะนี้ ให้มาร่วมเป็นเครือข่ายเพื่อป้อนวัตถุดิบน้ำยางข้นให้สหกรณ์ผู้ผลิต ซึ่งกรมฯจะประสานเชื่อมโยงระบบสหกรณ์เข้าหากันเนื่องจากโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อสหกรณ์ชาวสวนยางโดยตรง ขอให้ทุกฝ่ายมาร่วมมือกันเพื่อดูแลความเป็นอยู่ให้เกษตรกรชาวสวนยาง

ปัจจุบันสหกรณ์ที่ดำเนินธุรกิจยางพารามี 661 แห่ง ในพื้นที่ 56 จังหวัด มีสมาชิกสหกรณ์ที่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา 355,181 ราย มีสมาชิกในครัวเรือนที่ได้รับผลประโยชน์ 1.42 ล้านราย พื้นที่ 3.4 ล้านไร่ ปีการผลิต 2562/63 สหกรณ์รวบรวมน้ำยางได้ประมาณ 475,058 ตัน มูลค่า 16,998 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 57 จากผลผลิตทั้งหมดของสมาชิก

Leave a comment